คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานครจึงได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2550 เพื่อทำให้ผู้ซื้อโครงการบ้านจัดสรรมีความสะดวกในการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น เช่น การกำหนดให้ถนนสาธารณประโยชน์ที่เป็นทางเข้าออกของโครงการ ต้องมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า 5 เมตร หรือเขตทางไม่ต่ำกว่า 6 เมตรและผิวจราจรต้องไม่ต่ำกว่า 5 เมตร
ถนนปลายตันที่มีระยะเกิน 50 เมตร แต่ไม่เกิน 100 เมตร ต้องจัดทำที่กลับรถบริเวณปลายตัน และส่วนที่เป็นทางเดินและทางเท้าที่กำหนดไว้ให้ใช้เพื่อการสัญจรเท่านั้น ห้ามใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่ก่อให้เกิดความไม่สะดวก รวมทั้งการกำหนดให้ที่ดินแปลงย่อยประเภทอาคารพาณิชย์ทุกแปลงต้องจัดให้มีที่จอดรถด้านหน้าไม่น้อยกว่า 1 คันต่อ 1 แปลง
ทั้งนี้ เดิมไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไว้ แต่คณะกรรมการจะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตเอง จึงได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาการจราจรภายในโครงการ
และปัญหาในเรื่องของการนำที่ดินของบุคคลอื่นมาจดทะเบียนภาระจำยอม ให้โครงการจัดสรรสามารถใช้ประโยชน์ในการจัดทำระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการสร้างถนนภายในโครงการ ซึ่งทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่าเป็นถนนของผู้จัดสรร แต่ต่อมาได้มีการนำถนนไปให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์เพิ่มเติม ทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม
ข้อกำหนดฯ ดังกล่าวจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้การจัดทำสาธารณูปโภค หรือบริการสาธารณะในโครงการจัดสรรที่ดินต้องทำในที่ดินที่มีชื่อของผู้ขอใบอนุญาตทำการจัดสรรเท่านั้น
นอกจากนี้ กรมที่ดินยังมีแนวคิดที่จะแก้ไขปรับปรุงข้อกำหนดการจัดสรรที่ดินกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้เพิ่มความกว้างของถนนในโครงการทาวน์เฮาส์ที่หันหน้าชนกันจาก 9 เมตร เป็น 12 เมตร และกำหนดให้มีพื้นที่สาธารณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 พื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 โดยไม่รวมสิ่งปลูกสร้างอื่น
สำหรับการเพิ่มความกว้างถนนในโครงการทาวน์เฮาส์ที่หันหน้าชนกันนั้น เป็นเพราะผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่มักจะจอดรถยนต์หน้าบ้านเพราะที่จอดรถที่โครงการแบ่งสัดส่วนไว้ให้ มักถูกนำมาต่อเติมเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่น ทั้งที่กฎหมายก็กำหนดให้ทาวน์เฮาส์จะต้องมีพื้นที่จอดรถทุกหลังอยู่แล้ว เป็นผลทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอยู่บ่อยครั้ง
ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหา ทุกคนก็ควรเห็นใจซึ่งกันและกัน ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับเพื่อนบ้านข้างเคียงนะครับ
ที่มา: เดลินิวส์