ตัวแทนนายหน้าบางคนอาจเป็นผู้ที่มีความรู้และสามารถให้คำแนะนำกับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ได้เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ไม่สามารถทำตลาดแบบกว้างได้ เนื่องจากไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้นจนกว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้น ทำงานคนเดียว ไม่มีการลงทุนให้กับผู้ขายก่อน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสื่อเพื่อลงโฆษณาหรือการออกบธูขายบ้าน เป็นต้น ซึ่งนายหน้าประเภทนี้จะช่วยชี้ช่องให้กับลูกค้าได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่เมื่อมีระบบบริษัทสมัยใหม่เข้ามาก็ทำให้ตัวแทนนายหน้าสามารถให้บริการได้ทั้งการซื้อและการขายแบบครบวงจร ตั้งแต่ดำเนินการตรวจสอบเอกสารสิทธิ, ตรวจสอบภาระจำยอม, ตรวจสอบสภาพบ้าน, การประเมินราคา ไปจนถึงการช่วยหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยและขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์
หากใครสนใจอยากทำอาชีพดังกล่าวมีคำแนะนำเบื้องต้น คือมีโรงเรียนอสังหาริมทรัพย์ทั้งของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ หรือมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทยที่เปิดสอนและอบรมให้แก่ผู้สนใจ หรือจะลองติดต่อไปยังบริษัทตัวแทนนายหน้าที่มีอยู่ เพื่อก้าวเข้าสู่อาชีพนี้อย่างมีความรู้และมีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจนายหน้าเติบโตยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าสู่ถนนสายนี้ขอให้สำรวจตัวเองก่อนว่ามีในรักในด้านการให้บริการหรือไม่ เนื่องจากการทำหน้าที่ตัวแทนนายหน้าอาจมีเรื่องให้ต้องแก้ไข หรือมีปัญหาจุกจิกเล็กน้อยอยู่เสมอ หากไม่รักในงานให้บริการแล้วจะทำได้ไม่นาน จะเกิดความเบื่อหน่ายหรือไม่ชอบในอาชีพดังกล่าวไปเลยก็เป็นได้
แต่ถ้าเป็นคนที่มีใจรักงานบริการอาชีพตัวแทนนายหน้าก็นับว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย ลองมาดูจุดเด่นของอาชีพนี้กัน เริ่มจากเรื่องแรกเป็นงานที่มีรายได้ไม่มีขีดจำกัด เช่น ถ้าทำยอดขายได้ 100 ล้านบาทต่อปี ค่าคอมมิชชั่น 3 % ก็เท่ากับ 3 ล้านบาท ส่วนแบ่งสำหรับคนขาย 40 % ต่อปีตกอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท หรือเดือนละ 100,000 บาทสำหรับพนักงานที่ขายเก่งระดับท๊อปของบริษัท หากเป็นพนักงานระดับกลางๆ รายได้จะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน
เรื่องที่สองเป็นอาชีพที่มีอิสนะในการทำงาน แต่งานจะหนักในช่วงวันหยุด ซึ่งต่างจากคนทำงานออฟฟิศทั่วไป ทำมากได้มาก ยิ่งถ้าบริการดีๆ ก็จะมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น
ที่สำคัญหากต้องการจะประสบความสำเร็จในอาชีพนายหน้าต้องมีความรู้ด้านการซื้อขายบ้าน มีบุคลิกภาพที่ดีและมีใจรักในงานบริการ ซึ่งจะทำให้เกิดเครือข่าย มีผู้เข้ามาใช้บริการและบอกต่อๆกันไปได้เรื่อยๆ
ขณะเดียวกันเมื่อมีการเปิด AEC ในปี 2558 การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะไม่ใช่เพียงแค่คนไทยซื้อขายกันเอง โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม เนื่องจากชาวต่างชาติหรือประเทศเพื่อนบ้านจะมีการเดินทางไปมาหาสู่กัน หรือมีการย้ายถิ่นฐานการทำงานมากขึ้น ก็จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่อยู่ในธุรกิจบ้านมือสอง ซึ่งจะมีความต้องการแรงงานด้านนี้เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้