ก่อสร้างไม่ทัน (จะ) อ้างเหตุที่รู้อยู่แล้วไม่ได้

ในการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายหรือเจ้าของโครงการนั้น สิ่งหนึ่งที่สำคัญและต้องกำหนดเอาไว้ในสัญญา คือกำหนดเวลาแล้วเสร็จของโครงการ หรือกำหนดเวลาส่งมอบบ้านหรือห้องชุดให้กับผู้ซื้อนั่นเอง เมื่อมีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบไว้แล้ว และหากถึงกำหนดจริงๆ ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบบ้านหรือห้องชุดให้ได้ ก็ถือว่าผู้ขายผิดสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิทำได้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ยกเลิกสัญญาแล้วเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย หรือยังคงปฎิบัติตามสัญญากันต่อไป โดยสงวนสิทธิเรียกร้องค่าปรับตามที่กำหนดไว้ ดังนั้นแม้จะได้กำหนดเวลาแล้วเสร็จไว้แล้วก็ตาม หากไม่กำหนดค่าปรับไว้ก็เปล่าประโยชน์ครับ>

มีคดีอยู่เรื่องหนึ่ง สัญญาได้มีการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จไว้ แต่ผู้ขายไม่สามารถก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จ เพราะเหตุปูนขาดแคลน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงผู้ขายรู้อยู่ก่อนแล้วถึงภาวะขาดแคลนปูน แต่ก็ยังกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จ ลองคิดดูสิครับว่าอย่างนี้ผู้ขายก็ต้องคาดคะเนไว้แล้วว่าต้องทันแน่นอน หรือไม่เช่นนั้นก็รู้ว่าไม่ทันแต่ทำสัญญาไปก่อน (เรื่องอื่นว่ากันทีหลัง) ดังนั้นเมื่อผู้ซื้อฟ้องร้อง ผู้ขายอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ศาลบอกว่า เมื่อรู้อยู่แล้วว่ามาทำสัญญา จะอ้างเหตุเช่นนั้นไม่ได้ ผู้ขายต้องรับผิดชอบ

คำพิพากษาฎีกาที่ 6470/2539 ตามหนังสือกรมการค้าภายในระบุว่า ปูนซีเมนต์มีภาวะตึงตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2532 เนื่องจากปริมาณการผลิตภายในประเทศมีไม่เพียงพอกับความต้องการ จำเลยและผู้รับเหมาของจำเลยซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจในการก่อสร้างควรต้องทราบถึงภาวะของวัสดุในการก่อสร้างโดยเฉพาะปูนซีเมนต์อันเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างดี โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายห้องชุดของจำเลย เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2533 เป็นช่วงระยะเวลาระหว่างที่ปูนซีเมนต์ขาดแคลนอยู่ แต่จำเลยก็ทำสัญญาว่าจะก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายใน 24 เดือน เช่นนี้มิใช่เป็นกรณีที่เหตุปูนซีเมนต์ขาดแคลนเกิดขึ้นโดยมิได้คาดคิด แต่เป็นกรณีที่จำเลยได้รู้ถึงภาวะการขาดแคลนนั้นมาก่อนแล้ว จำเลยย่อมไม่อาจยกเอาเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอ้างได้ว่าการที่ผู้รับเหมาของจำเลยไม่สามารถทำการก่อสร้างให้จำเลยได้ทันกำหนดตามสัญญามิใช่เป็นความผิดของจำเลย เมื่อจำเลยไม่ได้ก่อสร้างอาคารชุดให้เสร็จตามสัญญาถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้

“ตามสัญญาจำเลยจะต้องก่อสร้างอาคารชุดให้เสร็จภายใน 24 เดือน นับแต่วันทำสัญญา คือภายในวันที่ 9 เมษายน 2535 โจทก์บอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2535 ก่อนครบกำหนดตามสัญญาประมาณ 13 วัน และในเดือนมีนาคม 2535 นั้น จำเลยก็แจ้งแก่โจทก์ว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2536 ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี 8 เดือน ดังนั้นแม้โจทก์จะกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้แก่จำเลยเพื่อชำระหนี้ ก็เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าจำเลยไม่อาจจะชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นได้ กรณีเช่นนี้โจทก์ไม่จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาบอกกล่าวอีกและชอบที่จะบอกเลิกสัญญาได้ทันที”

ตามคดีตัวอย่างนี้ย่อมเทียบเคียงได้กับเรื่องอื่นๆ ด้วยนะครับ การจะอ้างว่าก่อสร้างไม่ทันกำหนดเพราะผู้รับเหมาเบี้ยวละทิ้งงานไปก็ไม่อาจอ้างได้เช่นกัน นั่นเป็นความรับผิดชอบที่ผู้ขายจะต้องไปว่ากล่าวไปบริหารจัดการด้วยความสามารถเอง มิเช่นนั้นแล้วข้ออ้างอื่นนอกเหนือสัญญาจะปรากฏมากมาย ทำให้สิทธิของผู้ซื้อไม่ได้รับการคุ้มครอง เสียเปรียบตลอดเวลา

ในการทำสัญญาจะซื้อจะขายมาตรฐานที่ผมเคยตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบไว้ แต่โครงการต่างๆ ไม่ค่อยทำตาม เพื่อลอยตัวจากการผิดสัญญา อย่าละเลยนะครับ ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาสากลของโครงการในไทยจริงๆสวัสดี

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง