การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นการทำนิติกรรมทางกฏหมายระหว่างฝ่ายผู้ขายหรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ และผู้ซื้อ โดยขั้นตอนของทั้งสองฝ่ายนั้นจะต้องมีกรมที่ดินเข้ามาดูแลความถูกต้องและความเป็นธรรมระหว่างการซื้อขาย จึงมีข้อควรระวังและควรให้ความสนใจในการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสอง ดังนี้
1. เจ้าของบ้าน ผู้ซื้อควรตรวจสอบให้ดีว่าเจ้าของโฉนดที่ดินนั้นตรงกันหรือไม่ โดยตรวจสอบได้จากหลักฐานทางทะเบียนที่สำนักงานที่ดินโดยตรง และควรดูทั้งด้านหน้าและด้านหลังของโฉนดที่ดินนั้น
2. ตัวบ้าน ข้อนี้ถือว่าสำคัญเพราะเราจะต้องมั่นใจได้ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนที่ดินสาธารณะหรือเป็นที่ดินเอกชนที่บริจาคให้เป็นสาธารณะ เพราะมีสิทธิ์ถูกเพิกถอนภายหลังได้
3. สัญญาจะซื้อจะขาย ขั้นตอนนี้เป็นการนำไปสู่การจ่ายเงินก้อนแรกของผู้ซื้อ ซึ่งจะถือว่าเป็นเงินมัดจำว่าจะมีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ซื้อกู้ได้ก็เป็นขั้นตอนทำสัญญาซื้อขายได้เลย และควรทำสัญญาจะซื้อจะขายก่อนประมาณ 1 เดือน เพื่อตรวจสอบสภาพอสังหาริมทรัพย์และภาวะผูกพันต่างๆ
4. สัญญาซื้อขาย เป็นสัญญาที่สำคัญที่สุด เพราะจะทำให้เกิดการจ่ายเงินก้อนใหญ่ที่สุดของผู้ซื้อ โดยกำหนดระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากทำสัญญาซื้อขาย และต้องทำสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้นถึงมีผลผูกกันตามกฏหมาย และควรขอให้สำนักงานที่ดินไปรังวัดที่ดินเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของโฉนดที่ดิน
สุดท้ายนี้ข้อควรระวังของสัญญาในกรณีซื้อบ้านพร้อมที่ดินนั้น คือ จะต้องระบุหรือกล่าวถึงบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินนั้นด้วย เพราะผู้ขายที่จะหลีกเลี่ยงภาษีอากรจะระบุในสัญญาว่าเป็นการโอนขายที่ดินอย่างเดียว และนอกจากนั้นควรต้องใส่ใจเรื่องประเภทของสัญญาที่ทำทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่าซื้อ เพราะไม่สามารถทดแทนกันได้ และมีผลบังคับใช้แตกต่างกัน
Editor by home.co.th