ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน : โครงการที่ได้มีการแบ่งแปลงที่ดินเพื่อจำหน่ายตั้งแต่ 9 แปลงขึ้นไปต้องได้รับใบอนุญาตจัดสรร และการซื้อโครงการที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรถูกต้องผู้ซื้อจะได้รับความคุ้มครองมากกว่า ดังนั้นทางที่ถูกต้องควรเลือกซื้อกับโครงการที่ขออนุญาตจัดสรรถูกต้องการดีกว่า การตรวจสอบใบอนุญาตจัดสรรก็ให้ดูทะเบียนจัดสรรที่มักเขียนไว้บนหน้าโฆษณา โบรชัวร์ หรือแสดงเอกสารนี้ไว้ที่สำนักงานขาย
โฉนดที่ดิน : เรื่องโฉนดที่ดินก็สำคัญ สำหรับโครงการที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรโฉนดที่ดินต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทหรือผู้ประกอบการ ข้อมูลนี้มักแสดงไว้บนหน้าโฆษณาโครงการหรือโบรชัวร์โครงการเช่นกัน
EIA: คนทั่วไปอาจเข้าใจว่า EIA เกี่ยวกับกับโครงการคอนโดมิเนียมเท่านั้น นั่นคือถ้าคอนโดฯ ที่สร้างเกิน 4,000 ตารางเมตรจะต้องขอ EIA แต่จริงๆ การทำโครงการบ้านจัดสรรก็ต้องขอ EIA เหมือนกัน โดยเงื่อนไขคือต้องเป็นโครงการที่มีขนาด 100 ไร่ขึ้นไป แต่การขอ EIA สำหรับโครงการจัดสรรมักไม่ค่อยมีปัญหา
สัญญาจะซื้อจะขาย : กฎหมายจัดสรรที่ดินได้กำหนดแบบสัญญาจะซื้อจะขายไว้ 2 ชุด คือแบบสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และแบบสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผู้ประกอบการต้องใช้แบบสัญญาของทางราชการ แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่ได้มีการเข้มงวดมากนัก เป็นเพียงแต่กำหนดไว้ว่าหากสัญญานั้นไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค สัญญานั้นก็ไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้นหากเลือกได้ก็ควรเลือกซื้อโครงการที่ใช้สัญญาแบบมาตรฐานของทางราชการจะดีที่สุด
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย