เดือนกันยายนของทุกปีเป็นเดือนที่จะมีฝนตกมากที่สุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นระยะเวลาประมาณกลางเข้าพรรษา และมักจะเกิดปัญหากับบ้านอยู่อาศัยให้ต้องแก้ไขจากปัญหาเรื่องการระบายน้ำ หรือการรั่วซึมของฝน โดยทั่วไปก็จะเกิดกับบ้านที่ได้ใช้งานมานานพอสมควร
ผมจึงของนำเรื่องปัญหาและการแก้ไขเรื่องการรั่วซึมของบ้านมาเขียนให้ได้อ่านในฉบับนี้
ตัวอย่างปัญหาที่พบอยู่เป็นประจำที่สุดคือเรื่องหลังคารั่ว โดยการรั่วของหลังคาบ้านเที่มีหลังคาทรงปั้นหยา ที่มีมุกและจั่วซ้อน ซึ่งจะต้องมีรางระบายน้ำบริเวณจุดตัดของแผ่นหลังคา
ภาษาช่างเรียกแนวรางระบายน้ำนี้ว่า “ตะเฆ่ราง” (ขออนุญาตนำรูปจากเอกสารของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย มาแสดง)
ทำไมผมจึงกล่าวว่าจะเกิดการรั่วของหลังคาลักษณะนี้ได้ ลักษณะของการรั่วซึมของตะเฆ่รางที่เกิดขึ้นได้ คือฝนตกหนักมากจนน้ำฝนล้นรางและไหลไม่ทัน เพราะอาจเกิดสิ่งอุดตันที่ร่องรางระบาย
เช่นในกรณีที่เคยเกิดกับบ้านผมคือ มีนกมาทำรังที่ซอกของรางน้ำ และเศษของรังนกยังคงอยู่ ทำให้น้ำไหลได้ไม่สะดวก และล้นรางออกด้านข้าง ไหลลงฝ้าเพดานในที่สุด ต้องค้นหาสาเหตุจนพบและนำเศษรังนกออก น้ำจึงไหลได้สะดวก
ดังนั้นถ้าหากเมื่อขณะเกิดฝนตกหนัก และท่านสังเกตพบฝ้าเพดานเกิดการเปียกชื้น หลังฝนตกก็ขอให้สำรวจหาสาเหตุว่าเกิดกรณีเดียวกับบ้านผมหรือไม่
ถ้าไม่ใช่กรณีดังกล่าว ก็อาจเกิดจากอีกกรณีคือเกิดการรั่วซึมที่บริเวณครอบของสันหลังคา ที่เรียกว่า “ตะเฆ่สัน”
กรณีที่เกิดที่ ตะเฆ่สัน คือเกิดจากปูนที่อุดครอบสันหลังคาเกิดเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ปูนเกิดรอยแตกร้าวและเมื่อเกิดในตกหนักมากและลมแรง พัดน้ำฝนย้อนขึ้น ก็จะซึมเข้าตามรอยแตกของปูนที่อุดครอบสันหลังคา และซึมตกใส่ฝ้าใต้หลังคาได้เช่นกัน
กรณีนี้อาจเกิดได้น้อยกว่ากรณีของ ตะเฆ่ราง เพราะต้องมีฝนและลมแรงมากพอควร แต่ทว่าปัจจุบันระบบครอบของสันหลังคาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนเป็นแบบที่มีแผ่นยางครอบอยู่ภายใต้ครอบหลังคา เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝน และไม่ต้องใช้ปูนเป็นวัสดุอุดร่องของครอบหลังคา
การรั่วของน้ำฝนอีกเหตุการณ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงคือ ระบบท่อระบายน้ำพื้นระเบียงชั้นสองขึ้นไป ซึ่งต่อเชื่อมกับท่อระบายน้ำฝนจากหลังคา และท่อระบายน้ำฝนเกิดการอุดตันที่ปลายท่อด้านล่าง จากเศษใบไม้และดิน ทำให้น้ำฝนไหลไม่สะดวกเมื่อฝนตกและน้ำฝนจากหลังคาไหลไม่ได้ ก็จะทำให้น้ำฝนไหลย้อนที่พื้นระเบียงและท่วมล้นเข้าในพื้นห้องห้อง
ซึ่งถ้าเป็นพื้นไม้ก็ย่อมคาดเดาได้ว่าจะเสียหายมากเพียงใด วิธีการการป้องกันคือสำรวจการระบายน้ำของระเบียงว่าน้ำไหลได้อย่างสะดวกหรือไม่ ถ้าไม่ก็แสดงว่าท่อระบายน้ำฝนด้านล่างมีเศษวัสดุอุดตันแล้ว ควรต้องรีบแก้ไขก่อนที่จะเกิดความเสียหายครับ
ทั้งสองกรณีเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับบ้านผมเองครับเมื่อหลายปีมาแล้วจึงยกมาเป็นตัวอย่างให้ทราบเพื่อการป้องกัน สำหรับฤดูฝนนี้ครับ
โปรย
การรั่วของน้ำฝนอีกเหตุการณ์หนึ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึงคือ ท่อระบายน้ำฝนเกิดการอุดตันที่ปลายท่อด้านล่าง จากเศษใบไม้และดิน ทำให้น้ำฝนไหลไม่สะดวกเมื่อฝนตกและน้ำฝนจากหลังคาไหลไม่ได้ ก็จะทำให้น้ำฝนไหลย้อนที่พื้นระเบียงและท่วมล้นเข้าในพื้นห้องห้อง
โดย...สมชาย เจียมธีรสกุล