นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า นโยบายผลักดันทรัพย์ขายทอดตลาดของกรมให้
ความสำคัญกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซีในปี 2558 โดยอยู่ระหว่างการศึกษาและทดลองระบบประมูล
ทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออีออกชั่นนำมาปรับใช้กับการประมูลขายทรัพย์ เพื่อเปิดช่องทางให้กลุ่มผู้ซื้อที่เป็นชาวต่างชาติและ
พักอาศัยอยู่ต่างประเทศ แต่มีความต้องการซื้อทรัพย์ที่อยู่ในประเทศไทยสามารถร่วมประมูลข้ามประเทศได้
แนวทางดำเนินการ คือ กรมได้จัดทำศูนย์แคร์เซ็นเตอร์หรือศูนย์ใส่ใจ เบอร์กลางโทร.0-2881-4999 ให้บริการครบ
วงจรตั้งแต่ติดต่อประสานงานกับกรมทั้งเครือข่ายในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด 108 สาขา บริการติดต่อประสานงานกับ
ราชการ ต่างหน่วยงาน รับเรื่องร้องเรียน รวมทั้ง พัฒนาให้เป็นศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับการขาย ทอดตลาด ในอนาคตจะมีการ
ปรับฐานข้อมูลให้สามารถรองรับตลาดเออีซีด้วย
"การขายทอดตลาดหรือการผลักดันทรัพย์เข้าสู่การประมูล เป็นแนวคิดที่กรมอยากจะเปิดตลาดผู้ซื้อให้กว้างมากขึ้น
เดิมจำกัดเฉพาะผู้ซื้อคนไทย แต่กระแสของการนับถอยหลังเพื่อเปิดเออีซีเริ่มเป็นประเด็นใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะทรัพย์ที่ตั้งอยู่
ในภูมิภาคทั่วประเทศ ทำเลเด่น ๆ ก็จะเป็นจังหวัดชายแดนและจังหวัดเศรษฐกิจของแต่ละภาคที่พบว่าเริ่มมีคนต่างชาติ
สนใจเข้ามาแข่งขันประมูลซื้อมากขึ้น อาทิ ในภาคอีสาน ภาคเหนือ"
ทั้งนี้ กรมบังคับคดีมีทรัพย์รอขายทอดตลาดประมาณปีละ 2 แสนล้านบาท ปกติแต่ละปีจะประกาศขายทอดตลาดปี
ละประมาณ 1 แสนล้านบาท ยกตัวอย่างปีงบประมาณ 2557 กรมมีที่ดินเปล่า ทั่วประเทศที่อยู่ระหว่างดำเนินการประกาศ
ขายทอดตลาดมูลค่าประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท, ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกว่า 7,000 ล้านบาท อาคารชุดกว่า 5,000 ล้านบาท
และอื่น ๆ รวมเป็นทรัพย์ที่หมุนอยู่ในระบบพร้อมขายประมาณ 1.23 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน กรมบังคับคดีพบว่ามีทรัพย์บางอย่างที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติก็
สามารถซื้อขายได้ เช่น ห้องชุดกับหุ้น ในส่วนของห้องชุดมีกฎหมายชัดเจนว่าชาวต่างชาติสามารถถือกรรมสิทธิ์ได้ 49%
ของพื้นที่ขายในโครงการ ส่วนหุ้นจะมาในรูปแบบจำนวนหุ้นที่อยู่ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เช่น ทรัพย์รอขาย
ทอดตลาดที่เป็นหุ้นมาจากตอนปิด 56 ไฟแนนซ์ในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง มีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เป็นต้น
"ทรัพย์ยึดนอกจากคดีแพ่งแล้วยังมีคดีล้มละลายที่ไม่จำเป็นต้องขายทอดตลาด เรากำลังศึกษาวิจัยว่าทรัพย์บางอย่างผู้
ถือ (กรรมสิทธิ์) ไม่จำเป็นต้องเป็นคนไทย แตกต่างจากที่ดินที่มีข้อบังคับชัดเจน ฉะนั้นการเปิดประมูลจะมีทรัพย์บางอย่างที่
ต่างชาติซื้อขายได้ กรมก็ดีไซน์การขายว่าไม่จำเป็นต้องผูกกับผู้ซื้อคนไทย เช่น ห้องชุด ในอนาคตอาจจะมีผู้ประกอบการ
จัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็นตัวกลางมาประมูลทรัพย์ของกรมบังคับคดี เพื่อขายให้คนต่างชาติโดยเฉพาะกับการขายหุ้น กรมกำลัง
วิจัยว่าทรัพย์สินพวกนี้อาจไม่ใช่การขายในระบบดั้งเดิม เป็นการเปิดช่องให้คนนอกประเทศดูข้อมูลได้ด้วย"
สำหรับผลงานผลักดันทรัพย์ในปีงบประมาณ 2556 ทำได้ทั้งสิ้น 3.4 หมื่นล้านบาท เป้าปีงบประมาณ 2557 คาดว่าจะ
ผลักดันทรัพย์ได้ 4-6 หมื่นล้านบาทขึ้นกับภาวะตลาด สาเหตุที่ปรับเป้าสูงขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะบูมของตลาด
อสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศที่มีความคึกคักในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา