1.เลือกรูปแบบการลงทุน
เบื้องต้นสำหรับนักลงทุนแล้วการมองวัตถุประสงค์ของตนเองมักจะเป็นปัจจัยแรก ที่ต้องนำมาประเมินว่าต้องการลงทุนไว้เป็นแบบ Long Term Investment หรือการลงทุนระยะยาวเก็บเกี่ยวกินไปเรื่อยๆ ส่วนอีกแบบคือ Short Term Investment หรือการลงทุนระยะสั้น เน้นเก็งกำไรเป็นหลัก
สำหรับผู้ที่เลือกรูปแบบการลงทุน Long Term ส่วนใหญ่แล้วจะเอาไว้เพื่อปล่อยเช่า ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาคือ Location ไหนที่เหมาะจะเป็น Long Term แล้วพื้นที่นั้นค่าเช่าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่
การวิเคราะห์ Location ที่อยู่ใกล้ๆ กับโครงการของตนเองว่าแถวนั้นมีความหนาแน่นและความต้องการของลูกค้ามากน้อยขนาดไหน ค่าเช่าอัตราเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ เป็นกลุ่มลูกค้า Holiday หรือ Long Term ที่จะมาอยู่ เหล่านี้ต้องนำรวมกันเป็นองค์ประกอบในการเลือกรูปแบบการลงทุนให้เหมาะสมกับเม็ดเงินในมือ
2.เลือกที่เงินลงทุน = ความชอบ
ยกตัวอย่าง หากนักลงทุนมีเงิน 10 ล้านบาท แต่เงินจำนวนนี้จะเป็นเงินเย็นได้นานแค่ไหน ถ้าเราจะเลือกซื้อไว้เพื่อการอยู่อาศัยมักจะเริ่มจากโครงการที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย และนำพฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ มาวิเคราะห์ ซึ่งโดยมากมักจะอยากได้บรรยากาศที่เห็นทะเล (Sea View) เพื่อพักผ่อนและไม่แออัด
ความโดดเด่นของโครงการนี้คือมีจุดคุ้มของนักลงทุนที่ต้องตระหนักไว้ว่า “ซื้อในสิ่งที่ชอบ คุณต้องไม่ขาดทุนด้วย” จะต้องมีกฎ Benefit คือได้มูลค่าเพิ่มของตัวโครงการอยู่ที่เท่าไหร่ พึงระลึกไว้ว่าการลงทุนนั้นต้องไม่ทำให้มันลดลง และในจำนวนเงินที่ลงไปนั้นคุณยังชอบด้วย
3.เลือกชายหาด ต้องสงบ-สวย
กลุ่มนักลงทุนที่ชอบ Beachfront วิเคราะห์ว่ามองที่ความสงบแล้ว ดังนั้น Location ที่ขยายตัวออกไปด้านนอกเล็กน้อยเพื่อรองรับอนาคตและความเจริญที่จะไหลออกสู่ด้านนอกน่าจะมีอนาคตที่สุด ขณะเดียวกัน สำหรับพัทยาแล้ว Beach เป็นส่วนสำคัญที่ลูกค้าก็คงต้องการเลือกก่อนปัจจัยอื่นๆ Location อาจจะเลย “นาจอมเทียน” เพราะยังคงมี Beach ที่สวยงาม อาจจะเลยไปทางโรงแรม Ambassador Jomtien Pattaya และขยับไปแถว “บางเสร่” กลุ่มนี้จะมีชายหาดสวยและเหมาะกับการอยู่อาศัย
4.เลือก Developer
นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) ย่อมต้องถูกนำมาพิจารณาด้วยว่ารายใด กลุ่มไหนที่มีความมั่นคง มีการสร้างกระแสทางการตลาดเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนแล้วเกิดมูลค่าเพิ่ม เช่น มีการปรับราคาเป็น Step เพราะฉะนั้นเราจะต้องวิเคราะห์ Developer เชิงลึก เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับการลงทุน
จุดที่จะทำให้ Developer รายนั้นๆ มีความโดดเด่นเป็นอันดับที่ 1 คือกลุ่มที่มีธนาคารให้การสนับสนุนสินเชื่อ (Supporting) เพราะการที่ได้ถูกธนาคาร Qualify ไปแล้วทั้งจากการสัมภาษณ์ ตรวจสอบ (Check-in) ทุกเรื่องมาแล้วเข้ามาตรฐานของธนาคาร และมีคุณสมบัติได้ตรงตามต้องการ เราจะถือว่ามีคน Screen มาแล้ว 1 ขั้น
อันดับที่ 2 ดูจาก Referent Projects ที่เป็นผลงานของ Developer ได้สร้างมา รวมถึงโครงการนั้นๆ มีความต้องการในตลาดแค่ไหน Financial Support แค่ไหน แต่อันดับแรกเลย Project จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าความต้องการของตลาดมีแค่แค่ไหน
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย