เจ้าบ้าน กับ สิทธิทางกฎหมาย
หลังจากซื้อบ้าน ไม่ว่าจะโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของเราทันที หรือจดจำนองกับธนาคารไว้ก่อนก็ตาม หนึ่งในหน้าที่ซึ่งหลายๆ คนต้องทำต่อไปก็คือการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน (ยกเว้นคนที่ซื้อบ้านหรือคอนโดเก็บไว้หลายแห่ง) และส่วนใหญ่แล้ว คนที่เป็นผู้ซื้อบ้าน ก็มักจะลงชื่อในทะเบียนบ้านไว้ว่าเป็น เจ้าบ้าน
โดยอีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนสัยคือเรื่อง เจ้าบ้าน กับ สิทธิทางกฎหมาย ที่ทางแอดมิน Home Buyers เห็นประเด็นขัดแย้งให้ถกเถียง หรือได้รับคำถามจากผู้อ่านทางบ้านเข้ามาอยู่บ่อยๆ เช่น เจ้าบ้านไล่คนในครอบครัวออกเพราะไม่พอใจ คนถูกไล่ก็เกิดความสงสัยว่าทำได้เหรอ? สรุปแล้วคนเป็นเจ้าบ้านมีสิทธิแค่ไหนในตัวบ้าน?
บทความนี้ Home Buyers จะมาช่วยไขข้อสงสัยกันค่ะ เราไปค้นคว้าหากรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ รวมถึงมีข้อแนะนำจากผู้รู้ทางด้านกฎหมายประจำนิตยสาร โฮมบายเออร์ไกด์ มาแนะนำกันแล้วค่ะ
การฟ้องร้องเปลี่ยนเจ้าบ้าน
คำถามจากทางบ้าน
“เรื่องการฟ้องเปลี่ยนเจ้าบ้านโดยเจ้าบ้านไม่ยินยอม เพราะบ้านที่ดิฉันอยู่มีปัญหาตรงที่ว่าคนที่เป็นเจ้าบ้านปัจจุบันคือคุณลุง (เพราะอาวุโสที่สุดค่ะ) ก่อนหน้านั้นเป็นคุณยาย ซึ่งเสียไปแล้ว ตัวบ้านนั้นคุณยายคุณตาเป็นคนปลูกเองค่ะ แต่ที่ดินได้โอนให้คุณลุงกับคุณพ่อของดิฉันถือร่วมกัน แต่คุณพ่อของดิฉันได้โอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกชาย (น้องของดิฉันเองค่ะ) ถือกรรมสิทธิ์แทน และเนื่องจากการเป็นเจ้าบ้านนี้เอง คุณลุงชอบไปถอนชื่อคนอื่นออกจากสำเนาทะเบียนบ้านโดยไม่บอกใคร ไม่พอใจใครก็ไปถอนออก เพราะว่าแกกลัวน้องชายดิฉันไปโกงสมบัติของแก อย่างนี้ดิชั้นสามารถฟ้องร้องเปลี่ยนเจ้าบ้านได้ไหมคะ”
คำตอบจากผู้รู้
อ่านดูแล้วขอลำดับปัญหา และไขข้อสงสัยเป็นข้อๆ ตั้งแต่ต้น ดังนี้
- ที่ดินตอนนี้มีกรรมสิทธิ์สองคนคือ น้องชายคุณ และ คุณลุง ตอนยกให้ไม่แน่ใจว่ามีระบุเรื่องบ้านเอาไว้ด้วยหรือไม่ ถ้าไม่มีระบุ บ้านเป็นส่วนควบกับที่ดิน บ้านก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของทั้งสองคนเช่นกัน
- ปัญหาเกิดขึ้นเป็นรอบที่สองตรงที่การเป็นเจ้าบ้านนั้นไม่อาจระบุให้เป็นพร้อมกันสองคน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยของนักกฎหมายอยู่เหมือนกัน เพราะตามพระราชบัญญัติ การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 4 บัญญัติว่า “เจ้าบ้าน” หมายความว่าผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้านในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะอื่นใดก็ตาม จึงมีความเห็นว่าหัวหน้าครอบครองในฐานะเจ้าของไม่จำเป็นต้องมีเพียงคนเดียวก็ได้ ตรงนี้เป็นเรื่องในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ว่าจะทำให้ได้หรือไม่ แต่ผมว่ากฎหมายเปิดช่องไว้แล้ว
- ปัญหาที่สำคัญเกิดจากความเข้าใจผิดเรื่อง การเป็นเจ้าบ้าน กับการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เพราะการเป็นเจ้าบ้านแม้จะเป็นหัวหน้าครอบครองในฐานะเจ้าของก็อาจเป็นในฐานะผู้เช่า หรือในฐานะอย่างอื่นก็ได้เช่นกัน เห็นไหมครับว่าเจ้าบ้านไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของก็ได้ เมื่อเป็นความเข้าใจทั่วไปของประชาชน ทุกคนเลยคิดเหมารวมไปหมดว่าหากเป็นเจ้าบ้านแล้วเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทุกกรณี และทำให้เกิดเป็นปัญหาไปถอนชื่ออย่างเรื่องที่เกิดขึ้นนี้
“บางคนเอาทะเบียนบ้านไปจำนำ จำนองกันจนเป็นคดีขึ้นสู่ศาล ฟ้องร้องบังคับไม่ได้กันมามากแล้วนะ
ทะเบียนบ้านไม่ใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ เพียงเป็นหลักฐานแสดงสถานะของครอบครัว และบุคคลในครอบครัวนั้น”
ไขข้อสงสัย
- ดังนั้นเมื่อคุณลุงไปเป็นเจ้าบ้านจึงเป็นผู้ที่มีสิทธิจะให้ใครเข้ามาอยู่หรือออกไปก็สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายด้วย กล่าวคือกฎหมายดังกล่าวในมาตรา 30 ให้อำนาจเจ้าบ้านแจ้งการย้ายที่อยู่ต่อนายทะเบียน เมื่อผู้อยู่ในบ้านย้ายที่อยู่ออกจากบ้านให้แจ้งการย้ายออกภายใน 15 นับแต่วันที่ผู้อยู่ในบ้านย้ายออก
- ตามหลักเกณฑ์นี้กรณีที่เจ้าบ้านจะแจ้งย้ายออกต้องได้ความก่อนว่าผู้นั้นได้ย้ายออกไปแล้วจริง หรือหายตัวไปเกินกว่า 180 วัน หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็ต้องไปร้องที่สำนักงานเขตนะครับว่าทำไม่ถูกต้อง เพื่อแก้ไข *กล่าวโดยรวบรัด เมื่อการแจ้งย้ายเป็นไปโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมิได้ย้ายออกจริง หรือหนีหายไปไหน นอกจากนั้นการเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินย่อมเป็นเจ้าของร่วมในส่วนควบคือบ้านด้วย เจ้าของร่วมอยู่ในบ้านยังไงก็ไม่ถูกศาลพิพากษาให้ออกครับ
สรุปเรื่องนี้ได้ความรู้ว่า ทะเบียนบ้าน 'ไม่ใช่' หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในบ้าน หรือก็คือ “เจ้าบ้าน” กับ “สิทธิทางกฎหมาย” นั้นต้องแยกประเด็นแล้วทำความเข้าใจใหม่ หมายถึงการเป็นเจ้าบ้านอาจเป็นเจ้าของหรือผู้เช่าหรือในฐานะอื่นใดก็ได้ และเจ้าบ้านจะแจ้งย้ายผู้อาศัยออกต้องได้นั้น ตัวคนๆ นั้นต้องย้ายออกไปจริงหรือหายตัวไปเกิน 180 วัน ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ก็ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับบ้านหรืออาคารชุดที่ใช้ทะเบียนบ้านแบบเดียวกัน