การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร นอกจากจะทำให้มีผู้ที่เป็นตัวแทนหมู่บ้านแล้ว ยังทำให้หมู่บ้านที่สมาชิกผู้อยู่อาศัยนั้น ๆ ได้พบแต่สิ่งดี ๆ หลายอย่าง เช่น
- ได้รับโอนทรัพย์สินส่วนกลางมาเป็นของผู้ซื้อบ้าน โดยนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรจะเป็นผู้รับโอนที่ดินในส่วนที่เป็นสาธารณูปโภคภายในโครงการ เช่น ถนน สวน และบริการสาธารณะอย่างเช่นสโมสร จากเจ้าของโครงการมาเป็นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร และสมาชิกทุกคนก็จะมีสิทธิในการเป็นเจ้าของร่วมกัน
- ได้รับการยกเว้นในเรื่องของค่าธรรมเนียมการโอน และภาษีจากภาครัฐ เนื่องจากตามปกติแล้ว การโอนบ้านหรือที่ดินจะต้องมีการเสียภาษีให้กรมสรรพากร แต่สำหรับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรที่จดทะเบียนแล้วนั้น การรับโอนที่ดินในส่วนสาธารณูปโภค หรือสโมสร จะได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษตามประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 378) พ.ศ. 2544
- จะมีงบประมาณในการซ่อมแซมปรับปรุง สาธารณูปโภคส่วนรวมที่จะชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพราะในกรณีของที่ดินจัดสรรที่เกิดหลังพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 นั้น กฎหมายระบุว่าผู้จัดสรรที่ดินต้องส่งมอบเงินสมทบให้ในอัตราร้อยละ 7 ของราคาค่าก่อสร้างสาธารณูปโภคภายในโครงการ ซึ่งเงินดังกล่าวเปรียบได้ดังเงินกองทุนแรกตั้งสำหรับการดำเนินงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
- สามารถออกข้อกำหนด กฎกติกา รวมถึงอำนาจหน้าที่การบริหารและจัดระเบียบหมู่บ้านเป็นของตนเอง ซึ่งก็คือข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนั้นเอง โดยผ่านการพิจารณาและความเห็นชอบของสมาชิกในหมู่บ้านจัดสรร เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารหมู่บ้าน รวมถึงการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน
- มีสังคมที่น่าอยู่ เนื่องจากการลงมติในเรื่องต่าง ๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกเสียงส่วนมากภายในหมู่บ้านจัดสรร การบริหารจัดการของหมู่บ้านจะมาจากการลงมติของที่ประชุมสมาชิกโดยเจ้าของที่ดินทุกแปลง สามารถออกเสียงเห็นชอบ หรือไม่