ที่ดินมีโฉนด อาจถูกแย้งกรรมสิทธิ์ได้ โดยการครอบครองปรปักษ์ คือหากมีบุคคลอื่นเข้ามาครอบครองที่ดินมีโฉนดโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกัน 10 ปี บุคคลนั้นจะได้กรรมสิทธิ์ไป (แต่ต้องไปร้องขอให้ศาลสั่งว่าได้ที่ดินมาโดยการครอบครองปรปักษ์) และต้องจดทะเบียนประเภทได้มาโดยการครอบครองต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่หากเป็นที่ดินมือเปล่า จะไม่มีการครอบครองปรปักษ์ เช่น ที่ดิน ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ที่มีคนอื่นมาครอบครองหลาย 10 ปี ผู้ครอบครองก็คงมีแต่สิทธิครอบครอง ผู้แย่งการครอบครองที่ดินมือเปล่าจากเจ้าของเดิม แม้จะเกิน 10 ปี ก็จะอ้างว่าตนได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ แต่ต้องจะได้สิทธิในที่ดินนั้น เนื่องจากเจ้าของเดิมถูกแย่งการครอบครองแล้วไม่ฟ้องร้องเรียกคืนภายใน 1 ปี
ที่ดินที่มีโฉนด อายุความการทอดทิ้งจนเป็นผลให้ที่ดินตกเป็นของรัฐนั้น จะต้องทอดทิ้งเกิน 10 ปี ติดต่อกัน แต่หากเป็นที่ดินมือเปล่า ประเภทหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จะต้องทอดทิ้งเกินกว่า 5 ปี ติดต่อกัน สำหรับที่ดินมือเปล่าประเภทอื่น เช่น ส.ค.1 ใบจองหากผู้ครอบครองแสดงเจตนาสละการครอบครอง หรือไม่ยึดถือทรัพย์สินนั้นต่อไป การครอบครองย่อมสุดสิ้นลง ที่ดินนั้นก็ต้องตกเป็นของรัฐทันที
เจ้าของที่ดินมือเปล่า อาจจะสูญสิ้นสิทธิครอบครองในที่ดินของตนได้โดยประการหนึ่งประการใดดังต่อไปนี้
- เจ้าของที่ดินมือเปล่าได้โอนสิทธิครอบครองในที่ดินของตนให้ผู้อื่น หากเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต้องจดทะเบียนโอนต่อนายอำเภอท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ แต่หากเป็นที่ดิน ส.ค.1 ก็โอนโดยการส่งมอบการครอบครองซึ่งใช้ยันกันได้ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอน จะใช้ยันต่อรัฐไม่ได้
- การโอนโดยวิธีเจตนาสละการครอบครอง เช่นเจ้าของที่ดินมือเปล่า ส.ค.1 ทำหนังสือโอนขายกันเอง เป็นการแสดงเจตนาว่าผู้ขายเจตนาสละการครอบครอง และไม่ยึดถือที่ดินนั้นอีกต่อไป (การซื้อขายที่ดินมือเปล่าโดยมิได้ทำสัญญาเป็นหนังสือกันนั้นเมื่อผู้ซื้อได้ชำระราคา และผู้ขายสละสิทธิให้ผู้ซื้อเข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของแล้ว ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นสิทธิของผู้ซื้อ)
- กรณีที่ถูกแย่งการครอบครองแล้วเจ้าของที่ดินมือเปล่าไม่ฟ้องเรียกร้องสิทธิคืนภายใน 1 ปี ย่อมสูญสิ้นสิทธิครอบครองในที่ดินของตน การฟ้องเรียกสิทธิครอบครองคืน จะต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง (ไม่ใช่นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าถูกแย่งการครอบครองนะครับ) การฟ้องเรียกคืนภายใน 1 ปี เป็นระยะเวลาสิ้นสุด มิใช่อายุความ ดังนั้นแม้จำเลยจะไม่ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลก็หยิบยกขึ้นพิจารณาเองได้
- โดยวิธีถูกเวนคืนให้ที่ดินตกเป็นของรัฐ
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์