ดังนั้นผมจะขอนำมาเขียนเล่าเป็นอุทาหรณ์ให้ทราบ เพื่อจะได้เป็นความรู้และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับบ้านของท่านครับ
ในสมัยที่บ้านเรือนยังไม่เจริญเหมือนเช่นทุกวันนี้ และระบบการประปายังไม่กว้างขวางครอบคลุม เมื่อถึงฤดูฝนครั้งใดประชาชนทั่วไปก็จะมีการกักเก็บน้ำฝนไว้เพื่อใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค
ผมยังจำได้ว่าเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้วสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก แม้แต่บ้านที่อยู่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ก็ยังมีบางพื้นที่ที่มีการเตรียมภาชนะสำหรับเก็บน้ำ ได้แก่ ตุ่มน้ำขนาดใหญ่ๆ โดยจะใช้วิธีรองรับน้ำฝนที่ตกลงบนหลังคา และทำรางระบายน้ำฝนเพื่อบังคับให้นำน้ำไหลลงสู่ตุ่มที่เตรียมไว้
และมีหลักการว่าสำหรับน้ำฝนแรกๆ ที่ตกลงบนหลังคา จะยังไม่เก็บลงใส่ตุ่ม แต่จะปล่อยให้ไหลทิ้งเพื่อล้างหลังคาให้สะอาดก่อน และน้ำฝนที่กักเก็บไว้ก็สามารถนำมาใช้สำหรับดื่มกินได้ หรือถ้าจะให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นก็อาจนำไปต้มก่อน เป็นการกักเก็บรองรับน้ำจากธรรมชาติมาใช้อย่างไม่สลับซับซ้อน และได้ผลลัพธ์ที่ดีมีประสิทธิภาพ
แต่ในปัจจุบันเราคงไม่สามารถใช้วิธีแบบเดิมได้อีกแล้ว เพราะน้ำฝนที่ได้จะไม่สะอาดเนื่องจากบรรยากาศในปัจจุบันไม่สะอาดแล้ว มีกรดต่างๆ ล่องลอยอยู่เป็นจำนวนมาก น้ำฝนที่ตกลงมาจะกลายเป็นฝนกรดอย่างอ่อนๆจึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้อีกต่อไป
เดี๋ยวนี้การเก็บสำรองน้ำตามบ้านเรือนทั่วไปมักจะใช้ระบบถังเก็บน้ำ แต่เหตุผลหลักของการใช้ถังเก็บน้ำในปัจจุบันเปลี่ยนไปเป็นการเก็บน้ำไว้ในถังเก็บน้ำ เพื่อสำรองสำหรับการใช้ปั๊มน้ำ เพราะการใช้ปั๊มน้ำจากท่อประปาโดยตรงเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและผิดข้อระเบียบของการประปา เพราะการดูดน้ำจากระบบท่อประปาอาจจะทำให้บ้านข้างเคียงที่ไม่ได้มีถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำขาดน้ำได้
นอกจากความเดือดร้อนของชาวบ้านแล้ว ถ้าใครใช้วิธีดูดน้ำจากท่อประปาโดยตรงก็มีโอกาสที่มิเตอร์น้ำจะเสียหาย เนื่องจากเกิดการหมุนเร็วกว่าการไหลจริงของปริมาณน้ำ ซึ่งเจ้าของบ้านนั่นเองที่จะเป็นผู้ได้ผลกระทบและเดือดร้อนเรื่องค่าน้ำประปาที่สูงเกินการใช้งานจริง ดังนั้นจึงไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งครับ
ระบบเก็บสำรองน้ำที่ใช้ตามบ้านเรือนด้วยการใช้ถังเก็บน้ำแยกเป็นสองแบบคือ การเก็บน้ำด้วยถังเก็บน้ำบนบนดินและการเก็บด้วยถังเก็บน้ำใต้ดิน
เหตุผลของการเก็บน้ำด้วยการใช้ถังเก็บน้ำใต้ดินเนื่องจากต้องการประหยัดพื้นที่ใช้สอย เนื่องจากสภาพแวดล้อมของบ้านบางแบบถ้ามีถังเก็บน้ำอยู่บนดินจะทำให้พื้นที่ใช้สอยลดน้อยลง ตัวอย่างเช่น บ้านลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ที่พื้นที่ส่วนหน้าบ้านมีความกว้างไม่มาก ดังนั้นการใช้ถังเก็บน้ำใต้ดินจึงดูเหมือนจะเหมาะสมกว่าในเรื่องการใช้สอย
อีกประการหนึ่งคือในอดีตลักษณะทางกายภาพของถังเก็บน้ำบนดินมีความไม่สวยงาม แข็งกระด้างและไม่น่ามอง แต่ปัจจุบันปัญหาเรื่องความสวยงามของถังเก็บน้ำบนดินได้มีการพัฒนาอ อกแบบให้สวยงามกลายเป็นส่วนประดับของพื้นที่ได้อย่างลงตัว จึงแก้ปัญหาเรื่องความไม่สวยงามไปได้
หากมีพื้นที่พอที่จะจัดได้ผมอยากแนะนำให้ใช้ถังเก็บน้ำบนดินจะดีกว่าครับ เพราะถังเก็บน้ำใต้ดินมีค่าก่อสร้างสูงกว่า และเมื่อใช้ไปได้ระยะเวลาหนึ่งที่ถังเก็บน้ำเสื่อมสภาพ กิดการรั่วซึม หรือเกิดการทรุดตัวของถังแล้ว ปัญหาจะเกิดทันทีครับ
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ถังเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งทำให้เจ้าของบ้านต้องชำระค่าน้ำเป็นจำนวนมากทีเกิดกับคนรู้จัก คือปัญหาลูกลอยที่สำหรับการบังคับการเปิดปิดของน้ำประปาที่ไหลเข้าสู่ถังเสีย (หักงอ) ผลที่เกิดขึ้นคือน้ำประปาไหลตลอดเวลา และล้นถังน้ำออกไปโดยเจ้าของไม่ทราบเนื่องจากอยู่ใต้ดิน
หากอยู่บนดินและเกิดกรณีเดียวกันนี้เจ้าของบ้านก็จะมองเห็นได้ ปรากฏว่ากรณีที่เกิดกับคนที่ผมรู้จัก กว่าจะทราบก็เมื่อใบเสร็จค่าน้ำประปามาแล้ว และมีค่าน้ำถึงประมาณ 17,000 บาท จึงได้สืบค้นสาเหตุจนพบว่าเกิดจากลูกลอยบังคับการไหลของน้ำเสียนั่นเอง ในกรณีดังกล่าวได้มีการทำเรื่องแจ้งการประปา และการประปายอมให้มีการผ่อนชำระค่าน้ำได้ 3 เดือนครับ
นับเป็นบทเรียนราคาแพงมากทีเดียว ผมจึงนำมาเขียนให้ท่านที่มีถังเก็บน้ำใต้ดินที่บ้านได้ตระหนัก และคอยหมั่นตรวจมิเตอร์น้ำไว้บ้างก็จะเป็นการดีครับ
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย