++รถไฟไทย-จีน "กรุงเทพฯ-แก่งคอย" เริ่มสร้างต.ค.นี้
ที่ปรึกษาเศรษฐกิจนายกฯญี่ปุ่นถกรัฐบาล ชี้ญี่ปุ่นยันสนับสนุนโครงการทวาย พร้อมลงนามในเอสพีวีเดือน ก.ค.นี้
ส่วนเส้นทางรถไฟ 2 เส้นทาง รมว.คมนาคมเตรียมลงนามความร่วมมือภายในเดือน มิ.ย.นี้ ด้าน"ประจิน"เผยถกร่วมจีนปรับ
แผนเส้นทาง"กรุงเทพฯ-หนองคาย" เริ่มก่อสร้าง ต.ค.นี้
นายฮิโระโตะ อิซุมิ ที่ปรึกษาพิเศษด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เข้าพบตัวแทนรัฐบาล เพื่อตอกย้ำความร่วม
ทางเศรษฐกิจ โดยจะมีการลงนามร่วมกันในเร็วนี้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าญี่ปุ่นจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม
และโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคนี้
วานนี้ (11 พ.ค.) นายอิซุมิ เข้าหารือ กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติ (คสช.) จากนั้นหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และในช่วงบ่าย หารือกับนาย
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันจะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึก
ทวาย ประเทศพม่า โดยจะลงนามในสัญญาการเข้าเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) การเป็น หุ้นส่วน3ฝ่าย คือ
ไทย พม่า และญี่ปุ่น อย่างเป็น ทางการในเดือนก.ค.นี้ ในระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปเยือนญี่ปุ่น
พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเดินทางไปประชุมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในเดือน
ก.ค.นี้
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การพัฒนาโครงการทวายตามแผนเดิม คือ ในโครงการระยะที่ 1 จะเป็นการพัฒนาพื้นที่นิคม
อุตสาหกรรม ขนาดเล็กพื้นที่ขนาด 27 ตารางกิโลเมตรและ จะสร้างถนนเชื่อมจากชายแดนไทยกับโครงการตามที่กำหนดไว้
และจะขยายเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เต็มที่ในเฟสที่ 2 ตามแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ทางญี่ปุ่นยืนยันความสนใจที่จะ
เข้าร่วมพัฒนาระบบรถไฟไทย คือ เส้นทางสายแหลมฉบัง-กรุงเทพฯ-กาญจนบุรีพุน้ำร้อน เน้นการขนส่งสินค้าได้ด้วยจะ
เชื่อม ท่าเรือน้ำลึกของ2ประเทศคือแหลมฉบังและโครงการฯทวาย โดยโครงการนี้จะเป็นผลดีในทางเศรษฐกิจแน่นอน ซึ่ง
สายนี้จะจัดทำแผนร่วมกันอย่างละเอียดว่าจะลงทุนฝ่ายละเท่าใด และจะลงทุนในส่วนไหนบ้าง ส่วนเส้นทางรถไฟ
กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงใช้สำหรับโดยสาร ดังนั้นจะต้องหารือถึงแบบจำลองในการลงทุนก่อน จะเห็น
ภาพว่าเมื่อลงทุนไปแล้วจะมีผลตอบแทนอย่างไรบ้างเพราะโครงการนี้ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงและขนส่งผู้โดยสารเป็น
หลักดังนั้นควรหารือถึงความคุ้มทุนก่อนทั้งนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคมจะเดินทางไป
ญี่ปุ่นในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ เพื่อลงนามในสัญญาในหลักการพัฒนาระบบรถไฟไทยทั้ง 2 เส้นทาง
นอกจากนี้ที่ปรึกษาพิเศษด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังให้ข้อมูลด้วยว่าทางญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญด้าน
โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินสะอาด หากประเทศไทยสนใจขอให้แจ้งกับทางญี่ปุ่น ซึ่งได้ตอบไปว่าส่วนนี้ขอดูท่าทีจากใน
