ในเมืองไทยเราแล้ว โอกาสทำฟลิปปิ้ง ค่อนข้างเปิดกว้างมาก เพราะเราสามารถประยุกต์ใช้สินเชื่อที่อยู่อาศัยซึ่งดอกเบี้ยต่ำ มาช่วยในการทำฟลิบปิ้งได้ แถมการซื้อขายบ่อยๆ ยังมีโอกาสได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีได้ด้วย
และในบ้านเรา ฟลิป สามารถประยุกต์ใช้ได้ดีมากกับบ้านมือสอง และยังใช้ได้ดีกับอาคารพาณิชย์ใหม่ในทำเลที่ดีและเด่นเหนือกว่าหลังอื่นๆ นอกจากนั้นผู้ลงทุนยังสามารถนำมาประยุกต์เอามาใช้กับคอนโดมิเนียมในเมือง ที่เรียกกันว่าเป็นการทำคอนโดฟลิบปิ้ง(Condo Flipping) ได้ด้วย
ซึ่งคอนโดฟลิปปิ้งนี้ ในสหรัฐฯ นิยมทำกันมาก ในลักษณะการเข้าจองซื้อและขายทันทีเมื่อคอนโดฯ สร้างเสร็จ จนทำให้เจ้าของโครงการหลายแห่งเข็ดขยาดกันตามๆ กัน เพราะกลัวจะไม่มีผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยจริงเหลืออยู่ หลายโครงการจึงใช้วิธีกันท่าฟลิปเปอร์(Flipper) ด้วยการตั้งเงื่อนไขการซื้อเพิ่มเติม ว่าจะขายได้ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อต้องอาศัยในคอนโดก่อนอย่างน้อย 1 ปีก่อน
สำหรับระยะเวลาในการทำฟลิปอสังหาริมทรัพย์ ที่เหมาะสมสำหรับบ้านเรานั้น ไม่สามารถระบุได้ว่าควรสั้นหรือยาวมากน้อยแค่ไหน เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะและสถานการณ์ตอนทำฟลิปเป็นสำคัญ
ถ้าเป็นฟลิปในลักษณะเก็งกำไร บางครั้งอาจสั้นมากเพียงแค่ทำภายในวันเดียวเท่านั้น หรือภายในสัปดาห์เดียวหรือเดือนเดียว ก็ได้
แต่หากเป็นการฟลิปในลักษณะของการลงทุนระยะสั้นแล้ว โดยทั่วไป จะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน เพราะต้องมีขั้นตอนการปรับปรุงตกแต่งและขั้นตอนการติดต่อกับสถาบันการเงิน ซึ่งล้วนต้องอาศัยระยะเวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น
อาจพูดได้ว่า ความสำเร็จในการทำฟลิบปิ้งอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยเรา จะขึ้นอยู่กับการเลือกรูปแบบของการทำฟลิบ รวมถึงจังหวะเวลาเป็นสำคัญ ทั้งนี้หากโฟกัสไปที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในบ้านเราแล้ว จะพบว่ามีช่องทางน่าสนใจ ที่อาจลงทุนทำฟลิบปิ้งได้ 6 ช่องทางด้วยกันคือ
1. คอนโด ฟลิบปิ้ง(Condo Flipping) คอนโดมิเนียม เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่นอกจากทำได้ดีในต่างประเทศแล้ว ในบ้านเรายังเหมาะที่จะทำฟลิปเป็นอย่างยิ่ง เพราะขั้นตอนพัฒนาและการขายห้องชุดต้องใช้เวลาสร้างนาน 1-3 ปี ซึ่งช่วงระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ มากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความเจริญ และมูลค่าได้
โอกาสในการทำฟลิบ จึงเป็นไปได้ในหลายลักษณะ แบบแรกคือจองแล้วขายต่อเลยในทันที หรือจองและขายต่อให้กับผู้ซื้อระหว่างดาวน์ ซึ่งช่วงผ่อนเงินดาวน์นี้ปกติจะมีระยะเวลานานเป็นปี หรืออาจจะใช้วิธีขายต่อเมื่อคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จ
อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาที่จัดว่าเหมาะที่สุดในการทำฟลิบคอนโดฯ ก็คือการขายทำกำไรในช่วงจอง และช่วงดาวน์ อันเป็นช่วงเวลาก่อนที่คอนโดมิเนียมจะสร้างเสร็จและมีการโอนกรรมสิทธิ์กันที่สำนักงานที่ดินเกิดขึ้น เพราะการขายช่วงนี้ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินแต่อย่างใด
ยิ่งสามารถขายต่อได้เร็วเท่าไหร่ ถือว่ายิ่งดีเท่านั้น เพราะจะใช้เงินดาวน์น้อยลง ซึ่งเมื่อใช้เงินลงทุนต่ำ ก็จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสูงขึ้นได้
แต่เดิมมา การขายต่อในช่วงจองและผ่อนดาวน์ สำหรับคอนโดมิเนียม ในบ้านเราจะทำได้ค่อนข้างลำบากเพราะเจ้าของโครงการ ทุกแห่งจะกำหนดเงื่อนไขการเปลี่ยนชื่อในสัญญาจะซื้อจะขาย ว่าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นเงินก้อนใหญ่ ในการเปลี่ยนชื่อในสัญญาให้กับเจ้าของโครงการ ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดโอกาสสำหรับขายต่อทำกำไรกินส่วนต่างราคาไป
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่กลางปี 2551 ได้มีการแก้ไขกฎหมายอาคารชุด กำหนดให้เจ้าของโครงการไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจากผู้ซื้อได้ ผู้จะซื้อ มีสิทธิโอนเปลี่ยนชื่อในสัญญาได้อย่างเสรี ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เป็นผลให้ให้ช่องทางในการฟลิปคอนโดฯ ในช่วงผ่อนดาวน์เปิดกว้างมากสำหรับผู้ลงทุน
2. ฟลิปบ้านใหม่ โดยทั่วไป จะมีโอกาสทำได้เฉพาะในบางโครงการเท่านั้น คือต้องเป็นบ้านทำเลดีของโครงการที่เป็นที่ต้องการของคนจำนวนมากๆ และต้องทำเมื่อตลาดบ้านบูมมากๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ราคามีแต่ขยับตัวสูงขึ้นไปทุกวัน จึงจะประสบความสำเร็จได้
ความสำเร็จของการฟลิปรูปแบบนี้ ในทางปฏิบัติจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการวิเคราะห์ตลาด และขึ้นอยู่กับช่วงระยะเวลาดาวน์ว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งต้องอยู่ในช่วงเวลาที่พื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านความเจริญขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย
3. ฟลิปบ้านเก่าหรือบ้านมือสอง โดยซื้อบ้านเก่าทรุดโทรม ที่โครงสร้างยังดี โดยเน้นเลือกบ้านที่ตั้งอยู่ในทำเลดี ราคาถูก มาบูรณะตกแต่ง ทำให้กลายเป็นบ้านใหม่ เพื่อขายในราคาถูกกว่าบ้านใหม่
โอกาสทำเงินของการฟลิบลักษณะนี้ ปกติจะขึ้นอยู่กับสภาพความทรุดโทรมของบ้านเป็นสำคัญ ยิ่งเจ้าของปล่อยปะละเลยให้ดูไม่ดีเท่าไหร่ ถือว่ายิ่งดีเท่านั้น เพราะ ผู้ซื้อจะมีโอกาสต่อรองราคาซื้อขายได้มากเพียงนั้น
แนวคิดการทำเงินด้วยการการซื้อบ้านเก่ามาซ่อมขาย เกิดขึ้นจากจุดอ่อนของคนเราในเชิงจิตวิทยา ที่มักมองโลกในแง่ร้ายอยู่เสมอ ทำให้การซื้อบ้านทรุดโทรม มีโอกาสในการต่อรองราคาได้ต่ำกว่าราคาที่ควรจะเป็นมาก ซึ่งพอเมื่อซ่อมแซมปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว มีโอกาสทำเงินด้วยการขายในราคาต่ำกว่าตลาดได้
กุญแจความสำเร็จ ของการฟลิปบ้านเก่า ขึ้นอยู่กับการซื้อบ้านให้ได้ในราคาต่ำกว่าราคาตลาดมากๆ ซึ่งอาจทำได้ทั้งซื้อมาแล้วขายต่อเลยในทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรกับบ้าน หรือซื้อบ้านประเภททรุดโทรม มาปรับปรุงตกแต่งแล้วขายต่อ แต่ปกติแล้วการดำเนินการในลักษณะหลังเป็นวิธีที่มักจะทำเงินได้มากกว่าวิธีแรก มีข้อเสียอยู่ตรงที่ยุ่งยากมากกว่าเท่านั้น
ข้อดีของการฟลิบบ้านเก่า ที่น่าสนใจกว่าการฟลิบปิ้งบ้านใหม่ อยู่ตรงที่สามารถกระทำได้ทุกช่วงเวลา ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นช่วงช่วงตลาดบ้านคึกคักเหมือนการทำฟลิบปิ้งบ้านใหม่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะถ้าตลาดบ้านไม่ค่อยดี ก็จะซื้อบ้านได้ในราคาต่ำตามภาวะและเงื่อนไขตลาดในเวลานั้นเป็นสำคัญ
4. นำอสังหาริมทรัพย์ที่หลุดจากการขายฝาก มาขายต่อในราคาต่ำกว่าตลาด 10-20%การทำฟลิบ โดยอาศัยธุรกรรมการขายฝาก เป็นช่องทางทำเงินที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ในเมืองไทยเรามาก ช่องทางนี้สามารถใช้ได้กับอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทเลยทีเดียว
ด้วยเหตุที่ธุรกรรมการขายฝาก มักผูกติดอยู่กับการให้กู้ยืมเงินนอกระบบ ในระยะสั้นๆ โดยผู้รับซื้อฝาก จะถือว่าอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาขายฝากเป็นเพียงแค่หลักประกันในการกู้ยืมคล้ายกับการจำนองเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ปล่อยกู้หรือผู้ซื้อฝาก นอกจากได้ผลประโยชน์ในรูปดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังอยู่ในฐานะได้เปรียบผู้กู้มาก เพราะหากผู้กู้หรือผู้ขายฝาก ไม่ชำระหนี้คืนภายในกำหนด ก็มีสิทธิยึดอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาขายฝากในราคาถูกได้ในทันที
ในเมืองไทยเรา ราคารับซื้อฝาก นิยมกำหนดกันที่ 30-50% ของราคาประเมินของสำนักงานที่ดิน ดังนั้นในกรณีที่มีการยึด หรือได้กรรมสิทธิ์จากการซื้อฝาก ก็เท่ากับเป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ราคาถูกช่องทางหนึ่ง ที่อาจนำมาขายทำกำไรอย่างรวดเร็วได้ง่ายๆ โดยตั้งราคาขาย ที่ประมาณ 70-80% ของราคาตลาด
5. แผงค้าขายหรือแผงลอย โดยเฉพาะแผงค้าในทำเลที่ได้รับความนิยม มีการแย่งกันจอง แย่งกันค้าขาย ทั้งนี้ลักษณะของการฟลิป จะอยู่ในรูปของการซื้อขายสิทธิในการเช่า
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแผงค้าขายหรือแผงลอยจะให้เช่ากันในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีการจ่ายเงินกินเปล่าหรือแป๊ะเจี๊ยะก้อนหนึ่ง เพื่อแลกกับสิทธิการเช่า ก่อน และยังต้องเสียค่าเช่ารายเดือนอีกส่วนหนึ่งด้วย
กุญแจความสำเร็จของการทำฟลิปแบบนี้ ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ ความเฉียบคมในการมองทำเลให้ขาด รวมถึงความไว คือต้องรีบเข้าไปเลือกจองแผงค้าในทำเลดีๆ ก่อน เพื่อทำการขายต่อสิทธิการเช่าตั้งแต่เริ่มแรก
6. ฟลิบปิ้ง ตึกแถว หรือห้องแถวทำการค้า ตึกแถวเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่นิยมทำฟลิบในบ้านเรากันมานานแล้ว ทั้งนี้ตึกแถวที่จะนำมาทำฟลิบได้ โครงการหนึ่งอาจมีเพียงแค่ตึกแถวบางคูหาเท่านั้น ทั้งนี้ตึกหรือห้องแถวนั้นจะต้องอยู่ในตำแหน่งหรือจุดที่เด่นจริงๆ เท่านั้น เช่นอยู่หัวมุม หรือตั้งอยู่ในจุดที่สามารถดักทางเข้าออก และอยู่ในจุดที่เด่นใครผ่านมา ก็มองเห็นได้ชัด
กฎกำปั้นทุบดินที่อาจนำมาใช้ในการเลือกตึกแถวหรือห้องแถวที่จะทำฟลิป ก็คือ จะต้องอยู่ในทำเลที่ดักทางชุมชนขนาดใหญ่ มีประชากรอย่างน้อยสุด ต้องเกินกว่า 500 ครัวเรือนขึ้นไป ยิ่งมีบ้านในบริเวณรอบๆ เกินกว่านี้เท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น
นอกจากนั้นแล้ว ควรอยู่ในทำเลที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนมากๆ เข้ามาอยู่อาศัยหรือทำธุรกรรมในบริเวณนั้นมากขึ้น เช่นมีการสร้างถนน ขยายถนน เป็นสถานีรถไฟฟ้า หรือมีศูนย์การค้า หรือมีสำนักงานที่กำลังสร้าง เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะทำให้มีคนจำนวนมากๆ เข้ามาอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งปัจจัยตัวนี้จะมีอิทธิให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ขึ้นในบริเวณนั้น
เคล็ดลับความสำเร็จ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการฟลิปตึกแถว ก็คือ ต้องซื้อให้ได้ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ณ.ขณะนั้นให้ได้มากๆ เนื่องจากการฟลิบเป็นการลงทุนระยะสั้น ดังนั้นราคาต้นทุนจึงต้องซื้อให้ได้ต่ำๆ โดยอิงกับมูลค่าที่ควรจะเป็นในเวลานั้นเป็นสำคัญ
บางส่วนจาก ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบมืออาชีพ โดย..อนุชา กุล วิสุทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์: ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง และนำข้อมูลไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต