สคบ.บี้‘สัญญาควบคุม’สร้างบ้านบังคับใส่รายละเอียด

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สคบ.เตรียม ออกประกาศให้การว่าจ้างก่อสร้างบ้านและอาคารอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ต้อง
ควบคุมข้อความในสัญญา สาระสำคัญคือจะควบคุมว่าในสัญญาต้องระบุข้อความอะไรบ้าง เพื่อลดข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการ
ว่าจ้างก่อสร้างบ้านและอาคาร

ตามขั้นตอน คาดว่าเตรียมเสนอให้คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาพิจารณาตัวร่างภายในเดือนธันวาคมนี้ หากได้รับการ
อนุมัติ จะเสนอสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา และบังคับใช้ต่อไป

นายอำพลกล่าวว่า จุดเน้นของสัญญาควบคุมคือบีโอคิว (Bill of Quantity-BoQ) หรือบัญชีแสดงปริมาณวัสดุที่ใช้
ก่อสร้าง เช่น คุณสมบัติวัสดุ ปริมาณการใช้วัสดุแต่ละประเภท เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการบางรายไม่ได้ระบุในสัญญา
อย่างละเอียด ส่งผลให้เกิดปัญหาร้องเรียนมีการลดสเป็กวัสดุภายหลัง ส่วนรายการวัสดุที่จะกำหนดในสัญญาควบคุมต้องรอ
สรุปในที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาอีกครั้ง

ทั้งนี้ สถิติปีงบประมาณ 2557 สคบ.รับเรื่องร้องเรียนบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม และบ้านที่ก่อสร้างโดยบริษัทรับ
สร้างบ้านและผู้รับเหมาในกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 1,200 ราย ในจำนวนนี้ 40-50% หรือ 500-600 รายร้องเรียน
วัสดุก่อสร้างไม่ได้คุณภาพ ปรับลดสเป็กวัสดุ และถูกทิ้งงาน ตามลำดับ

"ถ้า สคบ.ไม่ทำอะไร แนวโน้มข้อร้องเรียน จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ 2-3 ปีนี้อสังหาฯ ในต่างจังหวัดขยายตัวมาก ส่วนกรณี
ที่ทำสัญญาไปแล้ว และผู้บริโภคขอเปลี่ยนสเป็กวัสดุระหว่างก่อสร้าง ผู้ประกอบการสามารถทำสัญญาใหม่กับลูกค้า
ได้" นายอำพลกล่าว

แหล่งข่าวจาก สคบ.เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ร่างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจรับจ้างก่อสร้างอาคาร
เพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. ....ที่เตรียมเสนอคณะกรรมการพิจารณากลางเดือนธันวาคมนี้ มีสาระสำคัญ
ของรายละเอียดที่จะต้องระบุในสัญญา 7 ข้อ ได้แก่ 1.บัญชีแสดงปริมาณวัสดุที่ใช้และราคา (บีโอคิว) 2.สถานที่ วัน-เดือน-ปี
ที่ทำสัญญา รูปแบบอาคาร 3.ต้องระบุราคาค่าก่อสร้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และหน้าที่จัดหาวัสดุตามกำหนดอายุสัญญา 4.งวด
งานกับการชำระเงินตามเนื้องาน ที่ได้สัดส่วนกันในแต่ละงวด

5.กรณีผู้ประกอบการยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างแทนลูกค้า จะต้องระบุกำหนดเวลายื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารต่อ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายในกำหนด นับตั้งแต่วันทำสัญญา 6.ระบุเวลารับจ้างสร้างบ้านแล้วเสร็จ นับตั้งแต่วันที่ได้รับ
อนุญาตจาก เจ้าพนักงาน กทม.หรือท้องถิ่นตามกฎหมาย และ 7.ผู้ประกอบการต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความ
บกพร่องของอาคาร แยกเป็นโครงสร้างอาคาร รับประกันขั้นต่ำ 5 ปี และส่วนควบอาคาร (เช่น ประตู หน้าต่าง หลังคา ฯลฯ)
2 ปี

นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า สมาคมได้ติดต่อขอเข้าพบเลขาธิการ สคบ. เพื่อ
หารือร่างสัญญาใหม่ โดยสมาคมไม่ขัดข้องที่จะควบคุมสัญญาจ้างก่อสร้างบ้าน เพราะหลักการถือเป็นผลดีกับผู้บริโภค และ
ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการ เพียงแต่มีความเป็นห่วงว่าอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ ถ้าบังคับให้ต้องระบุ
รายละเอียดบีโอคิวตั้งแต่รายละเอียดปริมาณวัสดุ ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าดำเนินการ โดยต้องคำนวณปริมาณการใช้เหล็ก-
ปูนซีเมนต์กี่กิโลกรัม แสดงราคาต่อหน่วย ฯลฯ ในทางปฏิบัติสัญญา จะจ้างแบบเหมารวมทั้งออกแบบและก่อสร้าง ส่วน
ใหญ่มีข้อตกลงให้ลูกค้าสามารถปรับแบบสเป็ก-รุ่นวัสดุระหว่างก่อสร้างได้บ้าง แต่ถ้าหากระบุรายละเอียดบีโอคิวในสัญญา
แล้วมีการปรับสเป็กวัสดุภายหลัง อาจจะกลายเป็นการผิดสัญญา

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง