นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ "จิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ" ระบุถึงการเตรียมความพร้อมรองรับคลื่นลงทุนและ
โครงการ 2 ล้านล้านโดยระบุว่า ปัญหาใหญ่ขณะนี้มีเรื่องเดียวคือรถติด จะสร้างถนนริมแม่น้ำให้เป็นทางเลี่ยงด้าน
สาธารณูปโภคไม่มีปัญหา เพราะเทศบาลลงทุนระบบน้ำประปาเอง ขายหน่วยละ 3.50 บาท กำลังการผลิต 7 หมื่นคิว/วัน ใช้
แค่ 5 หมื่นคิว ยังมีเหลืออีกมาก แม้ว่าการขออนุญาตก่อสร้างโครงการใหม่ ๆ ปี'56 จะเพิ่มขึ้นทั้งบ้านจัดสรรและ
คอนโดมิเนียม
ส่วนผังเมืองรวมเมืองนครสวรรค์จะหมดอายุปี 2559 ปีหน้าจะเริ่มปรับปรุงใหม่ เช่น พื้นที่เดิมเป็นสีเหลือง (ที่อยู่
อาศัยหนาแน่นน้อย) จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง), จุดถนนเลี่ยงเมืองที่พื้นที่เป็นสีเขียว
(เกษตรกรรม) ก่อสร้างอะไรไม่ได้ ต้องเว้นระยะ 100-200 เมตร จะเป็นพื้นที่สีเหลืองให้ก่อสร้างได้
นอกจากนี้จะกันเขตทางถนนริมน้ำกว้าง 20 เมตรไว้ขยายถนนเพิ่ม จากเดิม 10 กว่าเมตร และบริเวณโรงเรียนพล
ตำรวจ แยก "โตโยต้าเขาขาด" จะทำเป็น 4 แยก จากเดิมเป็น 3 แยก เป็นถนนตัดใหม่ประมาณ 1 กม.ให้ชนแนวสันคูและสัน
เขื่อน ต้องการทำตรงนี้เป็นวงแหวนในเมือง
"ปัจจุบันมันยังติดขัดที่ไม่ครบรอบ 1-2 จุด คือจุดโรงเรียนพลตำรวจและรอบเขื่อนสร้างจากป้อมหนึ่งมาถึงดรีมแลนด์
ซึ่งการพัฒนากำลังจะขยายไปอยู่แถวนี้เพราะทะลุออกถนนสายเอเชียได้ ตอนนี้เทสโก้ โลตัส ไปเปิดแล้ว เพราะในเมือง
ราคาที่ดินแพง"
ทั้งนี้ หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ราคาที่ดินนครสวรรค์แพงขึ้นมาก 2-3 เท่า อย่างถนนสวรรค์วิถีและถนนโกสีย์ไม่ต่ำกว่า 2
แสนบาท/ตร.ว. ทำเลน้ำไม่ท่วมแพง เพิ่ม 3 เท่าตัว จาก 3-4 หมื่นบาท เป็น 1.2 แสนบาท/ตร.ว.
"นครสวรรค์ในเมืองจะเป็นภูเขา ล้อมรอบด้วยน้ำเจ้าพระยา มีน้ำท่วม 60-70% ปัญหาเมืองคือมีที่ดินทหาร ที่ราชพัสดุ
ที่เอกสารสิทธิมีไม่มาก ราคาที่ดินเลยแพง"
แผนต่อไปของนายกเล็กคือก่อสร้างเขื่อนล้อมรอบ 20 กม. สร้างแล้ว 10 กม. เหลือ 5 กม.ได้เงินก่อสร้างจากโครงการ
น้ำ 3.5 แสนล้านบาท 1,030 ล้านบาท อีก 1 กม.ใช้เงินเทศบาล 150 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือกำลังจะหารือร่วมกับ "อบต.วัด
ไทรย์" ขยายเขตเทศบาลเมืองถึงบริเวณถนนสาย ก. หรือถนนดรีมแลนด์
ในอนาคตโครงข่ายทางเข้าออกเมืองนครสวรรค์จะมีมากขึ้น และเชื่อว่าสิ่งที่จะตามมาคือราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นหลัง
โครงข่ายใหม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะจะเป็นการเปิดหน้าดินโครงการอสังหาฯโดยอัตโนมัติ