“หนี้ 4 ประเภท” ไม่ได้ก่อแต่ต้องร่วมรับผิดชอบ

“หนี้ 4 ประเภท” ไม่ได้ก่อแต่ต้องร่วมรับผิดชอบ

หนี้ 4 ประเภท ไม่ได้ก่อแต่ต้องร่วมรับผิดชอบ เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลใจสำหรับใครหลายคน เพื่อให้ต่อเนื่องจากเรื่องสินสมรสที่พูดในเชิงทรัพย์สินอะไรบ้างเป็นสินสมรสในคราวหนี้ ผมจะเขียนเกี่ยวกับ “หนี้สิน” โดยเฉพาะหนี้ที่คู่สมรสต้องรับผิดชอบร่วมกัน (แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้เป็นคนก่อ) น่าสนใจไหมครับเราอยู่เฉยๆ จะต้องรับผิดชอบกับหนี้ที่คู่สมรสของเราไปด้วย

ในเรื่องนี้กฎหมายกำหนดประเภทหนี้เอาไว้ทั้งหมด 4 ข้อ ที่แม้คู่สมรสแม้จะไม่ได้ไปก่อหนี้ด้วย แต่ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 ซึ่งบัญญัติว่า "หนี้ที่สามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้น ให้รวมถึงหนี้ที่สามีหรือภริยาก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรสดัง" ต่อไปนี้

(1) หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือน และจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวการอุปการะเลี้ยงดู ตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ

(2) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส

(3) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน

(4) หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน”

ดังนั้น หากเป็นหนี้ร่วม สามีภริยาต้องรับผิดร่วมกันทั้งในสินสมรส และสินส่วนตัวไม่ว่าฝ่ายใดไปก่อหนี้ก็ตามเมื่อเป็นหนี้ร่วมเจ้าหนี้จึงบังคับให้ชำระหนี้ไปถึงสินสมรสและสินส่วนตัวของอีกฝ่ายได้ แต่หากเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างที่อยู่กินฉันเป็นสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสไม่ใช่หนี้ร่วมไม่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน จะมีปัญหาต่างๆ ตามมาดังนี้

  • นำเงินกู้มาซ่อมบ้านตัวเอง หรือซ่อมบ้านบุพการีที่ดูแลบุตรเราเป็นหนี้เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือน เป็นหนี้ร่วมคู่สมรสต้องร่วมรับผิดชำระหนี้เงินกู้ด้วย
  • สามีกู้เงินธนาคารภรรยาให้ความยินยอม เพื่อนำเงินมาใช้ในกิจการค้าขาย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นใน ครอบครัวและการศึกษาของบุตร ตลอดถึงการรักษาพยาบาลเป็นหนี้ร่วม
  • สามีไปขอสินเชื่อจากธนาคารระหว่างแยกกันอยู่กับภรรยาทั้งไม่ได้นำเงินไปเลี้ยงดูภรรยา อย่างนี้ ไม่เป็นหนี้ร่วม
  • สามีกู้เงินมาเพื่อเล่นการพนันมิได้นำมาใช้จ่ายในครอบครัวไม่เป็นหนี้ร่วม
  • สามีทำสัญญาค้ำประกัน แม้ภรรยาไม่ได้คัดค้าน ก็ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการอันจำเป็นในครอบครัว หรือ เกี่ยวข้องกับสินสมรสไม่เป็นหนี้ร่วม
  • การที่คู่สมรสให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมของคู่สมรสอีกคนหนึ่งเป็นการให้สัตยาบัน แม้ไม่ได้ นำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว แต่ถือเป็นหนี้ร่วม ก็ต้องร่วมรับผิดตาม (4) ข้อนี้สำคัญ ดังคำฎีกานี้

คำพิพากษาฎีกาที่ 3425/2545 การที่จำเลยที่ 2 ลงชื่อเป็นพยานและเป็นผู้ให้ความยินยอมในฐานะภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1ผู้ค้ำประกันหนี้ของบริษัท ส.แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะมิได้มีส่วนรับเงินไปใช้เป็นการส่วนตัวหรือกิจการของครอบครัวก็ตามแต่หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกิดจากการที่จำเลยที่ 1สามีก่อขึ้นในระหว่างสมรสเพื่อประโยชน์ของตนฝ่ายเดียวโดยจำเลยที่ 2 ภริยาได้ให้สัตยาบันแล้วจึงเป็นหนี้ร่วมตาม ป.พ.พ.มาตรา 1490 (4) จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ชำระหนี้ให้แก่โจทก์

เป็นกรณีศึกษาว่าการเป็นพยานหรือให้ความยินยอมเป็นการให้สัตยาบันในหนี้ของคู่สมรสโดยไม่ต้องไปเถียงเลยนะครับว่าไม่ได้นำเงินมาใช้ในครอบครัวอย่างนี้ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ไม่ว่าในสินสมรส หรือสินส่วนตัวก็ตาม

 

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง