การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการ
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... (พ.ร.บ.กู้เงิน) จำนวน 2 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่
28-29 มี.ค.ที่ผ่านมา มีเอกสารประกอบการพิจารณาที่มีรายละเอียดแผนงานโครงการต่างๆ ที่สำคัญดังต่อไปนี้
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 28 - 29
มี.ค.ที่ผ่านมา วิวาทะที่ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลถกเถียงกัน คือ เรื่องของ "เอกสาร ประกอบการพิจารณา"
ทั้งนี้ เอกสารประกอบการพิจารณาดังกล่าว มีจำนวนทั้งสิ้น 231 หน้า ประกอบไปด้วยรายละเอียด แผนงาน
โครงการต่างๆ ตาม 3 ยุทธศาสตร์หลัก แบ่งเป็น 7 แผนงานรวม 55 โครงการโดยแต่ละโครงการมีรายละเอียด
ประกอบ 10 ข้อย่อย
ตัวอย่างรายละเอียดเอกสารในโครงการ เช่น ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวย
ความสะดวกในการเดินทาง และขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
แผนงานพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อภูมิภาควงเงินลงทุนรวม 994,430.90 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณในการ
ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 783,229 ล้านบาท
เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ 1.โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ -เชียงใหม่ วงเงิน
387,821 ล้านบาท 2.โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ หนองคาย วงเงิน 170,450 ล้านบาท 3.โครงการ
รถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ -ปาดังเบซาร์ วงเงิน 124,327.9 ล้านบาท และ 4.โครงการ โครงการรถไฟความเร็ว
สูงเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (AIRPORT RAIL LINK) ต่อจากสนามบินสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง
วงเงิน 100,631 ล้านบาท
การสร้างรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางต่างๆเป็นการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง โดยเชื่อม โยงโครงข่าย
และการบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า และบริการที่สะดวกรวมทั้งสนับสนุนการ ขยายฐานการผลิต
ตามแนวเส้นทางรถไฟ
สำหรับขอบเขตการดำเนินงานและสถานที่ ดำเนินการ กำหนดขนาดมาตรฐานของการก่อสร้างทางรถไฟ
ความเร็วสูงทั้ง 4 โครงการ ไว้เป็นรูปแบบ เดียวกัน คือ 1.มีการก่อสร้างรางขนาด 1.435 เมตร (STANDARD
GAUGE) รองรับรถไฟความเร็วสูง 2.ติดตั้งงานระบบราง งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล 3.จัดหาขบวนรถสำหรับ
รถไฟความเร็วสูง โดยกำหนด เป็น 4 เส้นทาง
คือ 1.เส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ กำหนดให้การประกวดราคางานราง งานระบบ และ งานขบวนรถ
สำหรับรถไฟความเร็วสูง โดยแบ่งออก เป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ-พิษณุโลก ระยะที่ 2 ช่วงพิษณุโลก-
เชียงใหม่ / พื้นที่กรุงเทพ มหานคร-พิษณุโลก-เชียงใหม่ เริ่มก่อสร้างปีงบประมาณ 2557 และสิ้นสุดใน
ปีงบประมาณ 2562 ส่วนรายละเอียดค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.บ. วงเงินรวม 387,821 แสนล้านบาท แบ่งเป็นค่าจ้างที่
ปรึกษา 7,000 ล้านบาท ค่าที่ดิน 18,371 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 288,629 ล้านบาท ค่างานระบบรถไฟฟ้าฯ 73,821
ล้านบาท
ผลประโยชน์ที่จะได้รับ 1.เส้นทางรถไฟความเร็วสูงและระบบรถไฟความเร็วสูงที่เหมาะสม จากกรุงเทพฯ-
เชียงใหม่ 2. ประหยัดมูลค่าต่างๆ ได้แก่ ประหยัดการใช้รถ 8,557 ล้านบาท ลดค่าเวลาในการเดินทาง 2,252 ล้าน
บาท ลดความ สูญเสียจากอุบัติเหตุ 3,889 ล้านบาท ลดมลพิษ 6,659 ล้านบาท 3. เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและ
ขนส่งสินค้า 4. เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟ
2.โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯหนองคาย กำหนดให้การประกวดราคางานราง งานระบบ และงาน
ขบวนรถสำหรับรถไฟความเร็วสูง แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงชุมทางบ้านภาชี-นครราชสีมา เนื่องจาก
เส้นทางช่วงชุมทางบางซื่อ-ชุมทางบ้านภาชีใช้ทางร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่
ระยะที่ 2-ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย / พื้นที่กรุงเทพ มหานคร-นครราชสีมา-หนองคาย เริ่มก่อสร้าง
ปีงบประมาณ 2557 สิ้นสุดปีงบประมาณ 2563 ค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.บ. วงเงินรวม 170,450 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจ้าง
ที่ปรึกษา 3,000 ล้านบาท ค่าที่ดิน 11,800 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 123,950 ล้านบาท ค่างานระบบรถไฟฟ้าฯ 31,700
ล้านบาท
สำหรับข้อดีของโครงการ คือ1.เส้นทางรถไฟความเร็วสูงและระบบรถไฟความเร็วสูงที่เหมาะสม จากกรุงเทพฯ-
นครราชสีมา-หนองคาย 2. ประหยัด มูลค่าต่างๆ ได้แก่ ประหยัดการใช้รถ 10,993 ล้านบาท – ค่าเวลาในการ
เดินทาง 5,074 ล้านบาท - ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ 2,638 ล้านบาท - ลดมลพิษ 5,541 ล้านบาท 3. เพิ่ม
ประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า 4.เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟ
3.โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯปาดังเบซาร์ แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ช่วง
กรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 225 กิโลเมตร ระยะที่ 2 ช่วงหัวหิน-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 757 กิโลเมตร (อ.หัวหิน จ.
ประจวบคีรีขันธ์ ถึงด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา)
การดำเนินการ (1) ก่อสร้างทางรถไฟเป็นทางคู่ขนาด 1.435 เมตร (STANDARD GAUGE) รวมทั้งอาคารสถานี
รถไฟ และงานระบบรถไฟฟ้ารองรับรถไฟความเร็วสูง (2) ประกวดราคาและดำเนินการตามขั้นตอนก่อสร้าง
ต่อไป (3) การดำเนินการ ศึกษาออกแบบ และจัดทำเอกสารประกวดราคารถไฟความเร็วสูง กรุงเทพมหานคร-อ.
หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์-ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา เริ่มก่อสร้างปีงบประมาณ 2557 สิ้นสุดปีงบประมาณ 2561
โดยมีค่าใช้จ่าย ตาม พ.ร.บ.124,327.9 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจ้างที่ปรึกษา 2,500 ล้านบาท ค่าที่ดิน 5,865 ล้านบาท
ค่าก่อสร้าง 92,398.9 หมื่นล้านบาท ค่างานระบบรถไฟฟ้าฯ 23,564 ล้านบาท
โดยประโยชน์ที่จะได้รับ คือ 1. เส้นทางรถไฟความเร็วสูงและระบบรถไฟความเร็วสูงที่เหมาะสม จากกรุงเทพฯ-
หัวหิน 2. ประหยัดมูลค่าต่างๆ ในปี พ.ศ.2565 ดังนี้ - ประหยัดการใช้รถ 2,831 ล้านบาท - ค่าเวลาในการเดินทาง
745 ล้านบาท - ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ 1,286 ล้านบาท - ลดมลพิษ 2,203 ล้านบาท 3. เพิ่มประสิทธิภาพการ
เดินทางและขนส่งสินค้า 4. เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟ
และ 4.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ท่าอากาศสุวรรณภูมิ (AIRPORT RAIL LINK) ต่อจากสนามบินสุวรรณ
ภูมิ-ชลบุรี-พัทยาระยอง กำหนดให้มีการก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (STANDARD GAUGE) รองรับ
รถไฟความเร็วสูง เริ่มปีงบประมาณ 2557 สิ้นสุด ปีงบประมาณ 2561 ค่าใช้จ่ายโครงการตาม พ.ร.บ. วงเงิน
ทั้งหมด 100,631 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ปรึกษาโครงการ 1,800 ล้านบาท ค่าที่ดิน 4,767 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง
74,909 ล้านบาท ค่างานระบบ 19,155 ล้านบาท
สำหรับข้อดีของโครงการ เส้นทางรถไฟความเร็วสูง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) - ระยอง ระยะทาง 221
กม. 2. ประหยัดมูลค่าต่างๆ ในช่วงเวลา 30 ปี ตลอดโครงการ โดยเฉลี่ย แต่ละปีประหยัดเงินต่างๆ ได้ ดังนี้ –
ประหยัดการใช้รถปีละ 71,459 ล้านบาท - ค่าเวลาในการ เดินทาง 16,891 ล้านบาท - ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ
32,388 ล้านบาท - ลดมลพิษ 10,638 ล้านบาท - ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า ปีละ 7,576 ล้านบาท – รวม
ประหยัดได้เฉลี่ยปีละ 138,952 ล้านบาท
'แผนพัฒนาโครงข่าย เชื่อมภูมิภาควงเงิน 994,430.90ล้านบาท แบ่งเป็นงบก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 783,229 ล้าน
บาท'