นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า หลังจากที่ผังเมืองรวมชุมชนที่ประกาศใช้แล้ว
188 ผัง ได้หมดอายุไปแล้ว 93 ผัง จนทำให้เกิดช่วงสุญญากาศที่ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะทำให้เกิดการพัฒนาโครงการที่ไม่
เหมาะสมในหลายพื้นที่ จึงได้เสนอให้หน่วยงานท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่นควบคุมการก่อสร้างในประเด็นสำคัญที่
อ่อนไหวและต้องดูแลเป็นพิเศษไว้ก่อน
ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีเกินครึ่งที่ยังไม่ออกข้อบัญญัติมาคุมแทนผังเมืองที่หมดอายุลง หรือมีการออกข้อบัญญัติแต่เป็นพื้นที่
เท่านั้น ซึ่งหากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายต่อชุมชนได้ กรมจึงเห็นว่าควรใช้เครื่องมือที่กรมมีเพื่อเข้าไปช่วยป้องกันไม่ให้
เกิดปัญหาในแต่ละพื้นที่ โดยได้เสนอกระทรวงมหาดไทยเพื่อออกกฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จำกัดการใช้
ประโยชน์ใน พื้นที่ประกาศควบคุมไว้ก่อน ในช่วงที่ผังเมืองรวมชุมชนฉบับใหม่ยังไม่ประกาศใช้
อย่างไรก็ตาม การประกาศกฎกระทรวงควบคุมการก่อสร้างในแต่ละพื้นที่จะมีอายุไม่เกิน 1 ปี หากผังเมืองยังร่างไม่
เสร็จก็จะต้องขอต่ออายุออกไปอีก ซึ่งในประเด็นนี้ ทางคณะกรรมการกฎหมายของกระทรวงยังไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า
เป็นการริดรอนสิทธิมากเกินไป ซึ่งทางกรมยังเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการควบคุมพื้นที่ที่ผังเมืองหมดอายุ โดยจะ
ชี้แจงให้คณะกรรมการเข้าใจอีกครั้ง
นอกจากนี้ ควรจะมีมาตรการสร้างแรงจูงใจใช้ควบคู่ไปด้วย โดยการจัดสรรงบ ประมาณประจำปีที่เพิ่มขึ้นกับจังหวัด
ที่ทำผังเมืองรวมตามกำหนด เพื่อนำไปใช้พัฒนาพื้นที่ตามแผนที่บรรจุไว้ตามผังเมืองเป็นการกระตุ้นให้ท้องถิ่นอยากจัดทำ
ผังเมืองรวม
นายมณฑล กล่าวว่า การจัดทำผังเมืองรวมชุมชนเป็นสิ่งที่ท้องถิ่นควรให้ความสำคัญในการดำเนินการ เพื่อให้สอดรับ
กับความต้องการของชุมชน แต่ก็ต้องมีความเหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย โดยมีหลายจังหวัดที่มีความต้องการ
หลากหลาย เช่น ผังเมืองระยองมีปัญหามากเพราะมีความต้องการหลากหลาย จากการเป็นแหล่งอุตสาหกรรม แหล่ง
เกษตรกรรม และแหล่งท่องเที่ยว เป็นเรื่องยากที่จะให้ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย แต่ผังเมืองเป็นเรื่องของความสมประโยชน์
ร่วมกัน ควรต้องมีการได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ร่วมกัน แต่ถ้ามีคนเสียประโยชน์มากเกินไป ก็เท่ากับว่าผังเมืองนั้นไม่
มีประโยชน์
ขณะที่ จ.ชลบุรี นครราชสีมา ก็มีความต้องการหลากหลายเช่นกัน โดยชลบุรี มีสภาพคล้ายระยอง ส่วนนครราชสีมา
มีเขาใหญ่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และความที่เป็นเมืองที่มีอากาศดีตลอดปี จึงมีความต้องการสร้างที่อยู่อาศัยจำนวน
มาก ก็ต้องวางผังเมืองให้สมดุล ทั้งการเจริญเติบโตของเมืองและความสมดุลกับธรรมชาติ
สำหรับ โครงการต้นแบบที่กรมได้เข้าไปวางผังเมืองรวมให้กับแหล่งท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เช่น เกาะ
เต่า ทิศเหนือของเกาะพะงัน เดิมเกาะเต่าเป็นที่ราชพัสดุ แต่มีชาวบ้านและนักลงทุนเข้าไปลงทุนจำนวนมาก มีนักท่องเที่ยว
ต่างชาติเข้าไปกว่า 2 แสนคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น จึงต้องทำให้เกาะเต่ายังคงสภาพความเป็นธรรมชาติ ไม่เป็น
เหมือนสมุย หรือพะงัน ในส่วนของเกาะเต่า ระบบสาธารณูปโภคขาดแคลนมาก โดยเฉพาะถนน จึงนำแผนพัฒนาให้
ชาวบ้านเห็น พัฒนาท่าเทียบเรือ ถนน จุดชมวิว ท้องถิ่นและผู้ประกอบการก็เห็นด้วยในการทำผังเมือง