10 สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อบ้าน

10 สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อบ้าน

 

“สิ่งอำนวยความสะดวก (Amenity)” หมายถึง คุณประโยชน์ต่าง ๆ จากตัวอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในส่วนที่เห็นเป็นตัวตนจับต้องได้และที่มองไม่เห็นเป็นตัวตน โดยคุณประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านมีมูลค่าสูงขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้บ้านมีความโดดเด่นน่าสนใจ มีคุณค่ามากขึ้น ใครเห็นก็อยากอยู่ ซึ่ง 10 สิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อบ้าน มีอะไรบ้าง วันนี้ Home Buyers นำมาฝากกันแล้ว

ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวกที่จับต้องได้ (Tangible Amenities) เช่น ห้องรับแขกที่สวยงาม อินเตอร์เน็ตไร้สาย ห้องอาหาร สวนพักผ่อน ลิฟต์ ลานสังสรรค์ บริการต่าง ๆ และที่จอดรถ เป็นต้น

ตัวอย่างสิ่งอำนวยความสะดวกที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Amenities) เช่น วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม กิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ โรงเรียนดี ๆ หรือมีโจรขโมยน้อย และอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ เป็นต้น

โดยสิ่งอำนวยความสะดวกที่กล่าวมาข้างต้น หากมองในแง่การลงทุน ก็จัดเป็นส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องตรวจเช็คก่อนการเลือกซื้อบ้านทุกครั้ง จะมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด โดยต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีอยู่จริงหรือไม่ มีลักษณะอย่างไร แล้วเกื้อหนุนหรือเอื้ออำนวยกับการอยู่อาศัยมากน้อยเพียงใดบ้าง

10 สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อบ้าน

บ้านหลังใดมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพมากกว่า ก็จะเท่ากับเป็นตัวบ่งชี้บอกให้ทราบถึงคุณลักษณะที่ดีกว่าและเด่นกว่าของบ้านหลังนั้นไปโดยปริยาย สำหรับ สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต้องเช็ค ปกติจะมีอยู่ 10 อย่างด้วยกันดังนี้

1. ตรวจเช็คเครื่องใช้ในครัว

ครัวถือเป็นส่วนสำคัญที่มีค่าหรือแพงสุดในบ้าน ดังนั้นเงื่อนไขอายุ การดูแลรักษา และสภาพของเครื่องใช้ต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ เพราะเกี่ยวพันถึงความจำเป็นที่ต้องซื้อใหม่หรือต้องซ่อมแซมในภายหลัง

2. เช็คสภาพและวัสดุก่อสร้างของบ้าน

ไม่ว่าจะเป็น พื้น ผนัง และเพดานต่าง ๆ  ดูว่าทำจากวัสดุอะไรและมีสภาพเป็นเช่นไร ซึ่งปกติในบ้านแต่ละหลังจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น อาจเป็นปูน กระเบื้องยาง กระเบื้องเซรามิค หินอ่อน แกรนิต แผ่นสำเร็จรูป ไม้อัด พลาสติก หรือบางหลังอาจเป็นไม้แท้ที่มีราคาแพง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มองข้ามไม่ได้เลย เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ชี้ให้ทราบถึงเกรด และระดับราคาของบ้านว่าถูกแพงและน่าซื้อมากน้อยเพียงใด

3. ตรวจเช็คเพดานและหลังคา

เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องทำการตรวจเช็คอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีรอยน้ำหยดหรือน้ำไหล ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพของหลังคาว่ารั่วหรือแตกร้าวหรือไม่ รวมถึงต้องสังเกตถึงรอยแตกร้าวต่าง ๆ ที่จะมีโอกาสสร้างปัญหาทำให้บ้านทรุดหรือบ้านร้าวขึ้นในอนาคตด้วย

4. พิจารณาพื้นที่และองค์ประกอบนอกตัวบ้าน

เช่น รางน้ำ หรือร่องน้ำ ที่อยู่นอกตัวบ้าน โดยดูว่าอยู่ในสภาพอย่างไร ยังอยู่ในสภาพดีและสามารถใช้งานได้อีกนานมากหรือไม่ เพื่อจะได้รู้แน่ชัดว่าเมื่อซื้อบ้านแล้วจะต้องมีการซ่อมแซม และทำอะไรเพิ่มเติมอีกไหม

5. สำรวจพื้นที่รอบ ๆ ในบริเวณใกล้เคียง

เพื่อดูว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ด้วยหรือไม่ เช่น มีโรงเรียนดี ๆ อยู่ใกล้หรือไม่ หรือการเดินทางไปทำงานสะดวกมากน้อยแค่ไหนและใช้เวลานานเพียงใด การคมนาคม การจราจรเป็นอย่างไร ในละแวกบ้านมีร้านค้า หรือร้านให้บริการ รวมถึงมีสถานบริการภาครัฐต่าง ๆ เช่น โรงพัก โรงพยาบาล ไปรษณีย์ หรือสถานีดับเพลิง ที่เอื้ออำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ ในพื้นที่ด้วยหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งจำเป็นที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตทั้งสิ้น

6. เปรียบเทียบสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่ของบ้านตัวเลือก

เพื่อดูว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่ มีลักษณะเป็นแบบมาตรฐานทั่วไปหรือเป็นแบบที่พิเศษกว่า ปกติสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีกว่าจะเป็นตัวเสริม ที่ช่วยชี้บอกให้คนทั่วไปทราบถึงการเป็นบ้านที่มีคุณภาพที่ดีกว่าตามไปด้วย

7. ตรวจเช็คสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ

สภาพของห้องน้ำเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการเลือกซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือบ้านมือสอง ทั้งนี้ต้องไม่ลืมตรวจเช็คอุปกรณ์เครื่องใช้ภายใน รวมถึงระบบท่อน้ำ มิเตอร์น้ำ และท่อน้ำทิ้งว่าอยู่ในสภาพเช่นไร เพราะเกี่ยวพันถึงค่าใช้จ่ายการตกแต่งหรือซ่อมแซมในอนาคตหลังจากตกลงใจซื้อแล้ว

8. ตรวจดูระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศในบ้าน

ส่วนนี้สำคัญ เพราะระบบเหล่านี้หากมีปัญหาให้ต้องซ่อมแซมหรือต้องเปลี่ยนใหม่จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

9. สิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษที่เจ้าของเดิมติดตั้งหรือต่อเติมเพิ่มเข้าไป

บ้านเก่าส่วนใหญ่เจ้าของบ้านมักมีการปรับปรุงและแต่งเติมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มเติมเข้าไปด้วย เช่น ส่วนของสระว่ายน้ำ ลานหลังบ้าน รวมถึงชั้นหรือตู้เก็บของต่างๆ ซึ่งปกติเจ้าของบ้านจะมีการรวมค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงต่อเติมสิ่งเหล่านี้เข้าไปในราคาบ้านที่จะขายอยู่แล้ว ดังนั้นการตรวจเช็คให้ทราบสิ่งเหล่านี้ก่อนแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เรามีข้อมูลเพื่อใช้ต่อรองกับเจ้าของได้เป็นอย่างดี

10. ตรวจสอบเอกสารสัญญาและใบเสร็จต่าง ๆ

การซื้อบ้านเก่าหรือบ้านมือสองทุกครั้งจะต้องไม่ลืมตรวจเช็ค และขอดูเอกสาร สัญญา ใบเสร็จที่เกี่ยวข้องในการซ่อมแซม ปรับปรุง และให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในบ้านที่มีการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมาด้วย โดยต้องทำให้ไม่ต่างอะไรกับการซื้อรถเก่า ที่จะต้องมีข้อมูลการให้บริการในช่วงที่ผ่านมาประกอบเสมอ

 

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง