5 ข้อห้าม ไม่ควรทำเมื่อเลือกซื้อบ้าน
เพื่อนๆ คนไหนกำลังจะซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นครั้งแรก คงต้องคิดแล้วคิดอีกกว่าจะตัดสินใจเลือกโครงการที่ถูกใจได้ ไหนยังจะต้องอดออมเก็บเงิน เตรียมตัวกู้สินเชื่อกู้ซื้อบ้านอีก ทำให้บางที พอถึงเวลาต้องตัดสินใจ ด้วยความที่มีเรื่องมากมายให้คิด ก็อาจจะเผลอตัดสินใจเร็วเกินไปจนเกิดความผิดพลาดกันได้นะคะ
เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ มองข้ามความเสี่ยงในการเลือกซื้อบ้านและคอนโด วันนี้ทีมงานแอดมิน Home Buyers จะมาแชร์ประสบการณ์ในฐานะที่เคยซื้อบ้านกันมาแล้ว รวมถึงคลุกคลีใกล้ชิดอยู่ในวงการอสังหาฯ กันมานาน ขอแนะนำ 5 ข้อห้าม ไม่ควรทำเมื่อเลือกซื้อบ้าน ให้เพื่อนๆ มือใหม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือไว้ จะได้ป้องกันสารพัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้ ไปติดตามกันเลยค่ะ
1 อย่าเชื่อโฆษณามากเกินไป
ยุคนี้สมัยนี้โฆษณาบ้านและคอนโดทำออกมาสวย น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้ากันสุดๆ บางทีมาในรูปแบบการรีวิวที่ตกแต่งทั้งภาพและคำบรรยายให้ชวนเชื่อจนผู้บริโภคเคลิ้มคล้อยตามกันไปเป็นเเถบๆ ยิ่งเป็นบ้านที่นำเสนอเป็นภาพจำลองที่ดูดีเกินกว่าความเป็นจริงด้วยเเล้ว ยิ่งดูน่าดึงดูดเข้าไปใหญ่ เเต่ความจริงแล้วอาจเป็นเทคนิคเชิงโปรดักชั่นที่ทำให้สวยงามได้เพียงปลายนิ้วคลิก ยิ่งเดี๋ยวนี้มี Ai เข้ามาช่วยด้วย ยิ่งไปกันใหญ่เลยค่ะ...
นอกจากนี้ เวลาเห็นโฆษณาสารพัดโปรโมชั่นและส่วนลด ก็อย่าเพิ่งเชื่อว่าจะได้ทุกอย่างตามนั้นนะคะ เพราะมักจะมีเงื่อนไขที่พิมพ์ตัวหนังสือเล็กจิ๋วจนอ่านแทบไม่ออกอยู่คู่กันด้วย ดังนั้นถ้าเพ่งสุดๆ แล้วยังอ่านไม่ออก ก่อนตัดสินใจอะไรอย่างน้อยก็ควรโทรศัพท์หรือแอดไลน์ไปสอบถามเงื่อนไขกับทางโครงการให้เข้าใจก่อน ทางที่ดีเลยก็ควรเดินทางไปดูของจริง เอาให้เห็นกันจะๆ ไปเลย และสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่โครงการให้ชัดเจน ส่วนไหนไม่เข้าใจต้องถามให้เคลียร์ อย่าตีความไปเองเด็ดขาด จะได้ไม่ผิดหวังกับบ้านหลังใหม่ที่เราจะซื้อค่ะ
2 อย่าไว้ใจพนักงานขาย
หน้าที่หลักของพนักงานขายบ้านและคอนโดข ก็คือปิดการขายสินค้าให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นก่อนลูกค้าตกลงซื้อ พนักงานขายจึงพร้อมให้ทุกอย่างที่ลูกค้าขอ ไม่ว่าจะส่วนลด ของเเถม และอื่นๆ อีกมากมาย
เที่เห็นบ่อยที่สุดก็คือเวลาตรวจรับบ้าน เมื่อเจอว่าบ้านมีปัญหาและต้องแก้ไข พนักงานขายมักจะสัญญาว่าจะเเก้ไขข้อผิดพลาดของบ้านหลังลูกค้าเซ็นรับโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว เเต่เอาเข้าจริงหลังจ่ายเงินและเซ็นรับโอนฯ แล้ว บางโครงการอาจไม่เร่งแก้ไขให้ หรือไม่แก้ไขตามที่บอกไว้ ปล่อยให้บ้านเรามีจุดบกพร่องต่อไป ต้องตามเเล้วตามอีกกว่าจะมาแก้ปัญหาให้ แบบนี้ต้องระมัดระวังมากๆ ทางที่ดีควรหนักแน่น ให้โครงการแก้ปัญหาทั้งหมดจนเสร็จก่อน ค่อยเซ้นรับโอนฯ บ้านไปเลยค่ะ
3 อย่าวางใจโครงการที่มีชื่อเสียง
ชื่อเสียงของบริษัทเจ้าของโครงการ หรือการเปิดโครงการมาอย่างยาวนาน หลายๆ เคสไม่ได้รับประกันว่าบ้านที่ซื้อจะไม่มีปัญหาในภายหลังนะคะ ทางที่ดีควรย้อนไปสืบผลงานที่ผ่านมา ว่าเคยมีปัญหาบ้างไหม บริการหลังการขายเป็นอย่างไร สถานะการเงินของบริษัทดีแค่ไหน รวมทั้งควรสอบถามข้อมูลจากลูกค่าเก่าๆ ที่เคยซื้อจากเจ้าของโครงการรายเดียวกันด้วย หรือจะลองไปสืบหาดูในอินเตอร์เน็ตก็ได้นะ บอกเลยว่ามีหลากหลายปัญหาที่คนนำมาโพสต์ และหลายคนที่พร้อมจะให้ข้อมูลกับเรา
4 อย่าเห็นแก่ความสวยงามอย่างเดียว
ทุกวันนี้หลายๆ โครงการบ้านจัดสรร แข่งกันพัฒนาดีไซน์ภายนอกตัวบ้านให้มีความหวือหวา ตามเทรนด์กระแสนิยมต่างๆ ซึ่งบางทีได้ต้นแบบมาจากในต่างประเทศ ซึ่งสวยงามน่าอยู่ก็จริง แต่ในแง่การใช้งานและความเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทยก็อาจไม่ตอบโจทย์จนเกิดปัญหาตามมาได้ เช่น หน้าต่างกระจกเยอะ ทำให้ภายในบ้านร้อนอบ หรือนอกบ้านไม่มีกันสาดเพื่อความมินิมอล จนพอฝนตกหนักๆ แล้วน้ำซึมเข้ามาในบ้าน ดังนั้นเวลาเลือกซื้อบ้านจึงควรต้องคิดถึงตรงกลางที่ลงตัวของความสวยงาม กับฟังก์ชันการใช้งานจริงๆ ด้วยนะคะ ทางที่ดีควรคิดให้เยอะในเรื่องอากาศร้อนและฝน เพราะบ้านเราหนีไม่พ้นสองเรื่องนี้ทุกปีอยู่แล้ว
5 อย่าสนใจพื้นที่มากกว่าคุณภาพ
แม้พื้นที่ใช้สอยในบ้านจะสำคัญ เเต่บ้านบางหลังให้มีพื้นที่ใช้สอยมากเกินความต้องการ นอกจากนี้อาจใช้วัสดุไม่ดี ทำให้โครงสร้างภายในไม่ทนทานอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นก่อนจะซื้ออย่าดูแค่ความคุ้มอย่างเดียว ได้พื้นที่เยอะ ความจริงอาจไม่ดีอย่างที่เห็นก็ได้ค่ะ ทางที่ดีควรพิจารณาให้รอบด้านว่า ตัวเราและสมาชิกในครอบครัวมีความต้องการอะไรบ้าง ในอนาคตมีแผนจะขยับขยายอย่างไร แบบแปลนบ้านวางฟังก์ชันมาตอบโจทย์การใช้งานจริงแค่ไหน และวัสดุที่ได้ดูดีมีคุณภาพมากพอ สมกับราคาที่จ่ายหรือเปล่า
ทั้งการซื้อบ้านและซื้อคอนโดถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าตัดสินใจไปแล้วเราจะมีภาระผูกพันกับบ้านหลังนี้ไปอีกหลายปี สำหรับบางคนอาจมีโอกาสได้เลือกแค่ครั้งเดียวในชีวิตเลยก็ว่าได้ ดังนั้น Home Buyers ขอฝากให้เพื่อนๆ นำข้อคิดทั้ง 5 ข้อนี้ ติดเตือนใจไว้ตลอดขั้นตอนการเลือกซื้อบ้าน และหวังว่าทุกคนจะได้บ้านดีที่ถูกใจ อยู่ดีมีสุขกันไปนานๆ นะคะ