การสร้างตารางผ่อนชำระคืนเงินกู้(Amortization Schedule)
นอกจากเรื่องจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนแล้ว เรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ทางอ้อมของการกู้ยืมเงินมาลงทุนในบ้านและที่ดิน ก็คือจำนวนการผ่อนส่งเฉพาะดอกเบี้ยในแต่ละปี ว่าจ่ายไปแล้วจำนวนเท่าใด เพราะเจ้าดอกเบี้ยที่ผ่อนส่งไปในแต่ละปี สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงถึงปีละ 50,000 บาท ซึ่งดอกเบี้ยนี้ เราสามารถคำนวณได้โดยอาศัยการทำตารางการชำระเงินกู้(Amortization Schedule) ที่ต้องมีการจัดทำขึ้นก่อนนั่นเอง
ตัวอย่าง นายอนุชา กู้ยืมเงินแบบลดต้น(Amortized Loan) จำนวน 100,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ธนาคารคิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี(หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อเดือน หรือต่องวดเท่ากับ 1% ) ดังนั้นการสร้างตารางการผ่อนชำระคืนเงินกู้ของนายอนุชา สามารถดำเนินการได้เป็นลำดับขั้นตอนได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 คำนวณเงินที่ต้องผ่อนชำระให้ธนาคารในแต่ละงวดก่อน
จาก A = Pn
PVIFAk,n
โดยที่ P6 = มูลค่าปัจจุบันของเงินกู้=100,000 บาท
A คือจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในอนาคตเท่าๆ กันทุกงวด
PVIFAk,n = ตัวคูณสำเร็จรูปในตารางที่ 7.3 ที่ใช้ปรับค่าเงินที่จ่ายในอนาคตเท่ากันทุกงวดให้กลายเป็น เงินก้อนเดียวในปัจจุบัน
เปิดตารางดูค่า PVIFAk,nที่อัตราดอกเบี้ย 1% และจำนวนงวด 6 งวด ได้ค่า =5.7955
ดังนั้น A = 100,000 = 17,254.80 บาทต่อเดือน
5.795
ขั้นตอนที่ 2 นำเงินที่ต้องผ่อนชำระแต่ละงวด ไปสร้างตารางผ่อนชำระเงินกู้(Amortization Schedule)ดังนี้
งวด เงินต้นคงค้าง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตอนสิ้นงวด เงินผ่อนชำระ
เงินต้นที่ผ่อนชำระตอนสิ้นงวด
1 100,000.00 1,000.00 17,254.80 16,254.80
2 83,745.20 837.45 17,254.80 16,417.35
3 67,327.85 673.28 17,254.80 16,581.52
4 50,746.33 507.46 17,254.80 16,747.34
5 33,998.99 339.99 17,254.80 16,914.81
6 17,084.18 170.84 17,254.80 17,083.96
Total 3,529.03 103,528.80 99,999.77
สำหรับตารางการผ่อนชำระเงินกู้ ที่แสดงด้านบน มีวิธีการจัดทำเป็นลำดับขั้นตอนเริ่มจากงวดที่ 1 ดังนี้
งวดที่ 1 เริ่มต้นด้วยการใส่ตัวเลขเงินกู้เริ่มต้นจำนวน 100,000 บาท ลงไปในช่องเงินต้นคงค้าง และใส่จำนวนเงินผ่อนชำระเดือนละ 17,254.80 ลงไปในช่องเงินผ่อนชำระ จากนั้น ก็คำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตอนสิ้นงวดที่ 1 ซึ่งคำนวณได้จากเอาเงินต้นคงค้าง คูณด้วยอัตราดอกเบี้ย 1% (ที่เป็น 1 % ไม่ใช่ 12 % เพราะ 12% เป็นดอกเบี้ยรายปี เราผ่อนชำระเป็นรายเดือน เพราะฉะนั้นดอกเบี้ยรายเดือนจึงต้องเอาดอกเบี้ยรายปีหารด้วย 12 ก่อน) ได้ดอกเบี้ย = 100,000 x 0.01 = 1,000 บาท ใส่ 1,000 บาท ลงในช่องดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตอนสิ้นงวด จากนั้นจะนำดอกเบี้ยไปหักจากเงินผ่อนชำระ จะได้เงินต้นที่ผ่อนชำระตอนสิ้นงวดได้เท่ากับ 17,254.80 – 1,000 = 16,254.80 บาท
งวดที่ 2 เงินต้นคงค้าง จะไม่ใช่ 100,000 บาทอีกแล้ว เพราะงวดที่ 1 ได้จ่ายคืนเงินต้นไปแล้ว 16,254.80 บาท ดังนั้นเงินต้นคงค้างในงวดที่สองจึงคำนวณได้จาก 100,000 – 16,254.80 = 83,745.20 บาท ขณะที่เงินผ่อนชำระยังคงที่เท่าเดิมคืองวดละ 17,254.80 บาท จากนั้นคำนวณดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงค้าง จะได้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตอนสิ้นงวด = 83,745.20 x 0.01 = 837.45 บาท นำดอกเบี้ยในงวด ไปหักออกจากเงินผ่อนชำระ ก็จะได้เงินต้นที่ผ่อนชำระตอนสิ้นงวด = 17,254.80 – 837.45 = 16,417.35 บาท
งวดที่สามเงินต้นคงค้าง จะเท่ากับ 83,745.20 – 16,417.35 = 67,327.85 บาท คำนวณดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตอนสิ้นงวดได้เท่าไร นำไปหักออกจากเงินผ่อนชำระ ก็จะได้เงินต้นที่ต้องผ่อนชำระ
งวด 4-6 คำนวณในลักษณะเดียวกับงวดสองและสาม เมื่อคำนวณและได้ข้อมูลครบ เมื่อรวมตัวเลขดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตอนสิ้นงวดทุกงวด เราจะได้ดอกเบี้ยที่จ่ายไปทั้งสิ้น ซึ่งดอกเบี้ยที่จ่ายทั้งสิ้นไปในแต่ละปี ถ้าเป็นกรณีคำนวณเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยตัวนี้แหละที่เรามีสิทธิไปขอหลักฐานการผ่อนชำระดอกเบี้ยตัวนี้ ไปใช้ในการขอลดหย่อนภาษีนั่นเอง
บางส่วนจาก ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบมืออาชีพ โดย..อนุชา กุล วิสุทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์: ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง และนำข้อมูลไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต