ร.ฟ.ท.เปิดแนวเส้นทางใหม่เชื่อมโยงโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าและผู้โดยสารรับแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ด้วย
รถไฟทางคู่ เส้นทางนครสวรรค์-กำแพงเพชร-ตาก-แม่สอด ระยะทางกว่า 256 กิโลเมตร ปลายเดือนมิถุนายนเริ่ม
กระบวนการเปิดรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ แบ่ง 2 ช่วงดำเนินการยื่นขออีไอเอปี 59 นี้
แหล่งข่าวระดับสูงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าจากการที่รัฐบาลดำเนินนโยบาย
เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอสอด จังหวัดตาก ให้เกิดขึ้นก่อน เพื่อให้สอดรับแผนดังกล่าว ร.ฟ.ท.เตรียมเพิ่ม
ประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งและเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โดยว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสม
โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายนครสวรรค์กำแพงเพชร-ตาก-แม่สอด
"เนื่องจากจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชรยังไม่มีเส้นทางรถไฟผ่านซึ่งหากมีการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟใน
พื้นที่ดังกล่าวจะเกิดผลดีต่อการเดินทางและขนส่งสินค้าไปยังอำเภอแม่สอดหรือบริเวณใกล้เคียงให้มีความสะดวกประหยัด
และปลอดภัยทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดให้ประสบผลสำเร็จ"
สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายนครสวรรค์-กำแพงเพชรตาก-แม่สอด แบ่งเป็น 2 ช่วงคือช่วงแรกมีระยะทาง
187.9 กิโลเมตรผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด 10 อำเภอ มีจำนวน 24 สถานี จุดเริ่มต้นจากสถานีนครสวรรค์ ผ่านอำเภอเมือง
นครสวรรค์ อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอบรรพตพิสัย เข้าสู่จังหวัดกำแพงเพชร ผ่านอำเภอขาณุวรลักษบุรี อำเภอคลองขลุง อำเภอ
เมือง อำเภอพรานกระต่าย อำเภอโกสัมพีนคร เข้าสู่พื้นที่จังหวัดตาก ผ่านอำเภอวังเจ้า สิ้นสุดเส้นทางช่วงที่ 1 ที่อำเภอเมือง
ตาก และช่วงที่ 2 ระยะทาง 68.5 กิโลเมตร จำนวน 5 สถานี ผ่านพื้นที่ 1 จังหวัด 2 อำเภอ เริ่มต้นจากจังหวัดตาก ผ่านอำเภอ
เมืองตากมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก สิ้นสุดที่อำเภอแม่สอด ในส่วนรูปแบบแนวเส้นทางมีทั้งทางระดับพื้น สะพานยกระดับ
สะพานขนาดเล็ก อุโมงค์
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า คาดปี 2559 จะยื่นขอรับรองผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ก่อนขออนุมัติสำรวจออกแบบที่
จะใช้งบปี 2559 หรืองบปี 2560 กว่า 100 ล้านบาทเข้าไปดำเนินการ คาดว่าจะใช้งบก่อสร้างประมาณ 9.5 หมื่นล้าน โดย
ประโยชน์ของโครงการจะเพิ่มทางเลือกใหม่ในการเดินทางและการขนส่งสินค้าด้วยการเชื่อมต่อโครงข่ายทางรถไฟจาก
สถานีรถไฟนครสวรรค์ไปสู่จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดตาก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางรถไฟผ่าน นอกจากนั้นยังเป็น
การส่งเสริมเศรษฐกิจ การค้า การจ้างงาน และการท่องเที่ยว ทั้งยังช่วยกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ที่แนวเส้นทางผ่านทำให้
ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงภาคการขนส่งของประเทศ จึงเป็นการประหยัด
ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า
ทั้งนี้ร.ฟ.ท.ได้แนะนำโครงการและรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากผู้บริหารระดับจังหวัดไปเมื่อวันที่ 10-11
มีนาคม 2558 พร้อมกับจัดประชุมกลุ่มย่อยระดับอำเภอไปเมื่อวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2558 และกำหนดเปิดรับฟังความเห็น
ประชาชนจำนวนอีก 3 ครั้งคือวันที่ 24 มิถุนายนนี้ที่จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 25 มิถุนายนที่จังหวัดกำแพงเพชร และวันที่ 26
มิถุนายนที่จังหวัดตาก ก่อนที่จะเร่งสรุปข้อมูลเสนอผู้บริหารร.ฟ.ท. กระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติให้
ดำเนินการ ตามลำดับ