เวลาที่เราตัดสินใจจะสร้างบ้านหรืออาคารขึ้นบ้านที่ดินของตัวเอง สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงเลยก็คือ วิธีคิดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของหรือผู้ว่าจ้างต้องคิดทบทวน และวางแผนให้ดีก่อนดำเนินการทุกครั้ง
เวลาที่เราตัดสินใจจะสร้างบ้านหรืออาคารขึ้นบ้านที่ดินของตัวเอง สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงเลยก็คือ วิธีคิดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของหรือผู้ว่าจ้างต้องคิดทบทวน และวางแผนให้ดีก่อนดำเนินการทุกครั้ง
เพราะนี่เป็นข้อถกเถียงที่ทีมแอดมิน Home Buyers เคยได้ยินได้ฟังหลายคนเชื่อกันว่า การที่เจ้าของหรือผู้ว่าจ้างต้องการจัดซื้อวัสดุเอง จะช่วยประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างมากกว่าการมอบหมายให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจัดหาให้ โดยมักจะคิดว่าผู้รับเหมามีแนวโน้มอาจจะคิดราคาค่าวัสดุหรือปริมาณมากเกินจริง
ว่าแต่การที่เจ้าของบ้านจัดหาวัสดุก่อสร้างเองนั้นจะประหยัดงบกว่าให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจัดหาหรือไม่ ต้องย้อนไปดูกันก่อนค่ะว่าวิธีคิดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างนั้นมีหลักอย่างไร โดยวันนี้ Home Buyers นำข้อมูลมาแชร์ให้เก็บเป็นความรู้กันแล้วค่ะ ไปติดตามได้เลย
เมื่อต้องการก่อสร้างบ้านหรือโครงสร้างใดๆ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจะประกอบด้วยค่าวัสดุ ค่าแรงงาน และค่าดำเนินการก่อสร้าง โดยคำว่าค่าดำเนินการก่อสร้างนี้ จะหมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง, ค่าบ้านพักคนงานที่ต้องมีการก่อสร้างหรือเช่าใกล้กับพื้นที่ก่อสร้าง ค่าขนส่งวัสดุ ค่าอุปกรณ์ - เครื่องมือ เครื่องมือ หรือค่าเครื่องจักรที่ต้องใช้ในการก่อสร้าง เช่น โม่ผสมคอนกรีต เครื่องดัดและเครื่องตัดเหล็ก เครื่องจี้คอนกรีต รถเครนสำหรับการยกของหนักหรือเทคอนกรีต และค่าเงินเดือนของพนักงาน เป็นต้น โดยบางสัญญาอาจมีการคิดแยกเป็นกำไรต่างหาก ด้วยการคิดยอดรวมจากค่าวัสดุ ค่าแรงงาน และค่าดำเนินการ ก่อนนำไปคิดเปอร์เซ็นต์กำไรจากยอดรวม
เมื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างในรูปแบบนิติบุคคคล จะมีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปด้วย เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมของวิธีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเบื้องต้น เราจึงได้นำตัวอย่างมาฝากทุกคนเพื่อให้มองเห็นภาพง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่น สมมติค่าวัสดุเท่ากับ 70 บาท และค่าแรงงานเท่ากับ 30 บาท เมื่อรวมแล้วจะเป็น 100 บาท จากนั้นหากคิดค่าดำเนินการ + กำไร 10% รวมแล้วค่าก่อสร้างอยู่ที่ 100 x 1.10 = 110 บาท ซึ่งถ้าต้องมีค่าภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% จะรวมค่าก่อสร้างทั้งหมดเป็น 110 x 1.07 = 117.70 บาท
แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายในก่อสร้างที่ไม่อยู่ในรูปบริษัท ก็จะประหยัดงบลงอีก 7% คือถ้าสร้างบ้านราคา 2,000,000 บาท แทนที่จะจ่ายภาษีเพิ่มอีก 140,000 บาท ก็ไม่ต้องจ่ายในส่วนนี้
หากเป็นงานที่ไม่ใหญ่มาก ก็สามารถทำได้ด้วยการเหมารวมกับค่าวัสดุหรือเจ้าของจัดซื้อให้ เนื่องจากอาจไม่ต้องใช้เครื่องมือใดในการก่อสร้างมากมาย เมื่อผู้รับเหมารับงานก็สามารถลงมือทำได้แล้ว ตัวอย่างเช่น งานปูกระเบื้อง (ซึ่งโดยปกติ เจ้าของจะเป็นผู้ซื้อกระเบื้องและปูนทรายมาเองแทบทุกงาน) ผู้รับเหมาก็สามารถมาแต่อุปกรณ์จำเป็นเท่านั้น แล้วลงมือทำเพื่อรับค่าแรงอย่างเดียวได้เลย
แต่หากเป็นงานที่ต้องทำตั้งแต่โครงสร้างอย่างการทำแบบเพื่อหล่อคอนกรีต จุดนี้เจ้าของคงไม่สามารถจัดซื้อแบบหล่อและอุปกรณ์ค้ำยันมาเองได้ เพราะเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป ดังนั้นหากในกรณีนี้จึงต้องคิดทั้งค่าวัสดุและค่าแรง แต่ทางเจ้าของอาจเป็นผู้จัดหาวัสดุเหล็กเสริมและคอนกรีตให้ผู้รับเหมาก็เป็นได้
สิ่งสำคัญที่ต้องตกลงให้ชัดเจนในการจัดซื้อวัสดุให้ผู้รับเหมา คือหากต้องจัดทำปริมาณงานในรูปแบบรายละเอียดของงานทั้งหมด (BOQ) โดยมีรายการแสดงปริมาณของวัสดุที่ต้องใช้ เช่น เหล็กเสริม และคอนกรีต ควรต้องทำการตกลงให้ชัดเจนว่า ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อมีกรณีที่ใช้วัสดุเกินจากตารางปริมาณงาน
ซึ่งโดยหลักการแล้วผู้รับเหมาจะยืนยันให้เจ้าของต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะผู้ที่เป็นเจ้าของสิ่งก่อสร้างเมื่อสร้างเสร็จก็คือเจ้าของ แต่เมื่อเกิดจากการคิดปริมาณงานตกหล่นต้องยื่นเสนอราคา กรณีเป็นงานเหมาทั้งหมดนี้ สามารถมองได้ว่าผู้รับเหมาต้องเป็นผู้รับผิดชอบแทน
หากเจ้าของเป็นผู้จัดหาวัสดุเอง ต้องคำนวณจากการรวมค่าวัสดุและแรงงานทั้งหมดก่อน แล้วจึงคิดกำไรค่าดำเนินการเป็นเปอร์เซ็นต์ (ยกเว้นงานที่มีขนาดใหญ่มากๆ และเจ้าของเป็นผู้จัดซื้อหาวัสดุบางส่วน ไม่รวมค่าไม้แบบที่อย่างไรก็ต้องเป็นฝ่ายของผู้รับเหมาในการจัดทำ) เนื่องจาก หากผู้รับเหมาคิดกำไรจากค่าแรงอย่างเดียว ผู้รับเหมาคงไม่สามารถทำงานได้ เพราะแม้เจ้าของจะเป็นผู้จัดซื้อวัสดุเอง แต่ในส่วนการทำงาน ทางผู้รับเหมาก็ต้องเป็นผู้จัดการอยู่ดี ดังนั้นจึงควรคิดค่าดำเนินการและกำไรจากราคาค่าก่อสร้างทั้งหมด โดยสิ่งนี้ต้องทำการตกลงกันทั้งสองฝ่ายก่อนเพื่อให้เกิดความยุติธรรมที่สุด
วิธีคิดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ต้องเข้าใจหลักการ พร้อมพูดคุยตกลงเรื่องเอกสารและความเห็นระหว่างผู้รับเหมาและผู้ว่าจ้างก่อนลงมือทำงานทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันงบประมาณบานปลาย และไม่ให้งานก่อสร้างตกหล่นนั้นเอง
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย