กรมธนารักษ์ดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมประเมินราคาที่ดินรายแปลงรองรับการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดิน
และสิ่งปลูกสร้าง พร้อมเร่งประสานกรมที่ดินขอข้อมูลแผนที่ที่ดินรายโฉนดทั่วประเทศ เพื่อนำมาประเมินที่รายแปลงให้
ครบ 30 ล้านแปลงทั่วประเทศ ขณะที่ ตั้งเป้าใช้เจ้าหน้าที่กรมฯและจ้างบริษัทเอกชนเข้าร่วมประเมินให้ได้ 8.3 ล้านแปลงใน
สิ้นปี 58 จากปัจจุบันประเมินแล้วเสร็จ 7 ล้านแปลง
นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างดำเนินการประเมินที่ดินรายแปลงเพื่อรองรับ
การบังคับใช้ของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการผลักดันของรัฐบาลชุดนี้ ปัจจุบันกรมฯ ได้ทำการ
ประเมินราคาที่ดินรายแปลงแล้วเสร็จจำนวนประมาณ 7 ล้านแปลง มี เป้าหมายที่จะประเมินให้ได้จำนวน8.3ล้านแปลงสิ้นปี
2558เพื่อประกาศใช้พร้อมกับการประเมินราคาที่ดินครั้งใหม่ในวันที่1มกราคม 2559
ทั้งนี้ จำนวนที่ดินรายแปลงที่ต้องมีการประเมินทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 30 ล้านแปลง แม้จะเหลือจำนวนที่ราย
แปลงที่ยังต้องประเมินอยู่มาก ซึ่งกรมฯ สามารถที่จะดำเนินการได้ หากกรมที่ดิน สามารถจัดทำข้อมูลแผนที่ที่ดิน ในระบบ
การออกโฉนดเป็นระบบพิกัดฉากสากล (UTM) ที่สมบูรณ์ได้แล้วเสร็จครบถ้วนทุกจังหวัด จากปัจจุบันกรมที่ดินมีข้อมูล
ดังกล่าวประมาณ 35 จังหวัดจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดี กรมที่ดิน วางเป้าหมายจะจัดทำข้อมูลแผนที่ที่ดิน UTM เสร็จสมบูรณ์ภายใน 2 ปี ดังนั้น คาดว่าจะครบทั้ง
76 จังหวัดทั่วประเทศในปี 2558 แล้วหลังจากนั้น กรมฯ ก็รับช่วงข้อมูลที่ดินดังกล่าวมาทำการประเมินราคาที่ดินรายแปลง
ได้ทั้งหมด 30 ล้านแปลง ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีแน่นอน ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เขากล่าวต่อว่า กรมที่ฯ ได้มีการเตรียมแผนสำรองไว้ว่าถ้าหากกรมฯ ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน สิ่งที่จะทำระหว่างนี้ก็คือ
กรมฯ จะดำเนินการประเมินราคาที่ดินรายแปลงตามทรัพยากรที่มีอยู่ คือ 1.เร่งให้เจ้าหน้าที่ของกรมฯเข้าประเมินราคาที่ดิน
รายแปลง และ 2.จ้างบริษัทเอกชนเข้าช่วย ในปี 2558 มีแผนที่จะประเมินที่รายแปลงในอีก 5 จังหวัด คือ หัวหิน
ประจวบคีรีขันธ์ , มุกดาหาร , หนองคาย , อุบลราชธานี และ ชลบุรี
ขณะเดียวกัน กรมฯ จะประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อขอให้องค์การบริหารส่วนตำบล
(อบต.) ทั่วประเทศเข้ามาช่วยในการประเมินราคาที่ดินรายแปลงของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยกรมฯ จะเข้าไปช่วยฝึกอบรมหลัก
และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินที่ดินรายแปลง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ในกรณีนี้ กรมฯ มีความจำเป็นต้อง
ใช้งบประมาณในการดำเนินการ ซึ่งจะต้องหารือในระดับนโยบายเพื่อของบประมาณสนับสนุนดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ ในร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะกำหนดให้ อปท. ทำหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูก
สร้างใน ท้องที่ที่ปกครองอยู่ โดยส่วนกลางจะเป็น ผู้กำหนดอัตราในการจัดเก็บให้ ซึ่งการที่ส่วนบริหารท้องถิ่นเข้ามามีส่วน
ร่วมในการประเมินราคาที่ดินรายแปลงดังกล่าว จะถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการบังคับใช้ของกฎหมายดังกล่าว
ด้วย
"แม้ว่า อบต.จะเป็นผู้ประเมินราคาที่ดินรายแปลง เพราะกรมฯ จะมีหลักเกณฑ์ในการประเมินราคาที่ดินเข้าไปดูแลอยู่
แล้ว ทั้งรายบล็อกและภายในบล็อก ก็จะแบ่งออกเป็นส่วนๆ แต่ละส่วน ราคาที่แตกต่างกันตามลักษณะของพื้นที่ ทำให้ใช้
เป็นฐานคำนวณราคาที่ดินรายแปลงได้เลย และราคาก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมาก ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหา แม้ผู้จัดเก็บภาษีจะ
เป็นคนกำหนดราคาประเมินเอง"
นายนริศกล่าวด้วยว่า นอกจากการประเมินราคาที่ดินรายแปลงที่มีหลักฐานการครอบครองที่ชัดเจน เช่น โฉนด และ
นส3ก. แล้ว กรมฯยังมีนโยบายที่จะเข้าประเมินราคาที่ดินรายแปลงในส่วนพื้นที่ที่ส่วนราชการครอบครอง ซึ่งพื้นที่ที่ส่วน
ราชการ ครอบครองบางส่วนอาจจะยังไม่มีโฉนดรองรับซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะรองรับร่างกฎหมายทรัพย์สินภาครัฐที่
กรมฯอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำด้วย