แหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้กรมได้เจรจาขอที่ดินทำเลคลองหลอด เขตพระนคร
ซึ่งเป็นที่ดินที่ราชพัสดุที่อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์คืนจากกรมที่ดิน โดยให้เหลือไว้เฉพาะส่วนบริการ
ประชาชน หรือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เนื่องจากกรมที่ดินได้ย้ายส่วนราชการทั้งหมด ไปศูนย์
ราชการแจ้งวัฒนะแล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรมเอง เท่ากับว่าจะต้องแลกที่ดินเก่ากลับคืนเพื่อให้หน่วยงานอื่นใช้
ประโยชน์หรือไม่ก็พัฒนาหารายได้ต่อไป
อย่างไรก็ดีการเจรจาขอพื้นที่คืน ทางกรมที่ดินกลับอ้างว่า ยังต้องใช้พื้นที่คลองหลอดและอาคารทั้งหมด
ต่อเนื่องเพื่อใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ข้อมูลที่ดินเรียกเก็บรายได้ทั่วประเทศรองรับการบังคับใช้ภาษีที่ดินใหม่ ขณะเดียวกัน
กรมที่ดินยังเรียกร้องขอใช้ที่ดินที่ราชพัสดุแปลงย่านพหลโยธินซอย 24 เพื่อเป็นที่ก่อสร้างส่วนงานบริการ
ประชาชน หรือ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาจตุจักรแห่งใหม่
โดยระบุว่าที่เดิมในละแวกเดียว กันคับแคบ ทั้งนี้กรมธนารักษ์ยอมรับว่า ได้ตกลงให้กรมที่ดินใช้ที่ดินได้แต่
มีเงื่อนไขว่า ต้องคืนพื้นที่บริเวณคลองหลอดก่อนจึงยินยอมให้ใช้พื้นที่ดังกล่าว แต่เมื่อกรมที่ดินไม่ยอมจึง
จำเป็นต้องนำที่ดินแปลงพหลโยธิน 24 ให้กับกทม.ใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการศึกษาต่างๆ ที่มีความสำคัญ
เช่นเดียวกันเพราะที่ตั้งศูนย์เก่าคับแคบ
ต่อเรื่องนี้นายบุญเชิด คิดเห็น อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า กรมยังต้องใช้ที่ดินบริเวณคลองหลอดต่อเนื่อง
เพราะมีเจตนาจะใช้เป็นศูนย์ข้อมูลที่ดินรองรับการจัดเก็บภาษีที่ดินในอนาคต ขณะเดียวกันที่ผ่านมากรมธนารักษ์
เห็นชอบที่จะให้ใช้แปลงที่ดินทำเลพหลโยธินซอย 24 ใกล้กับแดนเนรมิตประมาณเกือบ 2 ไร่ เพื่อใช้เป็นที่ตั้ง
สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาจตุจักร เพราะปัจจุบัน พื้นที่อาคารพาณิชย์ย่านเดียวกันที่กรมต้องเช่าเพื่อ
ให้บริการประชาชนคับแคบเจ้าหน้าที่อยู่แบบแออัด สวนทางกับปริมาณงานที่สูงมากขึ้น ซึ่งตามข้อตกลงจะได้
ภายในปี 2556นี้และกรมก็ได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2556 แล้วเพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ 30 ล้านบาท เมื่อมีคำตอบ
ว่าจะให้พื้นที่ดังกล่าวกับกทม.เช่า ก็จำเป็นต้องนำงบ 30 ล้านบาท โอนให้กับสำนักงานที่ดินที่เชียงรายเพื่อ
ก่อสร้างอาคารหลังใหม่เพื่อบริการประชาชนต่อไป
"น่าเจ็บใจที่กรมที่ดินขอใช้พื้นที่มาเป็นปีและก็ตกลงกันแล้วแต่กลับไปให้กทม.เช่า ที่ผ่านมาสำนักงานที่ดิน
จตุจักรสามารถเก็บรายได้เข้าคลังมากที่สุดสาขาหนึ่งในเขตกรุงเทพฯ เพราะมีคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร
เกิดขึ้นมาก"
อย่างไรก็ดีการจัดเก็บรายได้ของกรมที่ดินทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2555 (ตุลาคม 2554-กันยายน 2555)
สามารถจัดเก็บรายได้กว่า 7 หมื่นล้านบาท และปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555-กันยายน 2556) คาดว่ารายได้
ต้องไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท และน่าจะใกล้เคียงปีที่ผ่านมา เนื่องจากบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมค่อนข้างบูมรา
คาขายต่อหน่วยสูง ส่งผลทำให้เกิดการซื้อขายทั้งที่ดินและที่อยู่อาศัยมากขึ้น