ประเทศก่อนว่ายอมรับหรือไม่และเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ แน่นอน เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินมีต้นทุนถูกกว่าการ
ใช้ก๊าซและน้ำมัน รองจากพลังงานน้ำเท่านั้นลงนามร่วม 26-27 พ.ค.นี้
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการประชุมร่วมกับนายอิซุมิว่าที่
ประชุมมีข้อสรุปที่จะร่วมมือกันดำเนินโครงการรถไฟไทย-ญี่ปุ่น ระยะเร่งด่วน 2 เส้นทาง คือ1.รถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเท
รน) เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 670 กิโลเมตร และ2.รถไฟทางคู่ 1.435 เมตร เส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-
ฉะเชิงเทรา-แหลมฉบัง และกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-อรัญประเทศ ระยะทาง 574 กม. โดยจะมีการลงนามร่วมกัน (เอ็มโอซี) ใน
วันที่ 26-27 พ.ค. 2558 ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับเส้นทางรถไฟจากแม่สอด จ.ตากจ.มุกดาหารนั้น ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการสำรวจออกแบบมาก่อน จึงถือเป็น
โครงการระยะยาวที่จะพิจารณาดำเนินการในลำดับถัดไป ซึ่งขั้นตอนภายหลังลงนามเอ็มโอซีแล้ว จะใช้เวลาสำรวจและ
ออกแบบไม่เกิน 6 เดือน เพื่อให้ได้ข้อสรุปในทุกเรื่องทั้งการออกแบบแนวเส้นทาง รูปแบบการลงทุน และการเงิน ภายใน
สิ้นปีนี้เสนอครม.สัปดาห์หน้า
นายอาคม กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะนำผลการศึกษาการก่อสร้างรถไฟเชื่อมระหว่างสิงคโปร์มาเลเซีย ที่ได้ศึกษามา
ประกอบการพิจารณาเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ด้วย ขณะเดียวกันทางญี่ปุ่นยังยืนยันว่าจะให้ความสำคัญเรื่องของการ
พัฒนาบุคลากร การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อถ่ายทอดให้กับคนไทยด้วย
อย่างไรก็ตามรถไฟทั้ง 2 เส้นที่มีร่วมมือกับญี่ปุ่นนั้นคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ต้นปี 2559 เนื่องจากมี
ข้อมูล ผลการศึกษาเดิมตั้งแต่ปี 2555 เพียงพออยู่แล้ว มีการออกแบบไว้แล้ว จึงสามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาพิจารณาดำเนินการ
ต่อไปทันที
"หลังจากนี้จะต้องนำรายละเอียดเอ็มโอซี ที่จะลงนามกับทางญี่ปุ่นเสนอเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 19
พ.ค. 2558 จากนั้นจึงจะสามารถลงนามร่วมกันได้"
++รถไฟไทย-จีนสร้างเร็วกว่าแผน
ด้านพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าการประชุมเพื่อพัฒนาโครงการรถไฟ ไทย-
จีน ทางคู่รางขนาด 1.435 เมตร ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทางการจีนเสนอให้มีการปรับแผนระยะเวลาการศึกษา
ออกแบบและก่อสร้างใหม่ โดยในช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย 133 กิโลเมตร แผนการก่อสร้างยังคงกำหนดเวลาเดิมแล้ว
เสร็จในการศึกษาออกแบบ ก.ย. 2558 เริ่มก่อสร้าง ต.ค. 2558
ช่วงที่ 2 แก่งคอย-มาบตาพุด 246.5 กิโลเมตร รอเจรจาเรื่องพื้นที่ที่จะผ่านลุ่มน้ำ รูปแบบการสร้าง และผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม ก่อนโดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ใน เดือน ธ.ค. 2558
ช่วงที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา 138.5 กิโลเมตร เดิมศึกษาแล้วเสร็จ ธ.ค. 2558 แล้วก่อสร้าง ม.ค. 2559 แต่ในการลง
พื้นที่ศึกษารายละเอียดทางจีนมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ ต.ค.-พ.ย. 2558
++ช่วงที่ 4 นครราชสีมา-หนองคาย 355 กิโลเมตรขอเลื่อนการสำรวจไปเดือนม.ค.-ก.พ. 2559
++"แต่ทั้ง 4 ช่วงยังกำหนดให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาเดิมคือ 30 เดือน ไม่เกิน 36 เดือน"
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การฝึกอบรมระบบก่อสร้างและการเดินรถนั้น แบ่งเป็น 6 หลักสูตร ยอดรวมผู้เข้าอบรม
ทั้งหมด 800 คน ประกอบด้วยหลักสูตรการเดินรถ การสรรหาหัวรถจักรและซ่อมบำรุง การซ่อมบำรุงทางรถไฟรวมสื่อสาร
และอาณัติสัญญาณ ระบบตัวรถและระบบจ่ายกำลังฟ้า โดยจะเร่งพิจารณาเพื่อนำเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 30
มิ.ย.-1 ก.ค. 2558 โดยจะขอให้จีนพิจารณาเรื่องเป็นการอบรมว่าต้องไม่มีค่าใช้จ่าย หรือการอบรมในส่วนใดต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายหรือไม่มีค่าใช้จ่ายเดิมทางจีนจะคิดค่าใช้จ่ายในการอบรมทั้งหมดกำหนดก่อสร้างเสร็จ 3 ปี
อย่างไรก็ตาม ในการก่อสร้างโครงการรถไฟ ไทย-จีน นั้นจะเป็นการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่าง คุนหมิง-เวียง
จันทร์-หนองคายแก่งคอย-กรุงเพทฯ-มาบตาพุด ในส่วนของคุนหมิงเชื่อมต่อชายแดนสปป.ลาว อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดย
มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าครึ่งทาง อีกครึ่งทางประมาณ 250 กิโลเมตรเป็นพื้นที่ภูเขาจะทำให้การก่อสร้างล่าช้า
ทั้งนี้ จีนกำหนดแล้วเสร็จประมาณใน 4-5 ปี หรือ 2562-2563 ส่วนเส้นทางจากชายแดนสปป.ลาวมาเวียงจันทร์ รัฐบาล
ลาวอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องอัตราดอกเบี้ยกับจีนโดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ต้นปี 2559 แล้วเสร็จปี 2562 ในส่วนของไทย
จะเริ่มสร้าง ต.ค. 2558 แล้วเสร็จทั้งเส้นภายใน 30 เดือน หรือไม่เกิน 36 เดือน หรือ 3 ปี เสร็จปี 2561
ส่วนเรื่องระบบไฟเบอร์ออฟติกส์ นั้นฝ่ายไทยได้ขอให้จีนคำนวณว่าจะต้องวางไฟเบอร์ออฟติกส์มาตามเส้นทาง
รถไฟด้วยจะเชื่อมคุนหมิง-กรุงเทพ-มาบตาพุด ขอให้เขาแจ้งให้ทราบว่าไฟเบอร์ออฟติกส์นั้นจะสร้าง กี่ช่องทางสำหรับใช้
ในกิจการควบคุมการเดินรถ ในส่วนการเดินรถเชื่อมต่อกันนั้นต้องเจรจาใน รายละเอียดอีกครั้งว่าจะเดินรถเชื่อมต่อโดยตรง
หรือเปลี่ยนหัวรถจักรยังไม่สรุปรูปแบบการลงทุน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า รูปแบบการลงทุนและแหล่งเงินทุน ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปโดยคาดว่าตัวแทนจาก
กระทรวงการคลังจะมีการหารือร่วมกับธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าของประเทศจีนให้ได้ข้อสรุปในเดือนส.ค.2558
รูปแบบการลงทุนขณะนี้ได้มีการหารือใน3แนวทาง คือ การแยกการตั้งบริษัท ให้เป็น 2 บริษัท คือ บริษัท เดินรถ และ
บริษัทซ่อมบำรุงหรือ ให้ทั้ง 2 บริษัทรวมกันอยู่เป็นบริษัทเดียวแต่ทำทั้ง2หน้าที่ทั้งการเดินรถและซ่อมบำรุง
ส่วนแนวทางสุดท้ายที่ทางรัฐบาลไทยเสนอคือ ตั้งบริษัท ร่วมทุน ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ และหลังจากนั้นให้ตั้งบริษัท
ย่อยเพื่อทำหน้าที่ดูงานในแต่ละส่วน ทั้งนี้ทั้ง2ฝ่ายจะมีการนัดหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 30 มิ.ย-1 ก.ค. 2558 นี้ ที่จ.
นครราชสีมา