ตาม"กฏหมายอาคารชุดใหม่ ที่แก้ไขใหม่ เมื่อ ก.ค. 2551 กำหนดให้โครงการจะเปิดขายให้กับลูกค้าและออกสัญญาจะซื้อจะขายตามกฎหมายได้ ก็ต่อเมื่อโครงการนั้นผ่าน EIA (การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม) และได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเท่านั้น
และเมื่อโครงการออกสัญญาจะซื้อจะขายให้ลูกค้าได้แล้ว การเปลี่ยนชื่อโอนสิทธิ ลูกค้าจะมีสิทธิทำได้อย่างเสรี โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ
เพื่อเลี่ยงข้อกำหนดดังกล่าว ทำให้มีโครงการบางแห่ง ใช้กลยุทธ์ขายห้องชุดโดยแยกขั้นตอนการขายออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้ คือ
ขั้นตอนที่ 1 ทำเป็นใบจองห้องชุด เริ่มจากโครงการเปิดจอง การเปลี่ยนชื่อในขั้นตอนนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเจ้าของโครงการจะกำหนด แล้วแต่กรณีไป ปกติจะกำหนดกันประมาณ 2% ของราคาห้องชุด ใบจองที่ได้เป็นใบเสนอราคาห้องชุด และรายการงวดจ่ายเงินดาวน์
ขั้นตอนที่ 2 สัญญาจองซื้อห้องชุด จะทำสัญญาจองซื้อหลังจาก 1-2 สัปดาห์ หลังการจอง การเปลี่ยนชื่อในขั้นตอนนี้ ส่วนใหญ่ยังกำหนดค่าเปลี่ยนชื่อ 2% ของราคาห้องชุด หรือตามที่เจ้าของโครงการกำหนด ลักษณะจะเป็นสัญญาที่มีการระบุรายเอียด ไว้คร่าวๆ โดยมีเอกสารแนบเป็นฉบับร่างสัญญาจะซื้อจะขายที่ลูกค้าจะทำต่อไปให้ด้วย
ขั้นตอนที่ 3 สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด สัญญาส่วนนี้ เป็นไปตาม"กฏหมายอาคารชุดใหม่ ที่แก้ไขเมื่อก.ค. 2551” ทุกประการ ซึ่งช่วงห่างจากการจองและทำสัญญาจองซื้อ กับการทำสัญญาจะซื้อจะขาย อาจยาวนานถึง 1 ปีก็ได้
บางส่วนจาก ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบมืออาชีพ โดย..อนุชา กุล วิสุทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์: ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง และนำข้อมูลไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต