เปิดทางรถไฟเชื่อมอีสาน-เหนือ

นับจากก.ค. 2557 ที่คณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความเห็นชอบต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย (2558-2565) ซึ่งรวมไปถึงการสนับสนุน

โครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง ด้วยเป้าหมาย เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม จึงทำให้เป็นที่มาของ
การรถไฟ แห่งประเทศไทย ต่อการที่จะขยายเส้นทางรถไฟ ไปในภูมิภาคต่างๆ ที่ยังไม่มีเส้นทางให้บริการ โดยเฉพาะ
กับจ.พชรบูรณ์ และจ.เลย ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมและท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แผนงานของการรถไฟฯ จึงต้องการที่จะสร้างทางรถไฟขยายสู่จ.เพชรบูรณ์ และจ.เลย ด้วยการวางเส้นทาง แยกไป
จากสถานีรถไฟ

++ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ผ่านจ.เพชรบูรณ์ และจากสถานีจัตุรัส จ.ชัยภูมิ เข้าสู่จ.เลย

ทั้งนี้การรถไฟฯ ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และสำรวจออกแบบเบื้องต้น ตั้งแต่
ต.ค. 2557 - เม.ย. 2558

แผนการศึกษาดังกล่าวครอบคลุม ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ข้อมูลด้านประชากร เศรษฐกิจ การเงิน การค้า การลงทุน การ
คมนาคมขนส่ง โครงข่ายรถไฟ และศึกษาวิเคราะห์ปริมาณ ความต้องการทางด้านการขนส่งในพื้นที่โครงการ ทั้งใน
ปัจจุบันและในอนาคต

แนวทางเลือกของโครงการและการสำรวจ ออกแบบเบื้องต้น เพื่อเสนอแนวทางเลือกที่มี ความเหมาะสมที่สุด
เบื้องต้นได้พิจารณา แนวเส้นทางที่มีความเหมาะสมของแต่ละ

สายทาง โดยใช้ปัจจัยหลัก 3 ด้าน เพื่อให้น้ำหนักของเกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย ด้านวิศวกรรมและจราจร ด้าน
เศรษฐกิจและการเงิน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ผลที่ได้คือ สายทางแรก จัตุรัส-ชัยภูมิหนองบัวลำภู-เลย ซึ่งผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด 15 อำเภอ โดยมีจุดเริ่มต้นแนว
เส้นทางที่ สถานีรถไฟจัตุรัส อ.จัตุรัส ผ่าน อ.บ้านเขว้า อ.เมือง เข้าสู่ อ.คอนสวรรค์ อ.แก้งคร้อ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ก่อนเข้าสู่
อ.ชุมแพ และ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น จากนั้นตัดผ่าน อ.ศรีบุญเรือง อ.เมืองห อ.นากลาง และ อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู เข้าสู่ อ.
เอราวัณ อ.วังสะพุง สิ้นสุดแนวเส้นทางที่ อ.เมือง จ.เลย รวม 30 สถานี และจัดทำย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า (Container
Yard) 6 แห่ง ตลอดระยะทางทั้งสิ้น 333 กิโลเมตร

สายทางที่สอง ลำนารายณ์-เพชรบูรณ์-เลย-หนองบัวลำภู ผ่านพื้นที่ 4 จังหวัด 13 อำเภอ มีจุดเริ่มต้นแนวเส้นทางที่
สถานีรถไฟลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือ สู่ อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี ผ่าน อ.บึงสามพัน อ.
หนองไผ่ เข้าสู่ อ.เมือง อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ผ่านเข้าสู่ อ.ภูหลวง อ.วังสะพุง อ.เมือง อ.นาด้วง จ.เลย

จากนั้น ลัดเลาะไปทางทิศตะวันออกเข้า อ.นาวัง อ.นากลาง และสิ้นสุดแนวเส้นทางที่ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู รวม
จำนวนสถานี 35 สถานี และย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า จำนวน 6 แห่ง ระยะทางทั้งสิ้น 392 กิโลเมตร

เมื่อนำมาให้ลำดับความสำคัญของการพัฒนาทั้งสองเส้นทางโดยใช้ปัจจัยหลัก 3 ด้าน ข้างต้น พบว่า แนวเส้นทางรถไฟทาง
คู่ สายใหม่สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง ที่จะนำมาพัฒนาเป็นลำดับแรกได้แก่ สาย
ทางจัตุรัส-ชัยภูมิหนองบัวลำภู-เลย โดยมีอัตราผลตอบแทน

ทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 9.74 มีมูลค่าการลงทุน เบื้องต้น 93,467 ล้านบาท ส่วนสายลำนารายณ์-เพชรบูรณ์-เลย
หนองบัวลำภู มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 8.30 มูลค่าการลงทุน 138,002 ล้านบาท ควรได้รับการพัฒนาทาง
รถไฟทางคู่ในภูมิภาคนี้ เป็นลำดับถัดไป

สำหรับการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ จะช่วยเพิ่มเสริมศักยภาพด้านการคมนาคมขนส่งให้สมบูรณ์และมี
ประสิทธิภาพ เพราะจะเชื่อมต่อกับทางรถไฟสายภาค ตะวันออกเฉียงเหนือไปยังภาคกลาง ภาคเหนือ และจังหวัดอื่น ใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อทางรถไฟผ่านสถานีเมืองเลย ก็สามารถใช้เส้นทางคมนาคมทางถนน เลย-ท่าลี่ เดินทางต่อไปยังประเทศลาว
โดยผ่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง อ.ท่าลี่ ข้ามสะพานมิตรภาพน้ำเหือง เข้าสู่ แขวงไชยบุรีและสามารถเดินทางต่อไปยัง

