5 คำแนะนำสำหรับการลงทุนในหุ้น

นักลงทุนไม่จำเป็นต้องมีความรู้อย่างนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ก็สามารถที่จะเข้าใจพื้นฐานของงบการเงินที่สำคัญสามอย่าง คือ งบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด ที่ช่วยแสดงถึงผลการดำเนินงานและความมั่งคั่งของบริษัทได้หากนักลงทุนต้องการจะเพิ่มหุ้นเฉพาะตัวลงไปในพอร์ตการลงทุน มอร์นิ่งสตาร์ได้แนะนำแนวทางการลงทุนไว้ 5 ข้อด้วยกัน คือ>

1.มองหาบริษัทที่มี Wide Moat (Moat ในที่นี้หมายถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัท) ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่าEconomic Moat กันก่อน คำนี้เป็นคำที่ตั้งขึ้นโดยวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าบริษัทมีความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Advantage) มากน้อยและยั่งยืนเท่าใด บริษัทที่มีWide Moat มักอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความได้เปรียบในการทำกำไร และเป็นบริษัทที่มีปัจจัยทางโครงสร้างที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งในระยะยาวบริษัทเหล่านี้จึงเป็นบริษัทที่นักลงทุนสามารถที่จะคาดการณ์ผลกำไรในอนาคตได้ อีกทั้งบริษัทจะมีผลตอบแทนของเงินทุน (Return On Capital) ที่สูงกว่าต้นทุนของเงินทุน (Cost Of Capital) และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว  

2.ลงทุนเฉพาะในหุ้นที่เห็นว่ามี Margin Of Safety ในการซื้อหุ้น แทนที่เราจะซื้อหุ้นตามคนส่วนใหญ่ เราควรจะซื้อหุ้นที่เราเห็นว่าราคาตลาดขณะนั้นต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม (Fair Value) หรือมูลค่าที่แท้จริงที่เราประเมินไว้ การซื้อหุ้นแบบนี้ ส่วนต่างของราคาที่จ่ายกับมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นที่ได้รับจะถือเป็นกำไรของนักลงทุน ที่เราเรียกว่า Margin Of Safety โดยนักลงทุนไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องทิศทางโดยรวมของตลาดหุ้นเพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ตลาดได้ถูกต้องตลอดเวลา ดังนั้นในการซื้อหุ้นนักลงทุนควรต้องฝึกฝนอย่างมีวินัย และต้องไม่กลัวว่าจะพลาดโอกาสหากไม่ซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดขึ้น ความอดทนจึงถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักลงทุน เนื่องจากหุ้นดีๆอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือนานกว่านั้นกว่าที่จะแสดงให้เห็นถึงมูลค่าที่แท้จริงของมัน

3.อย่ากลัวที่จะถือเงินสดการถือเงินสดนั้น เปรียบเหมือนการมีทางเลือกที่จะหาประโยชน์จากความผันผวนของตลาด มูลค่าของทางเลือกนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อความผันผวนของตลาดมากขึ้น นั่นก็คือภาวะที่ตลาดมีความผันผวนนั้นอาจเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในบริษัทที่มี Wide Moat ที่ราคาตลาดได้ปรับตัวลดลงได้ทันทีเนื่องจากนักลงทุนมีเงินสดในมืออยู่แล้ว

4.อย่ากลัวที่จะถือหุ้นเพียงไม่กี่ตัววอร์เรน บัฟเฟตต์ กล่าวว่า "เขามีความสุขแม้ว่าจะถือหุ้นเพียงแค่ตัวเดียว" แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปนั้น การมีหุ้นสัก 5-6 ตัวในพอร์ตโฟลิโออาจเป็นความคิดที่ดี ถ้าในกรณีที่นักลงทุนรู้สึกว่าเขาต้องการถือหุ้นมากกว่า 20 ตัว ซึ่งอาจไม่ได้เป็นไปตามแบบ Value Investing (การลงทุนแบบเน้นคุณค่า) และวิธีของมอร์นิ่งสตาร์ อาจเป็นไปได้ว่านักลงทุนกำลังซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไรและพยายามกระจายความเสี่ยงของการเก็งกำไรโดยการถือหุ้นหลายตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากพอร์ตโฟลิโอมีการกระจุกตัวมากเกินไป

5.อย่าซื้อขายบ่อยถ้านักลงทุนใช้วิธีที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นักลงทุนก็ไม่จำเป็นต้องซื้อขายบ่อยเพราะได้ลงทุนเฉพาะในบริษัทที่มีลักษณะ Wide Moat ซึ่งมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นไปเรื่อยๆเนื่องจากมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหุ้นลักษณะนี้จึงเหมาะกับการลงทุนแบบซื้อแล้วถือไว้ (Buy-And-Hold) มากกว่า

ยิ่งพอรวมต้นทุนในการซื้อขายแต่ละครั้ง ซึ่งรวมถึงภาษีส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขาย (Bid-Ask Spreads) และค่านายหน้าเข้าไป โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อขายบ่อยๆ ก็ยิ่งน้อยกว่าการซื้อหุ้นในบริษัทที่มีลักษณะ Wide Moat แล้วก็ถือหุ้นแบบนี้ในระยะยาวเสียอีก  

น.ส.พ. โพสต์ ทูเดย์ >

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง