แนวคิดของการจัดแต่งบ้านเพื่อขาย
แนวคิดการจัดแต่งบ้านเพื่อขาย เป็นแนวคิดใหม่ล่าสุด ที่กำลังทวีบทบาทความสำคัญต่อการขายบ้านในปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับการขายบ้านมือสอง อันเป็นผลมาจากเทรนของการซื้อบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว นำปรับปรุงเปลี่ยนแปลง(Remodeling) และขาย หรือกระแสการฟลิปบ้าน ที่เน้นการขายบ้านอย่างรวดเร็ว ทำให้การ จัดแต่งบ้านให้อยู่ในสภาพพร้อมขาย(Staging) กลายมาเป็นสิ่งจำเป็น ที่ต้องเข้ามามีบทบาทในการขายบ้านเป็นอย่างยิ่ง
แนวคิดการจัดแต่งบ้านเพื่อขาย ถูกนำมาประยุกต์ใช้ครั้งแรกโดย บาร์บ ซวาทซ์(Barb Schwartz) เมื่อปี 2515 จากนั้นก็ค่อยๆ แพร่หลายอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบัน ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการขายบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว โดยพยายามจะทำให้บ้านที่ขาย เป็นอะไรที่มากกว่าห้องสี่เหลี่ยมแต่เพียงอย่างเดียว
ถ้าจะอธิบายถึงแนวคิดการจัดแต่งบ้านแบบง่ายๆ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการจัดเวทีสำหรับแสดงละครเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งผู้สร้างหรือผู้จัดละคร จะต้องจัดเวที ตกแต่งและจัดวางสิ่งต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของนักแสดง และสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง ขณะเดียวกันก็เพื่อให้ผู้ชมมองเห็นภาพที่นำเสนอให้ตรงกับเรื่องราวมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ซึ่งก็คล้ายกับการโชว์บ้านเพื่อขาย ที่จำเป็นที่จะต้องมีการจัดแต่งบ้านหรือจัดแต่งเวทีการขายทั้งภายนอกและภายใน ก่อนเสมอ เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อเกิดจินตนาการถึงการเข้ามาใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ โดยพยายามสร้างหรือจัดแต่งให้ผู้ซื้อเกิดความรู้สึกสะดวกสบาย และตกแต่งฉากเวทีเพื่อทำให้เห็นภาพและคุณค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ได้ดีขึ้น
คนทั่วไป มักคิดว่า “การจัดแต่งบ้านเพื่อขาย (Staging)” คงมีความหมายเช่นเดียวกับ “การตกแต่งภายใน(Interior Design)” แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองเรื่อง กลับมีแนวคิดและวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทั้งนี้ การตกแต่งภายใน จะเป็นการตกแต่งบ้าน ให้สวยงาม สะดวก สบาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนองตอบต่อรสนิยม ความชอบและความต้องการส่วนตัวของเจ้าของหรือผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นสำคัญ
แต่สำหรับ การจัดแต่งบ้านเพื่อขายแล้ว จะเป็นการจัดแต่งบ้านทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้พร้อมขาย หรือพร้อมที่จะโชว์ให้กับผู้ซื้อเห็น เมื่อเดินเข้ามาดู โดยจะเน้นทำให้บ้านน่าอยู่ ต้องตาต้องใจ แก่ผู้พบเห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักก็คือทำให้บ้านขายได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ขายได้ราคาขึ้นด้วย
ทั้งนี้การจัดแต่งบ้านเพื่อขาย จะเน้นการดำเนินการเพื่อลดความเป็นส่วนตัว(Depersonalize) ของเจ้าของเก่าลง เพื่อเปิดช่องให้ผู้ซื้อหรือเจ้าของใหม่ เกิดจินตนาการหรือจินตภาพในการเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านได้
ซึ่งกลิ่นไอและรูปลักษณ์ความเป็นส่วนตัวของเจ้าของเดิม ที่สะสม
อยู่ในบ้าน ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีสะสมอยู่มากเท่านั้น เป็นสิ่งที่ต้องหาทางขจัดออกไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเข้ามาปิดกั้น หรือเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของบ้าน ทำให้ผู้ซื้อพอเห็นบ้านแล้ว ไม่อยากจะซื้อบ้านหลังนั้นเลย เพราะเห็นแล้ว เชื่อว่าบ้านหลังนั้น เหมาะสำหรับเป็นบ้านของคนอื่นมากกว่าเหมาะที่จะเป็นบ้านของตัวเอง
บางส่วนจาก ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบมืออาชีพ โดย..อนุชา กุล วิสุทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์: ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง และนำข้อมูลไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต