เงินปัจจุบัน เงินอนาคตคิดก่อนใช้ ใช้ก่อนคิด

การนำเงินในอนาคตที่ยังไม่ได้รับ แต่คาดการณ์ว่าตนเองจะสามารถหารายได้มา เพื่อใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ในอดีตจะมีการใช้เงินในอนาคตเพื่อซื้อของหลักๆ 2 อย่าง คือ บ้านหรือที่อยู่อาศัยและรถซึ่งเป็นพาหนะในการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งการชำระคืนก็จะเป็นระยะเวลาที่นานสำหรับบ้าน และระยะสั้น 1-3 ปี สำหรับรถ (แต่ด้วยอาจแต่ละบุคคลมีภาระที่มีระยะเวลายาว และปริมาณมากขึ้นเรื่อย ระยะเวลาการชำระคืนของหนี้ที่เกิดจากสินทรัพย์อื่น ๆ ก็จะมีระยะเวลาที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ในปัจจุบัน รถยนต์มีระยะเวลาชำระคืนถึง 72 เดือน หรือ 6 ปี ซึ่งมากกว่าสมัยก่อนมาก) การเพิ่มขึ้นของการเอาเงินในอนาคตมาใช้มากขึ้น สำหรับผู้ใช้เงินในอนาคตคงต้องคำนึงถึง เรื่องต่างๆ หลายด้าน ลองมาคิดด้วยกันดูนะครับ>

เงินในอนาคตที่เราเอาไปใช้นี้นั้นเอาไปเพื่อทำอะไร คือ สินค้าที่เราเอาไปซื้อหามานี้คงจำแนกเป็นเรื่องหลักๆ ได้ 2 เรื่อง คือ เอามาบริโภคเอง และอีกเรื่องคือเอามาเพื่อ ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม หรือ รายได้ใหม่ ซึ่งหากเอามาบริโภคเอง และบริโภคไปเรื่อยๆ ต้องมั่นใจว่าสามารถหารายได้พอเพียงต่อภาระที่จะต้องชำระคืนในอนาคตให้ได้และคงต้องคำนึงถึงราคาสินค้าที่จะแพงขึ้นไปเรื่อยๆ ในอนาคตที่เกิดจากเงินเฟ้อ

พอเราเอาเงินได้หักภาระหนี้ที่มี หักค่าใช้จ่ายในอนาคตที่เพิ่มขึ้นรวมเงินเฟ้อ แล้วนั้น เงินที่เหลืออยู่นั้นจะพอหรือเปล่า หากสินค้าที่เราเอามานั้นเป็นเรื่องที่ 2 คือ เอามาเพื่อสร้างมูลค่า หรือ เพิ่มรายได้ อันนี้ก็จะอยู่ที่คุณภาพในการดำเนินการให้เกิดมูลค่าหรือรายได้ที่คาดหวังในอนาคต และความน่าเป็นห่วงในด้านความสามารถใน การชำระคืนหนี้ก็จะน้อยลง

การใช้เงินในอนาคตนั้นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระดับบุคคล หรือครอบครัว แต่การใช้เงินในอนาคตด้วยวัตถุประสงค์ของการใช้เงินทำให้ประเทศหลายๆ ประเทศมีปัญหา อาทิ การกู้เงินของประเทศกรีซมีการกู้เงินมา เพื่อสนับสนุน การบริโภคในประเทศ และสนับสนุนนโยบายประชานิยม ซึ่งท้ายที่สุดไม่ได้กู้ มาเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทั้งในด้านการผลิตและ มูลค่าเพิ่ม

ดังนั้นเราคงต้องถามตนเองว่า หากการนำเงินที่หาได้ในปัจจุบันมาใช้ เพื่อให้เกิดกับการบริโภค และนำเงินในอนาคตมาก็เพื่อใช้ในการบริโภค สัดส่วนของการนำเงินอนาคตมาใช้ สมควรใช้มากหรือน้อยแค่ไหน และหากเราไม่สามารถหารายได้ในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเกิดจากสินค้าที่ผลิตและขายมีราคาลดลง (เช่นสินค้าเกษตร ที่เริ่มมีการปรับราคาลงเมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา) หรือเราไม่สามารถทำงานได้ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างและกายภาพของอุตสาหกรรม เราจะอยู่ได้หรือไม่

ปัจจุบันปัจจัยเสี่ยงนั้น ดูเหมือนว่าจะรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน การเตรียมตัวรับมือความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ และที่สำคัญไปไม่น้อยกว่าการเตรียมการรับมือดังกล่าว คือการมีวินัยทางการเงิน ทั้งระดับบุคคล ครอบครัว และองค์กร หากนำเอาเงินอนาคตมาใช้เยอะๆ ความเสี่ยงก็จะสูง และโอกาสในการขยับขยายหายใจก็จะน้อยลง เราคงต้องเริ่มวางแผนและเลือกตั้งแต่วันที่เราเลือกได้ว่า เราจะบริหารและเลือกการใช้เงินปัจจุบันหรืออนาคตอย่างไร เราจะคิดก่อนใช้ หรือใช้ก่อนคิดกัน

น.ส.พ. กรุงเทพธุรกิจ

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง