B.O.Q.กฎมาตรฐานรับสร้างบ้านหรือกฎถอย

สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เตรียมบังคับให้ธุรกิจรับสร้างบ้านและอาคารที่
อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ต้องถูกควบคุมตามข้อความในสัญญา โดยหัวใจหลักคือ "บี.โอ.คิว." หรือ B.O.Q.-Bill of Quantities
หมายถึง บัญชีแจกแจงรายการ ปริมาณ ค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมา สคบ.มีเรื่องร้องเรียนจากการผิด
สัญญาการว่าจ้างรับสร้างบ้านจำนวนมาก และการที่สคบ.เล็งใช้ข้อบังคับดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการในแวดวงรับสร้าง
บ้านตื่นตัวอย่างมาก ซึ่งมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

++ทำความเข้าใจเรื่อง B.O.Q.

สำหรับกลุ่มผู้บริโภค เชื่อว่าหลายคนยังไม่มีความรู้และเข้าใจในเรื่องของ B.O.Q มากนัก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดเรื่อง
ร้องเรียนอย่างที่ผ่านมา โดย B.O.Q. (Bill of Quantities) คือบัญชีแสดงปริมาณวัสดุ และปริมาณแรงงาน ประกอบกับราคาที่
ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งรายละเอียดจะประกอบด้วย ปริมาณวัสดุ ปริมาณแรงงาน ราคาต่อหน่วยของทั้งวัสดุและแรงงาน

ความสำคัญของ B.O.Q. คือใช้เป็นกลไกในการตรวจสอบราคา ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อประกอบสัญญาการรับเหมา
ก่อสร้างหรือเป็นเอกสารประกอบการประกวดราคา อีกความสำคัญหนึ่งสำหรับผู้ว่าจ้างคือ เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์
เปรียบเทียบราคา เพื่อหาผู้รับเหมาตามเงื่อนไขของราคาที่เหมาะสม รวมทั้งยังใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบปริมาณงานที่ก่อสร้าง
จริงว่าเป็นไปตามจำนวนและคุณสมบัติที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ และหากมีส่วนขาดส่วนเกิน ข้อมูลนี้ก็จะใช้เป็นบรรทัด
ฐานในการคิดราคาต่อไป

++ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ B.O.Q. กับ บ.รับสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐาน

ปกติแล้วผู้บริโภคที่เลือกซื้อบ้านกับบริษัทรับสร้างบ้านมักจะได้ความสบายใจในเรื่องราคาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งจะไม่มี
การบวกเพิ่มในภายหลัง แต่รายการวัสดุที่เลือกใช้ในหนังสือสัญญาจะระบุแค่คร่าวๆ ซึ่งอาจไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเลือกใช้
ของแบรนด์อะไร ทำให้เมื่อถึงเวลาก่อสร้างและรับมอบงานมักจะเจอปัญหาเรื่องของวัสดุที่อาจจะดูเกรดต่ำกว่าที่คิดไว้ ทำ
ให้มักเกิดปัญหาอยู่บ่อยๆ เพราะบริษัทรับสร้างบ้านไม่สามารถร้องเรียกเก็บเงินเพิ่มจากลูกค้าได้อีก ดังนั้นหากวัสดุไหนที่
แพงเกินที่ประเมินเอาไว้ ทีมงานต้องทำการปรับลดสเปกของเพื่อให้ได้ต้นทุนเท่าเดิม เรียกได้ว่าผู้บริโภคที่ไม่มีความรู้ใน
เรื่องนี้ก็จะไม่ทราบวิธีของบริษัทรับสร้างบ้าน

++สถาปนิกก็ควรทำ B.O.Q.

หากพูดถึงแต่บริษัทรับสร้างบ้านอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะยังมีบริษัทออกแบบที่อยู่ในธุรกิจก่อสร้างเหมือนกัน ซึ่ง
กลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการดีไซน์ใหม่ พร้อมฟังก์ชันกับความสวยงามในสไตล์ที่ตัวเองต้องการ โดยผู้บริโภคจะมีส่วนร่วม
ในการเลือกประเภทวัสดุ ตั้งแต่ขั้นตอนดีไซน์

นางสาวสิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม
และสถาปัตยกรรมภายใน และรับเหมาก่อสร้าง กล่าวว่า การทำ B.O.Q. ของบริษัทออกแบบเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะจะทำ
ให้ลูกค้ารู้ก่อนว่าราคาประเมินเป็นเท่าไหร่ เกินงบที่ตัวเองกำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งดีไซเนอร์ก็จะมีหน้าที่ในการปรับแบบจน
เป็นที่พอใจของลูกค้าและอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งระยะการทำ B.O.Q. อาจจะใช้เวลามากกว่าบริษัทรับสร้างบ้าน
เพราะรายละเอียดเยอะกว่า

++สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แนะ สคบ. พิจารณาให้ดีก่อนบังคับใช้

นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า หากสคบ.มี
การบังคับใช้ B.O.Q. จริงอาจทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้าน กลับเข้าสู่ยุคของผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่จะต้องมาแจง
รายละเอียดในทุกขั้นตอน ส่งผลให้งานก่อสร้างล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค เนื่องจากปัจจุบันก็มีการทำใบ
ชี้แจงราคาและรายละเอียดของการก่อสร้างอยู่แล้ว จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำ B.O.Q.

จากเหตุผลที่แต่ละฝ่ายเสนอก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป ชวนให้ลุ้นว่าสคบ.จะมีความเห็นตามฝ่ายไหน?

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง