ถ้าไม่โอนกรรมสิทธิ์ในเวลาที่กำหนด ผู้ซื้อสามารยกเลิกสัญญาได้ โดยผู้ขายจะต้องคืนเงินที่ได้จ่ายไป ทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยในอัตราเดียวกับเบี้ยปรับในกรณีที่ผู้ซื้อผิดนัดชำระเงิน
แต่ถ้าไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นรายวันในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.01 ของราคาห้องชุด แต่รวมกันแล้วไม่เกินร้อยละ 10 ทั้งนี้หากผู้ซื้อได้ใช้สิทธิในการปรับครบแล้ว และเห็นว่าผู้ขายคงไม่สามารถโอนกรรมสิทะได้ตามสัญญาก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้
ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถก่อสร้างโครงการต่อไปได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัย ก็ต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย โดยยึดเอาอัตราดอกเบี้ยสูงสุดประเภทเงินฝากประจำของ "ธนาคารกรุงไทย" เป็นเกณฑ์ซึ่งในกรณีความล่าช้าด้วยเหตุสุดวิสัยนี้กำหนดระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้ถ้าเจ้าของโครงการได้นำเงินที่ผู้ซื้อชำระไว้ ไปใช้ในการก่อสร้างบ้างแล้วก็อาจกำหนดไว้ในสัญญาว่าให้นำเงินนั้นไปหักออกจากดอกเบี้ยที่ต้องใช้คืนได้
ขณะเดียวกันตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นั้นได้กำหนดว่า ในกรณีที่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงโดยมิใช้ความผิดของผู้ประกอบการ สัญญาได้กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาออกไปได้แต่ไม่เกินระยะเวลาที่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักและสูงสุดไม่เกิน 1 ปี อีกทั้งผู้ประกอบการต้องแจ้งเหตุดังกล่าวพร้อมพยานหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ซื้อทราบภายใน 7 วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลงแต่ถ้าไม่แจ้งก็ให้ถือว่าได้สละสิทธิในการขยายเวลาทำการก่อสร้างออกไป จะเห็นได้ว่า "กฏหมายอาคารชุด" ได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคไว้ครอบคลุมทุกด้าน นอกจากนี้ยังได้กำหนดโทษปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืนไว้อย่างละเอียดอีกด้วย
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย