ธรรมะกับการลงทุน

การลงทุนกับธรรมะ ซึ่งเป็นเรื่องของศาสนาพุทธ ดูเหมือนจะห่างไกลกันมาก เพราะการลงทุนโดยเฉพาะในตลาดหุ้น มักถูกมองว่า เป็นเรื่องของการต่อสู้แย่งชิง เป็นเรื่องของกิเลสตัณหาซึ่งจะก่อให้เกิดทุกข์ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาสนาพุทธสอนให้รู้จักวิธีการหลีกเลี่ยงเหนือสิ่งอื่นใดก็คือศาสนาพุทธนั้นคนมักเชื่อกันว่าเป็นศาสนาที่สอนให้คนรู้จัก "พอเพียง" ขณะที่คนเล่นหุ้น หรือนักลงทุนส่วนใหญ่หวังรวยอย่างรวดเร็ว ถ้าจะพูดกันเรื่องการลงทุนแล้ว เราไม่ควรพูดถึงเรื่องธรรมะ ซึ่งเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเช่นนั้นหรือ? คำตอบของผมคือ ไม่ใช่ ผมคิดว่าหลักธรรมะนั้นสามารถนำมาใช้กับการลงทุนได้มีประโยชน์และที่จริงอาจจะไม่มีอะไรขัดกันเลยลองมาดูกัน>

ในเรื่องของการลงทุนหรือหุ้นนั้นเราต้องศึกษา "ธรรมะ" หรือธรรมชาติของหุ้นให้รู้แจ้งเสียก่อนว่าอะไรทำให้หุ้นมีราคาหรือมูลค่าเพิ่มขึ้นอะไรทำให้บริษัทจ่ายปันผลเป็นเงินสดให้เรามากขึ้นซึ่งจะทำให้ ผลตอบแทนของเรามากขึ้นคำตอบก็คือในระยะยาวแล้วหุ้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถ้าบริษัทมีผลประกอบการหรือกำไรเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆซึ่งก็จะทำให้บริษัทสามารถจ่ายปันผลเพิ่มมากขึ้นตามกันไปผลก็คือถ้าเราถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของเราก็จะได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ดังนั้นถ้าเราต้องการลงทุนและได้ผลตอบแทนที่ดีหรือเหมาะสมวิธีก็คือเราต้องซื้อหุ้นของบริษัทที่จะมีผลประกอบการดีขึ้นเรื่อยๆในระยะยาวแล้วเราก็ถือหุ้นตัวนั้นไว้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องสนใจเรื่องของดัชนีตลาดหรือราคาหุ้นในระยะสั้นและนี่ก็คือการ"ปฏิบัติธรรม"ในเรื่องของการลงทุนในหุ้น

ธรรมะหรือธรรมชาติของหุ้นในระยะสั้นนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องของ"ความผันผวน"นั่นคือหุ้นจะปรับตัวขึ้นลงซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมายทั้งจากภายในบริษัทและนอกบริษัทอาทิเรื่องของผลประกอบการเรื่องของเศรษฐกิจการเมือง และอื่น ๆทั้งจากภายในและภายนอกประเทศดังนั้นการที่หุ้นจะขึ้นหรือลงในระยะสั้น ๆ จึงบอกได้ยากจริงอยู่บางคนอาจจะมีความสามารถมากกว่าคนอื่นดังนั้นเขาอาจจะสามารถคาดการณ์ได้ถูกต้องมากกว่าผิดและดังนั้นเขาก็สามารถทำผลตอบแทนจากการลงทุนได้ดีแบบนี้ก็อาจจะบอกว่าเขารู้ธรรมะของการลงทุนในระยะสั้นและปฏิบัติธรรมในการลงทุนได้เหมือนกันอย่างไรก็ตามธรรมะของหุ้นในระยะสั้นนั้นจากการพิสูจน์โดยทางสถิติที่เป็นวิทยาศาสตร์ก็ไม่ยั่งยืนเท่าไรนักนั่นคืออาจจะเป็นจริงเป็นบางช่วงบางเวลาและเปลี่ยนแปลงไปได้เร็วซึ่งทำให้ไม่คุ้มที่จะทำเมื่อคิดถึงค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหุ้นที่สูงเนื่องจากการซื้อขายบ่อย

เรื่องที่สองของธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนก็คือการเดินสายกลางนี่คือหนทางที่ดีในการดำเนินชีวิตถ้ามาประยุกต์กับการลงทุนในหุ้นแล้วผมคิดว่าธรรมะของการลงทุนก็คือเราควร "เดินสายกลาง"นั่นก็คือเราจะต้องออกแบบพอร์ตของเราให้เหมาะสมในแง่ที่ว่ามันจะไม่เสี่ยงเกินไปในขณะเดียวกันเราก็ต้องไม่กลัวจนเกินไปจนทำให้เราไม่กล้าลงทุนในหุ้นมากพอ  

ประเด็นสุดท้ายในเรื่องของธรรมะที่ผมคิดว่านำมาใช้กับการลงทุนได้เป็นอย่างดีและต้องถือว่าเป็น"คำสอนหลัก"ของท่านพุทธทาสอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง"ตัวกู ของกู" หรือการติดยึดว่าเราเป็นเจ้าของสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นวัตถุความมั่งคั่งชื่อเสียงเราจึงทำทุกอย่างที่จะได้มันมาเราเสียใจเมื่อต้องเสียมันไปจิตใจของเราหมกมุ่นอยู่กับมันมากเกินไปประเด็นนี้ว่าที่จริงเกี่ยวเนื่องกับความโลภอยากได้ใคร่ดีจนสามารถที่จะทำสิ่งที่ผิดครรลองครองธรรมซึ่งในกรณีของการลงทุนก็อาจจะเกี่ยวกับการปั่นหุ้นการชี้นำให้คนอื่นมาซื้อหุ้นที่ตนเองลงทุนโดยหวังที่จะขายหุ้นที่ตนเองถืออยู่ในราคาที่สูงการปล่อยข่าวที่เป็นเท็จเกี่ยวกับหุ้นเพื่อที่จะสร้างราคาหุ้นให้ผิดไปจากความเป็นจริงต่าง ๆเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการที่ไม่มีธรรมะในการลงทุนซึ่งในที่สุดก็จะทำร้ายหรือทำลายตัวเอง

น.ส.พ. กรุงเทพธุรกิจ

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง