ภายหลังลูกบ้านโครงการบ้านกลางกรุง เดอะ รอยัล เวียนา (The Royal Viena) รัชวิภา ร้องเรียนไปยังสำนักงาน
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องบ้านทรุดกว่า 200 หลัง โดยตัวแทนลูกบ้านระบุว่า ถนนของหมู่บ้านทรุดตัว
และดึงหน้าบ้านของลูกบ้านลาดเอียงลง ในส่วนของพื้นบ้านมีการทรุดตัว โดยเฉพาะบริเวณหน้าบ้านและหลังบ้านไม่มี
เสาเข็ม เป็นแอ่งกระทะ พื้นปูดบวม ประตูรั้วบ้านปิดไม่ได้ ตัวบ้านบางส่วนมองเห็นเป็นโพรงลึก โดยเริ่มมีปัญหาพื้นถนน
ทรุดตัวเห็นชัดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และค่อยๆ ทรุดตัวลงเรื่อยๆ มีบ้านที่ทรุดหนัก 69 หลัง บ้านที่มีรอยร้าวแผลเล็กน้อยทรุดไม่
มาก 213 หลัง ซึ่ง สคบ.ได้เข้าไปทำการตรวจสอบเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา
ด้านนายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP กล่าวถึง
ปัญหาการทรุดตัวของโครงการบ้านกลางกรุง เดอะ รอยัล เวียนา ว่าปัญหาการ ทรุดตัวน่าจะเกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือ การ
ทรุดตัวโดยปกติของพื้นที่กรุงเทพฯที่ปกติจะทรุดตัวปีละ 1-2 เซนติเมตร และ ดินทรุดตัวจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2554 แม้ว่า
พื้นที่ภายในโครงการจะไม่ท่วม แต่พื้นที่โดยรอบท่วม ประกอบกับโครงการติดกับคลองเปรมประชากรจึงทำให้พื้นดินทรุด
ตัวมากดังกล่าว ซึ่งโครงการดังกล่าวพัฒนามานานเริ่มสร้างเสร็จและโอนหลังแรกเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา
"เมื่อบริษัทได้รับแจ้ง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ 2 ครั้งเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 และ 10
พฤศจิกายน 2557 โดยพบว่าบ้านที่มีการทรุดตัวเกินกว่า 10 เซนติเมตรมีจำนวน 41 หลัง ที่เหลือเป็นการทรุดตัวน้อยกว่า 10
เซนติเมตร ซึ่งบ้านในโครงการดังกล่าวพื้นที่ซักล้างและส่วนพื้นที่จอดรถจะก่อสร้างแบบอัดพื้นแข็งไม่ได้ตอกเสาเข็ม เท
ทับด้วยซีเมนต์เวลาผ่านไปพื้นจึงทรุดตัว ตามการทรุดตัวของ กทม." นายวิษณุกล่าว
สำหรับแนวทางการช่วยเหลือที่ ผ่านมาได้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ บ้าน และสาธารณูปโภค โดยบ้านบริษัทกำหนดว่าหาก
ทรุดตัวเกินกว่า 10 เซนติเมตร จะซ่อม ให้โดยบริษัทจะจ่าย 70% ของค่าซ่อม ส่วนอีก 30% ลูกบ้านเป็นผู้จ่าย แนวทางการ
ซ่อมแซมแบ่งเป็น 2 แนวทางคือ 1.บริษัทจ่ายเงินให้ ลูกบ้านเป็นผู้หาช่างมาซ่อมเอง 2.ใช้ช่างซ่อมของบริษัท ลูกค้าแสดง
ความจำนงซ่อมเอง 23 หลัง ส่วน 18 หลังบริษัทซ่อมให้ รวมเป็นเม็ดเงินที่บริษัทต้องจ่ายประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ
เป็นการทรุดตัวไม่ถึง 10 เซนติเมตรซึ่งบริษัทไม่ได้รับซ่อม ส่วนการซ่อมสาธารณูปโภคส่วนกลาง ได้แก่ ถนน สโมสร สระ
ว่ายน้ำ กล้องวงจรปิด และซุ้มหน้าโครงการ รวมเป็นเงิน 13.3 ล้านบาท ปัจจุบันซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากทาง สคบ.และผู้เชี่ยวชาญได้เข้าทำการสำรวจ ตรวจสอบเรียบร้อย และมีข้อสรุปออกมาว่าจะให้
บริษัทดำเนินการแก้ไขอะไรบ้าง บริษัทพร้อมและยินดีที่จะรีบดำเนินการ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป
++วสท.ระบุดินทรุดตัวปกติ ยันโครงสร้างบ้านแข็งแรง
ด้านนายสิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขา- ธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า
ปัญหาของโครงการดังกล่าวเกิดจากการทรุดตัวของดินตามปกติ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า โครงสร้างหลักของบ้านใช้
เสาเข็มยาว แข็งแรงไม่มีปัญหา แต่ปัญหาการทรุดตัวที่เกิดขึ้น เป็นส่วนของลานซักล้างหลังบ้านและพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน
ซึ่งพื้นที่ทั้งสองส่วนเกือบทุกโครงการจะตอกเสาเข็มสั้นหรือบางโครงการไม่ตอกเสาเข็มแต่ใช้วิธีอัดพื้นแข็งและเทซีเมนต์
ทับ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่ซักล้างและลานจอดรถจะทรุดตัวเกือบทุกโครงการ
การที่โครงการดังกล่าวทรุดตัวลงมาก 50-60 เซนติเมตร อาจเกิดจากการถมดินที่สูงเกินไปจึงทำให้เกิดการทรุดตัวมาก
ดังกล่าว ซึ่งบางหลังมีการต่อเติมเพิ่มพื้นรับน้ำหนักมากทำให้พื้นทรุดมาก บางหลังส่วนที่ต่อเติมนำมายึดกับตัวโครงสร้าง
หลักทำให้เกิดการแตกร้าว
อย่างไรก็ตามจะต้องดูว่าการทรุดตัวเริ่มเข้าที่หรืออยู่ตัวหรือยัง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลานานแค่
ไหนถึงจะอยู่ตัว หรือจะมีการทรุดตัวเพิ่มเติมหรือไม่ โดย วสท.จะลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านภายในโครงการบ้านกลางกรุง
เดอะ รอยัล เวียนาอีกครั้ง ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทำได้ด้วยการรื้อพื้นโรงจอดรถ ลานซักล้างเพื่อตอกเสาเข็มบริเวณที่ทรุดตัวจะ
ช่วยได้ ซึ่งปัจจุบันการตอกเสาเข็มไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีเทคโนโลยีในการตอกใหม่ๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใหญ่จนทำให้ต้อง
ใช้พื้นที่ในการตอกเยอะเช่นในอดีต
นายสิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ข้อควรแนะนำสำหรับผู้ที่จะซื้อบ้านใหม่ หากไม่ต้องการให้พื้นลานจอดรถและลานซักล้าง
หลังบ้านทรุดตัวในอนาคต ควรตรวจดูแปลนของบ้านว่าตอกเสาเข็มหรือไม่ หากไม่ได้ตอกเสาเข็มควรเจรจากับทางโครง
การหรือจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ทางโครงการตอกเสาเข็มหรือใช้เสาเข็มยาวเพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวในอนาคต
++ดีบีเอสฯเชื่อปัจจัยลบระยะสั้นแนะทยอยซื้อหุ้น AP สะสม
แม้จะเกิดปัญหาใหญ่กับลูกบ้านแต่บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ผลกระทบ : เป็น
ลบในแง่ภาพลักษณ์มากกว่าตัวเงิน เพราะเห็นว่าค่าซ่อมแซมจะไม่มากเทียบกับกำไรสุทธิต่อปีของบริษัทที่ประมาณ 3
พันล้านบาท อีกทั้งเรื่องนี้อาจจะมีความยืดเยื้อได้หากประนีประนอมไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามการ ที่บริษัทเข้ามาช่วย
รับผิดชอบก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี และการสืบสวนหาสาเหตุก็อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาว่าบริษัทควบคุมได้ หรือไม่ได้ เช่น
หากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็เป็นเหตุสุดวิสัย แต่หากเป็นเรื่องโครงสร้างทางบริษัทก็ควรจะรับผิดชอบมากขึ้น
ดีบีเอสฯแนะว่าเรื่องข้างต้นเป็นปัจจัยลบที่เข้ามาในระยะสั้น สำหรับข่าวดีที่เพิ่งผ่านมาคือ ประสบความสำเร็จในการ
ขายคอนโดมิเนียมในงาน AP Space Connect (รวมกับการทำ Soft Launch ก่อนหน้า) ได้ยอดขายสะสม ทั้งหมด ณ 28 มิ.ย.58
เป็น 11.3 พันล้านบาท มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ครึ่งปีแรกว่าจะขายคอนโดฯได้ 6.7 พันล้านบาท ในอัตรา 69% และใกล้เป้าหมาย
ทั้งปีที่ตั้งไว้ 15 พันล้านบาท และ ครึ่งปีหลังเตรียมเปิดขายคอนโดฯ อีก 4 โครงการ ดีบีเอสคิดว่าในยามที่ภาวะตลาด หุ้นฯ มี
ความผันผวนสูง จะยิ่งตอบรับในทางลบกับหุ้นที่มีข่าวไม่ดีเข้ามา แต่คาดว่าจะเป็นเพียงระยะสั้น จึงแนะนำ ทยอยซื้อสะสม
เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลงมา เพราะยังมองว่า AP เป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี