นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฎ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กรณีการ
ตรวจสอบและยึดคืนที่ดินเขาใหญ่ ปากช่อง หากมองจากภาพรวมแล้วการซื้อขายที่ดินมีปัญหาเกิดขึ้นกับทั้งผู้ประกอบการ
และราชการ ซึ่งฝ่ายราชการทำกระบวนการผิดตั้งแต่แรก คนซื้อไม่ผิด ปัญหานี้ทำให้คนไม่กล้าซื้อขายที่ดิน ผู้ประกอบการก็
ไม่มีความแน่ใจที่จะลงทุนเพราะกลายเป็นคนผิดถ้าซื้อขายไม่ถูกต้อง ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบรวมแล้วเป็นจำนวน
มาก คาดว่าน่าจะเป็นมูลค่ามากกว่าหมื่นล้านบาท
"คนที่ซื้อที่ดินไว้ก็ยังไม่กล้าลงทุนก่อสร้าง เพราะหวั่นว่าจะเกิดการยึดที่ดินคืน ขณะที่นักท่องเที่ยวหวั่นเกรงการเข้า
ตรวจยึด ทั้งนี้ เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวด้านการลงทุน ก็จะไม่มีการจับจ่ายใช้สอย เกิดผลกระทบเป็น ลูกโซ่ ดังนั้น ราชการ
ต้องประกาศการซื้อขาย ด้วยความสุจริต ต้องมีความอะลุ่มอล่วยให้กับนักลงทุน ต่อไปใครจะกล้ามาลงทุนอีก"
นายสมบัติ สุวรรณดวง ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาใหญ่-ปากช่อง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การ
ขยายการลงทุนหรือลงทุนใหม่ของผู้ประกอบการ ต่าง ๆ ในพื้นที่ขณะนี้ยังคงชะลอการลงทุนออกไป เพื่อดูทิศทางในหลาย
ๆ เรื่องที่ เกิดขึ้น ส่วนการซื้อขายที่ดินก็เกิดการชะลอตัว นักลงทุนไม่กล้าตัดสินใจซื้อที่ดิน ซึ่งแต่ละโครงการที่เกิดขึ้นใน อ.
ปากช่อง ล้วนเป็นโครงการขนาดใหญ่เกือบทุกโครงการ อีกทั้ง ยังเป็นบ้านหลังที่ 2 ของคนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง
หลายคน
สำหรับมูลค่าการลงทุนในพื้นที่โซน เขาใหญ่ ปากช่อง มีมูลค่าการลงทุนหลายหมื่นล้านบาททั้งในรูปแบบ
คอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศ บ้านจัดสรร ปัจจุบันราคาที่ดินตารางวาละประมาณ 8,000-40,000 บาท
"ชมรมไม่สามารถลงรายละเอียดแต่ละโครงการได้ว่า โครงการใดที่โดนตรวจสอบบ้าง แต่สมาชิกของชมรมมากกว่า
70% ที่คาดว่าเข้าข่ายโดนตรวจสอบแน่นอน หลังจากนี้จะมีการประชุมเพื่อวางแผนและช่วย
++เหลือผู้ประกอบการ ซึ่งต้องดูท่าทีเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และจะต้องดูความถูกต้องเป็นหลักประกอบด้วย"
สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ตอนนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งยังคงมีนักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวแบบครอบครัวเป็น
ปกติ เพราะปากช่องมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกหลากหลายกิจกรรม
แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ในอำเภอปากช่อง เปิดเผยว่า เมื่อมีเหตุการณ์ยึดคืนที่ดิน ทำให้เกิดผลกระทบที่
รุนแรงกับวงการอสังหาริมทรัพย์ในปากช่อง เพราะไม่มีความมั่นคง โฉนดที่ดินถูกเพิกถอน เกิดความไม่เชื่อถือในการซื้อ
ขาย ทำให้โครงการชะลอตัวอย่างรุนแรงมากกว่า 50% โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในเขตเขาใหญ่ ค่อนข้างไม่มั่นคง ส่วน
โครงการด้านนอกที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชนยังคงปกติ
แหล่งข่าวระบุอีกว่า อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวหนัก มีลูกค้าทิ้งเงินจองมากกว่า 30% โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม
คอนโดมิเนียม ส่วนลูกค้าเดิมที่มีการซื้อขายไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบ้านพักตากอากาศ บ้านจัดสรร ยังคงมีการส่งเงินดาวน์
เป็นปกติอยู่ แต่ ผู้ประกอบการคอนโดฯได้รับผลกระทบ หนักมาก โครงการหลายแห่งยังสร้างไม่เสร็จ ยังไม่พร้อมที่จะโอน
ลูกค้าจึงตัดสินใจ ทิ้งเงินจองได้ง่ายขึ้น อีกทั้งคอนโดฯในเขาใหญ่ ใช้เงินดาวน์เพียง 10% เท่านั้น
ปัจจุบันในพื้นที่เขาใหญ่มีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากกว่า 3,000 ยูนิต บ้านจัดสรรประมาณ 20 โครงการ ซึ่งยังพอขาย
ได้ และที่ดินจัดสรรมีเป็น 100 โครงการ รวมมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท หากมีการ ตรวจสอบและเอาผิดกับผู้ประกอบการ
คาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่าหมื่น
++ล้านบาทเช่นกัน
"การได้มาของที่ดินผู้ประกอบการ ไม่ทราบ อยู่แล้วว่ากระบวนการของเจ้าหน้าที่ภาครัฐทำมาอย่างไร เมื่อมีเอกสาร
โฉนดที่ถูกต้อง ผู้ประกอบการก็ตัดสินใจซื้อ และซื้อขายกัน มาเป็นทอด ๆ ปัญหาเหล่านี้เกิดจากสำนักงานที่ดินมีหลาย
แปลงที่ถูกเพิกถอน จึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงทุน" แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายพิสิษฐ์ นาคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวรรค์สร้าง จำกัด ผู้ประกอบการซื้อขายที่ดินและธุรกิจ
อสังหาริมทรัพย์ในอำเภอปากช่อง เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการ ซื้อขายที่ดินได้รับผลกระทบจากเรื่อง ดังกล่าวมาตั้งแต่ปลายปี
ที่แล้ว นับตั้งแต่มีการเข้ามาตรวจสอบที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือที่ดินที่ได้มาจากการทุจริตในเขตพื้นที่จังหวัด
นครราชสีมา เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ทำให้การซื้อขายที่ดินในปากช่อง
++ชะลอตัวลดลงไปมากกว่า 50% นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น มีความกังวลอย่างมาก จึงขอยกเลิกการซื้อขายหลายแปลง
ที่ผ่านมาการตัดสินใจซื้อที่ดินไม่มีการลังเล แต่ตอนนี้นักลงทุนต้องตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและรายละเอียดมาก
ขึ้น เพราะกลัวว่าจะโดนเวนคืน ขณะนี้ผู้ประกอบการ และนักลงทุนต่างดูท่าทีก่อนยังไม่กล้าขยับ และจากเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นทำให้ขณะนี้การซื้อขายที่ดินมีการปรับราคาลดลงมากกว่า 30-40%
"คาดว่าการซื้อขายที่ดินน่าจะดีขึ้น หลังจากกรณีของโบนันซ่ามีความชัดเจน หรืออีกประมาณ 5-6 เดือนจะกลับมาคึกคัก
และหากมีการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะมาลงภาคอีสาน ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การซื้อ
ขายที่ดินกลับมาคึกคักได้อีกเช่นกัน" นายพิสิษฐ์กล่าว