เมื่อมีการซื้อขายบ้านจัดสรรทั่วไป ในทางกฏหมายได้มีกำหนดไว้แล้วว่าผู้ประกอบการต้องใช้สัญญาจะซื้อจะขายตามแบบที่ราชกำหนด แต่ในความเป็นจริงนั้นเรากลับพบว่าผู้ประกอบการไม่ได้ทำตามสัญญาฯทุกอย่าง และมักจะดัดแปลงหรือประยุกต์ใช้มากกว่า
ดังนั้นเมื่อมีการจะซื้อจะขายบ้านจัดสรรเกิดขึ้น เราควรเช็คสัญญาฯให้ดีว่ามีการระบุประเภทของวัสดุ ยี่ห้อหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องของมาตรฐานหรือคุณภาพของวัสดุ และหากไม่สามารถหาวัสดุได้ตามที่กำหนดไว้จริงๆ ก็ต้องมีการจัดหาวัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาใช้ โดยเราจะสามารถเช็ครายการวัสดุนี้ได้ที่เอกสารแนบท้ายสัญญา
สำหรับวัสดุที่จำเป็นต้องมีการระบุรายละเอียดทั้งประเภท ชนิด และยี่ห้อนั้นมีดังนี้
1. หลังคา
2. โครงสร้าง
3. ฝ้า
4. ผนัง
5. สุขภัณฑ์
6. ประตู-หน้าต่าง
7. พื้น
และยังรวมไปถึงของแถมต่างๆก็ต้องระบุจำนวน ขนาด และยี่ห้อไว้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
การที่โครงการได้ระบุยี่ห้อวัสดุลงไปในเอกสารหรือโบรชัวร์โฆษณานั้น ถือว่าเป็นข้อดี เพราะจะทำให้ผู้ซื้อเกิดความมั่นใจและเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้ค่ะ และยังสามารถนำเอกสารเหล่านี้ไปเป็นหลักฐานได้ด้วยเมื่อมีการขัดแย้งกันเกิดขึ้น