การครอบครองปรปักษ์ คืออะไร รู้ไว้ก่อนมีปัญหา
เคยมีประเด็นเป็นข่าวใหญ่โตกันมาแล้วนะคะ เรื่องของ การครอบครองปรปักษ์ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่เลยสำหรับใครที่มีบ้านหรือที่ดินในครอบครองแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ดังนั้นแอดมิน Home Buyers เลยจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับ การครอบครองปรปักษ์ ให้เพื่อนๆ ได้รู้ไว้ก่อนจะเสียกรรมสิทธ์แบบที่ไม่รู้ตัว ไปติดตามรายละเอียดที่เราค้นคว้ามาฝากกันได้เลยค่า
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร?

การครอบครองปรปักษ์ เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์มานาน และมีประเด็นข้อพิพาทมาตลอด โดยการครอบครองปรปักษ์ คือการแย่งกรรมสิทธิ์ หรือความเป็นเจ้าของในทรัพย์สิน ซึ่งเป็นได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะที่ดินหรือทรัพย์สินที่ติดกับที่ดิน เช่น อาคาร, บ้าน, ถาวรวัตถุ เป็นต้น และรวมถึง สังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์ที่เคลื่อนที่ได้ เช่น รถยนต์ หรือของมีค่าที่เคลื่อนที่ได้ต่างๆ
กฏหมายการครอบครองปรปักษ์
การครอบครองปรปักษ์ เป็น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ระบุไว้ว่า...
"บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบ และโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์"
หลักเกณฑ์ได้รับทรัพย์สินโดยการครอบครองปรปักษ์
ในส่วนของที่ดินและทรัพย์สินที่ติดกับที่ดิน การที่จะได้กรรมสิทธิ์มาโดยครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จะต้องมีหลักเกณฑ์ครบถ้วนตามนี้
1. ครอบครอง หมายถึง กิริยายึดถือทรัพย์สิน เช่น เข้าทำประโยชน์ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในเรือกสวนไร่นา ถือว่าได้ครอบครองเรือกสวนไร่นานั้นแล้ว เป็นต้น
2. ทรัพย์สินของผู้อื่น หมายถึง ทรัพย์สินที่เจ้าของกรรมสิทธิ์อยู่ ในกรณีที่ดินจะต้องเป็นที่ดินที่มีโฉนดหรือตราจองเท่านั้น
3. โดยสงบ คือ การครอบครองโดยปราศจากการข่มขู่ การใช้กำลัง การหลอกลวง และไม่มีใครมาหวงห้ามกีดกัน แสดงความเป็นเจ้าของ หรือการฟ้องร้องขับไล่
4. โดยเปิดเผย คือ การครอบครองโดยมิได้หลบซ่อนเร้นปิดบัง หรืออำพรางใดๆ
5. ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ คือ การครอบครองโดยเจตนาตั้งใจที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น ไม่ใช่การครอบครองแทนผู้อื่น เช่น คนสวนเฝ้าสวนแทนเจ้าของสวนหรือครอบครองตามสัญญาที่ได้ให้อำนาจไว้ เช่น การครอบครองที่นาเพื่อทำนาตามสัญญาเช่านา เป็นต้น
6. ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ติดต่อกัน 10 ปี แต่การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือการเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์ที่สุด นอกจากผู้ครอบครองปรปักษ์จะได้ไปจดทะเบียนการได้ที่ดินนั้นมากับเจ้าหน้าที่เสียก่อน โดยผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินจะต้องไป...
- ร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาแสดงสิทธิ์ ว่าผู้ครอบครองปรปักษ์นั้นเป็นเจ้าของที่ดินตามกฎหมาย
- จากนั้นไปดำเนินการติดต่อยังสำนักงานทะเบียนที่ดิน เพื่อจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของที่ดินเดิมในโฉนดนั้นมาเป็นของผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน
สำหรับที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ หรือเรียกกันว่า ที่ดินมือเปล่า เช่น น.ศ.๓ หรือไม่มีหลักฐานเลย จะมีสิทธิเพียงการครอบครองเท่านั้น จึงยังไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์ ตามมาตรา 1382 ได้ แต่สามารถแบ่งการครอบครองกันได้ ตามมาตรา 1375 เพียงแต่ไม่มีกฎหมายรับรองให้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงสิทธิ
เจตนารมย์ของกฎหมายการครอบครองปรปักษ์
การครอบครองปรปักษ์ กฎหมายนี้เป็นการบังคับให้เกิดการใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ โดยในความเป็นจริง มีหลายๆ คนที่ครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้หลายแปลงจนลืมไป แล้วปล่อยรกร้างว่างเปล่าไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ ซึ่งในทางเศรษฐกิจ หากเจ้าของไม่ใช้ประโยชน์ ก็ควรให้สิทธิคนอื่นเข้ามาใช้ประโยชน์แทน
ดังนั้นถ้าใครมีที่ดิน บ้าน อสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่นๆ ในครอบครอง ควรเข้าไปดูแลเป็นประจำ หรือใช้ประโยชน์เพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญ เพื่อป้องกัน การถูกครอบครองปรปักษ์ จนต้องสูญเสียทรัพย์สินของตัวเองให้กับผู้อื่นไปฟรีๆ นั่นเองค่ะ
อ้างอิงข้อมูลจาก : www.senate.go.th