ในระยะนี้ใครอยู่ในวงการก่อสร้างและอสังหาริม ทรัพย์จะประสบปัญหาเหมือนกันคือ ไม่มีแรงงาน แรงงานไร้ฝีมือและ
แรงงานน้อยลงทุกที การก่อสร้างสมัยใหม่ต้องใช้เครื่องมือจักรกลมากขึ้นทุกที โครงสร้างสูงก็สูงมากขึ้น จะเอาคอนกรีต
(Concrete) ขึ้นไปชั้น 30-40 ก็ต้องมีปั๊ม มีเครน ช่วยสร้างบ้านในแนวราบก็ไม่มีช่างจะมาก่ออิฐ ฉาบปูน ติดตั้งงานระบบ
ปัญหาเช่นนี้ต่างประเทศที่ เจริญแล้วก็เกิดปัญหาเช่นกัน เช่น อเมริกาที่สร้างบ้านใหม่ปีละ 1 ล้านหลัง ญี่ปุ่นซึ่งอากาศหนาว
มีเวลาสร้างแค่ 8 เดือน ใน 1 ปี คนงานญี่ปุ่นก็น้อยลงทุกขณะ ในยุโรปในยุคหลังสงครามโลกต้องสร้างบ้านสร้างเมืองก็มี
ปัญหาทั้งแรงงาน ระยะเวลาก่อสร้างและวัสดุ ระบบที่พัฒนามาจากยุโรปคือระบบที่เรียกว่า PRE-FAB ย่อมาจาก
Fabrication คือทำมาจากโรงงานและมาประกอบในสถานที่ก่อสร้าง โดยระยะแรกงานที่ก่อสร้างยากที่สุดคือระบบ
โครงสร้างเข็ม เสา คาน ฝา เป็นโครงสร้างที่หนักที่ใหญ่มาสร้างในสถานที่เรียกว่า On-Site ก็วัสดุเสียหายทิ้งขว้างมาก
พัฒนาระบบ PRE-FAB และนำมาใช้ทั้งในประเทศไทย ขณะนี้ก็มุ่งที่โครงสร้างทั้งแนวราบและแนวสูงเป็นหลัก
ในญี่ปุ่นมีการพัฒนาการนำระบบอุตสาหกรรมรถยนต์เข้ามาใช้ในการสร้างบ้าน โดยเฉพาะแนวราบ ญี่ปุ่นสร้างบ้านปีละ
500,000 หลัง ทั้งใหม่ และรื้อบ้านเก่าที่บอบบางเป็นโครงไม้ เวลามีปัญหาเช่น แผ่นดินไหว พายุ น้ำท่วม ก็มีอายุไม่นาน
ต้องสร้างใหม่ ระบบการประกอบรถยนต์ในโรงงานถูกนำมาใช้ เช่น โตโยต้า และระบบ PRE-FAB จะยกระดับชั้นเป็น
Pre-Assembly คือนำมาประกอบมิใช่นำมาสร้าง ไม่มีฉาบปูน ติดและต่อ วัสดุเป็นระบบที่เรียกว่า DRY PROCESS ไม่มีงาน
เปียกในสถานที่ บ้านจึงมีชิ้นส่วนเหมือนรถ อาจมีชิ้นส่วนเป็นหมื่นขึ้นไป แข่งกันผลิตเหมือนชิ้นส่วนรถและนำมาประกอบ
ASSEMBLY ที่ที่ตั้งบ้านเหมือนเอาของเล่น LEGO มาต่อกัน
ญี่ปุ่นพัฒนาถึงระบบงานละเอียด เช่น ติดตั้งฝ้า คิ้ว พื้นและห้องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้แรงงานทุกประเภท ช่างประปา ช่าง
สุขภัณฑ์ ช่างไฟ ช่างกระเบื้อง ช่างกระจก นำมาติดตั้งล่วงหน้า ออกแบบทุกชิ้นต่อเชื่อมกันด้วย COMPUTER ไม่มีเศษ
วัสดุ ไม่ต้องมีการตรวจคุณภาพมากนัก เพราะทุกชิ้นส่วนมาจากโรงงานทั้งชิ้นส่วนใหญ่ เช่น โครงสร้าง และเล็กสุด เช่น
คิ้ว ประตู งานละเอียดเรียบร้อย คุณภาพเหมือนกันทุกหลังเหมือนรถยนต์
การก่อสร้างของไทยยังก้าวไปไม่ถึงระดับนั้น เป็นเพียงแต่ระบบ PREFAB โครงสร้าง เริ่มใช้มากขึ้นทุกที บริษัทยักษ์ใหญ่
หลายบริษัทมีโรงงาน PRE-FAB โครงสร้างของตัวเอง เช่น พฤกษา หรือไม่ก็ใช้ชิ้นส่วนจากบริษัท PRE-FAB รับติดตั้ง
โครงสร้างและบริษัทขายวัสดุก่อสร้างหลักๆ เช่นโครงหลังคา ก็มีการให้บริการติดตั้งทั้งโครงหลังคา และมุงหลังคา เช่น
บริษัท SCG และ SCG ก็กำลังทดลองเอาวิธีการก่อสร้างญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กเข้ามานำเสนอในวงการก่อสร้างไทย
เราคงจะต้องพัฒนาต่อไปให้เกิดกระบวนการ PRE-ASSEMBLY นำมาประกอบให้มากขึ้น โดยเฉพาะห้องน้ำสำเร็จรูป มิใช่
นำชิ้นส่วนย่อยมาก่อสร้าง แต่ห้องน้ำญี่ปุ่นก็มีหลายรูปแบบ แต่ชิ้นส่วนองค์ประกอบย่อยปรับเปลี่ยนได้ ก็จะลดแรงงานทั้ง
มีฝีมือและไม่มีฝีมือ ลดเวลา ลดความเสียหายได้มาก ในบ้านเราเคยมีบริษัท PREMIER PRODUCT ที่นำวัสดุ เช่น ถัง SAT
และทำห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้ แต่ก็ยังไม่ได้พัฒนามาก และตลาดในช่วงดังกล่าวไม่ยอมรับ แต่ถัง SAT ที่เคยต้องก่อ ต้อง
สร้างไม่ต้องดำเนินการแล้ว ยกมาใช้ได้เลย
ดังนั้นระบบ PRE-ASSEMBLY การนำมาประกอบเหมือนโรงงานรถยนต์น่าจะพัฒนาเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น เพราะยักษ์
ใหญ่ในวงการสร้างบ้านของไทยสร้างจำนวนปีละกว่าหมื่นหลัง ถ้าคิดจะผลิตรถยนต์ปีละหมื่นคันก็จะเข้าใกล้ระบบรถยนต์
มากขึ้นทุกที บางทีพฤกษาน่าจะเป็นผู้นำเพราะจะเข้าใกล้ระบบ ประกอบ ASSEMBLY มากที่สุด การก่อสร้างก็จะพัฒนา
มากขึ้น เป็นผู้นำตลาดสร้างบ้าน Mass ให้กับ AEC ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ปีนี้