คำถามมีว่าถ้าถมดินแล้วก่อสร้างได้เลยหรือไม่ โครงสร้างบ้านไม่ได้ตอกเสาเข็ม แต่เป็นระบบฐานรากแผ่ที่กระจายน้ำหนักลงบนดินแข็งโดยตรง
ผู้รับเหมาท่านนี้ต้องการถมดินก่อนและทำการก่อสร้างภายหลังการถมดินทันที และให้ข้อมูลว่าจะต้องขุดตอม่อลึกลงไป 1 เมตรจากผิวดินที่ถม คำถามคือสมควรทำหรือไม่
ก่อนจะตอบคำถามผมขอขยายความเรื่องการถมที่เพื่อสร้างบ้าน ส่วนมากแล้วก็เนื่องจากว่าที่ดินที่จะปลูกสร้างอยู่ต่ำกว่าระดับถนน อาจเป็นแอ่งน้ำหรือบ่อน้ำเก่า หรือว่าต้องการให้บริเวณที่จะสร้างบ้านมีความสูงกว่าระดับถนนหรือระดับพื้นดินเดิม จะด้วยเหตุผลเพื่อการป้องกันน้ำท่วม หรือเป็นด้วยแบบบ้านที่ต้องการสร้างมีการยกระดับพื้นบ้านให้สูงขึ้น
และเมื่อได้ทำการถมดินแล้วในระยะแรกจะเห็นว่าดินที่ถมมีความสูงตามที่ได้กำหนดไว้ เช่น กำหนดให้ถมดินสูงกว่าระดับถนนประมาณ 80 เซนติเมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะพบว่าดินเกิดการยุบตัวทำให้ความสูงอาจเหลือไม่ถึงครึ่งของที่ถมไว้ และการที่ดินเกิดการทรุดตัวภายหลังการถมนี่เอง จึงเป็นสาเหตุของข้อสงสัยว่าการสร้างบ้านทันทีภายหลังการถมดินเป็นเรื่องที่เหมาะสมเพียงใด
ผมได้ให้คำตอบไปว่าสามารถถมดินแล้วสร้างบ้านโดยอาจจะไม่ต้องรอให้เกิดการยุบตัวของดินได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งสำหรับกรณีที่ถามคือจะต้องขุดดินให้ลึกจนถึงชั้นดินแข็งที่แท้จริง เพราะว่าถ้าไม่ขุดจนถึงชั้นดินแช็งแล้วทำฐานรากในชั้นดินที่ยังทรุดตัวได้ ก็จะทำให้บ้านเกิดการทรุดตัวและเสียหายได้เมื่อสร้างไประยะเวลาหนึ่ง ซึ่งถ้าหากว่าเป็นโครงสร้างบ้านที่อยู่ด้วยเสาเข็มแล้ว ปัญหาเรื่องการถมดินแล้วสร้างบ้านต่อทันทีก็จะไม่เป็นไร
เนื่องจากว่าการที่วิศวกรออกแบบให้ตัวอาคารมีฐานรากที่มีเสาเข็มเป็นส่วนรองรับนั้นได้คำนวณการรับน้ำหนักโดยผ่านเสาเข็ม เป็นการคำนวณที่ใช้ค่าความเสียดทานของดินที่มีต่อเสาเข็มมาใช้งาน และให้ปลายเสาเข็มจมถึงชั้นดินแข็ง และโดยที่การถมดินเพื่อสร้างบ้านส่วนมากแล้วเป็นการถมที่ผิวดิน (ยกเว้นในกรณีที่การถมที่ดินบ่อน้ำที่มีความลึกมากก็ต้องคิดวิธีแตกต่างออกไป)
ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างบ้านได้ทันทีภายหลังการถมดิน แต่ใช่ว่าจะไม่มีผลข้างเคียงเสียทีเดียวก็หาไม่ คืออาจจะมีผลในเรื่องการวางท่อระบายน้ำรอบบ้านในดินที่ถมใหม่เกิดการทรุดตัวได้ แต่ก็สามารถป้องกันได้โดยการทำท่อระบายน้ำในตอนท้ายของการก่อสร้างเพื่อปล่อยให้ดินมีการทรุดตัวไปแล้ว และมีการบดอัดที่ใต้ท่อให้ดีก็จะช่วยได้
ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือไม่ควรสร้างบ้านทันทีที่ถมดินเสร็จ ก็เพราะว่าบ้านที่ก่อสร้างบางครั้งสร้างในบริเวณที่ชั้นดินมีความแข็ง เช่นที่ภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบางพื้นที่ เป็นต้น วิศวกรที่ออกแบบโครงสร้างอาจจะออกแบบให้การรับน้ำหนักของฐานรากเป็นแบบฐานรากแผ่ โดยไม่มีเสาเข็มรองรับฐานราก แต่ให้น้ำหนักกระจายจากฐานรากลงไปในชั้นดินแข็ง
ผมขอขยายความคำว่าฐานรากแผ่เพิ่มเติมฐานรากแผ่คือฐานของอาคารที่ออกแบบเป็นรูปสี่เหลี่ยม (อันที่จริงจะเป็นสามเหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้) และอาศัยการรับน้ำหนักของดินที่มีต่อพื้นผิวฐานราก
เช่น น้ำหนักที่กดลงที่เสาตอม่อบริเวณดังกล่าวเท่ากับ 30 ตัน และบริเวณดังกล่าวดินมีคุณสมบัติการรับน้ำหนักได้เท่ากับ 5 ตัน/ตารางเมตร 30 5 = 6 ตารางเมตร หรือต้องมีขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร เพื่อให้ได้พื้นที่ 6 ตารางเมตร สำหรับการรับน้ำหนัก
ส่วรความหนาของฐานรากว่าจะเป็นเท่าไรต้องมีการคำนวณจึงจะทราบได้
อย่างไรก็ตามกรณีของการถมดินและโครงสร้างเป็นฐานรากแผ่จะต้องขุดจนถึงดินเดิมสำหรับน้ำหนัก ไม่ใช่ให้ดินถมรับน้ำหนักแม้ว่าจะถมดินทรุดตัวแล้วก็ยังไม่เพียงพอที่จะรับน้ำหนักได้ครับ
เหตุผลที่ไม่ควรสร้างบ้านภายหลังถมที่ใหม่ๆ เนื่องจากว่าดินมีการทรุดตัว สาเหตุที่คนส่วนใหญ่บอกว่าไม่ควรสร้างบนดินที่ถมใหม่มีสาเหตุจากเมื่อก่อนคนไทยสร้างบ้านโดยไม่มีเสาเข็ม แต่ใช้ฐานแผ่เป็นฐานรองรับเสาเรือน
ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการทรุดตัวของบ้านที่สร้าง จึงกำหนดกันว่าไม่ควรสร้างบ้านบนพื้นดินที่ถมใหม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ
นิตยสารบ้านพร้อมอยู่ ฉบับที่ 186 May 2014