เมืองหลวงพระบาง ระยะทาง 343 กิโลเมตร และสามารถเดินทางต่อไปยังประเทศจีน ที่ห่างออกไประยะทาง 267
กิโลเมตร

นายวรรณนพ ไพศาลพงศ์ รองวิศวกรใหญ่ด้านก่อสร้างโครงการพื้นฐาน การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากผล
การศึกษาผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2562 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี และเปิด
ใช้ได้อย่าง เป็นทางการในปี 2567

ส่วนเส้นทางจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภูเลย ได้ศึกษาอย่างรอบด้านครอบคลุม ด้านวิศวกรรม-จราจร ปัจจัยหลักด้าน
เศรษฐกิจและการเงิน และปัจจัยหลักด้านผลกระทบ สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้เส้นทางที่เหมาะสม มีความคุ้มค่าในเชิง
เศรษฐกิจและการลงทุน

มากที่สุด ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ในแง่ของด้านวิศวกรรมและจราจร คำนึงถึงความเหมาะสมของแนว
เส้นทาง ให้สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟที่มีอยู่เดิม ระยะทางและสัดส่วนของทางโค้งลาดชัน ความเหมาะสมของจุด
ที่ตั้งสถานีและย่านสินค้า ปริมาณการขนส่งที่จะเกิดขึ้น รูปแบบและสัดส่วนของการขนส่งทางรถไฟ ข้อจำกัด ทางด้าน
ปฏิบัติการเดินรถและระบบสัญญาณ ตลอดจนความยากง่ายในการก่อสร้าง ขณะที่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเงิน ให้ค่า
ของความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจและการลงทุน ได้แก่ ค่าก่อสร้าง ค่าเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ
ส่วนปัญหาของผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีการศึกษาเพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ตามแนวเส้นทางคัดเลือก โดยการ
สำรวจและรวบรวมข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม มีการประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ในด้าน คุณภาพน้ำ อากาศ เสียง
ความสั่นสะเทือน ระบบนิเวศวิทยาทางบก ทรัพยากรดิน การสำรวจการใช้ที่ดิน ระบบการจราจร และขนส่ง สภาพ
เศรษฐกิจและสังคม แหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์ ที่อาจจะ ได้รับจากการพัฒนาเส้นทางให้เกิดขึ้น

"การเกิดขึ้นของโครงการนี้ ถือเป็นความท้าทายต่อการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เนื่องจากรูปแบบที่วางไว้คือระบบ
ทางคู่ ทำให้ขบวนรถที่ผ่านเส้นทางนี้ สามารถทำความเร็วได้เต็มประสิทธิภาพ การเดินทางหรือขนส่งระบบราง จากนี้ไปจะ
สะดวก รวดเร็ว การขนส่งสินค้าตรงเวลา เป็นการสร้างโอกาสให้ภาคการค้า การลงทุน ขยายตัว ทำให้ เกิดการพัฒนาของ
เมือง ถือเป็นการกระจายความเจริญสู่พื้นที่โดยรอบเส้นทาง ส่งผลให้

เศรษฐกิจในระดับภูมิภาค มีการขยายตัวมากขึ้น เป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ"
นายวรรณนพ กล่าว

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า สนับสนุนให้การรถไฟ ใช้ทางเลือกของแนวเส้นทางคือ
สายทางจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู-เลย เพราะเชื่อว่า ประชากรใน 4 จังหวัด ที่เป็นเส้นทางผ่าน มากกว่า 2 ล้านคน จะเป็น
ผู้ใช้บริการที่สำคัญในภาคของการขนส่ง

ด้านภาคอุตสาหกรรมจะเห็นว่าชัยภูมิ เป็นฐานในอุตสาหกรรมเหมืองแร่โปแตซ ที่สำคัญของภูมิภาค และจะเริ่มผลิต
เพื่อส่งออกในปี 2560 การมีระบบขนส่งทางรางที่สามารถ เชื่อมการขนส่งทางถนนเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งไปถึง
สาธารณรัฐประชาชนจีน

ก็เท่ากับว่าจะเป็นประตูของการส่งออก ที่สำคัญ และไม่เพียงแต่แร่โปรแตซเท่านั้น ทั้งอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง
กระทั่งพืชเกษตรสาขาอื่น ก็จะได้ประโยชน์จาการมีระบบขนส่งทางราง เพราะความได้เปรียบที่ต้นทุนในการขนส่งถูกกว่า

"ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ชัยภูมิก็ถือเป็นศูนย์กลางของการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ดังนั้น
การมีโครงข่ายของระบบขนส่งทางรางก็เท่ากับว่า จะเป็นทางเลือกในการลดต้นทุนของการขนส่งลงได้ จากเดิมที่มี
ทางเลือกเพียงการขนส่ง ทางถนน" นายวิเชียร กล่าว

นายสิทธิพล สุทธิศักดิ์ภักดี เลขาธิการหอการค้า จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของ โครงการนี้ ไม่ได้อยู่เพียงแค่ การ
เพิ่มทางเลือก

++ของระบบขนส่งจากเดิมทางถนนมาสู่รางเท่านั้น

แต่ความท้าทายที่สำคัญอยู่ที่ การก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้จะช่วยเพิ่มเสริมศักยภาพด้านการคมนาคมขนส่งของ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยของการที่สามารถ เชื่อมต่อกับทาง
รถไฟสายภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และสามารถเชื่อมระบบราง ไปยังภาคกลาง ภาคเหนือ และจังหวัดอื่นๆ ในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นการ วางระบบราง ให้มีโครงข่ายที่สามารถเชื่อมระหว่างภูมิภาคเข้าด้วยกัน เกิดกิจรรม ทางการ
ขนส่งผู้โดยสาร รวมไปถึงการใช้ ระบบรางเพื่อนำเข้า - ส่งออกสินค้า

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง