เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 5 มี.ค.ที่ศาลากลางจังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่ง
ประเทศไทย (กทพ.) และ นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย
ความร่วมมือในการพิจารณาการเชื่อมต่อทางพิเศษจากกรุงเทพมหานคร เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งจะเป็นทางพิเศษ
สายแรกที่เชื่อมต่อสองเมืองหลวงไทยนายอัยยณัฐ เปิดเผยว่า การลงนามวันนี้นับเป็นก้าวแรกของการก่อสร้างทางพิเศษ
เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอดีตเมืองหลวงของไทยที่มีความสำคัญในฐานะ เป็นเมือง
มรดกโลกโดย กทพ.มีโครงการขยายทางพิเศษอุดรรัถยา(บางปะอิน-ปากเกร็ด) ออกไปจนถึงอำเภอบางปะหันจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเดินทางขนส่งสินค้าการท่องเที่ยวอันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ
โดยรวมของประเทศ
นายอัยยณัฐ กล่าวว่า โครงการทางพิเศษอุดรรัถยา-พระนคร ศรีอยุธยาจะมีแนวสายทางต่อเชื่อมจากทางพิเศษอุดร
รัถยาที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน อำเภอบางปะอินผ่านอำเภอพระนครศรีอยุธยาไปสิ้นสุดที่อำเภอบางปะ
หันบริเวณจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 รวมระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตรงบลงทุนประมาณ 40,000 ล้านบาท
ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษา ความเหมาะสมโครงการโดยจะจัดรับฟังความเห็นครั้งที่ 1 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาใน
วันที่ 12 มี.ค.นี้การศึกษาจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2558 จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติโครงการทันทีโดย
จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปีรูปแบบเบื้องต้นจะมีจุดขึ้นลง 6-7 จุด ขึ้นอยู่กับผลการศึกษานอกจากนี้ยังได้มีการวางแผน
ให้มีการเชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์ศิลปาชีพบางไทรอีกด้วย คาดว่าจะมีผลกระทบเรื่องการเวนคืนไม่มากเพราะเส้นทางผ่านส่วน
ใหญ่เป็นที่ว่างเปล่าของเอกชน.