อยู่คอนโดทั้งที ต้องอยู่ใจกลาง CBD ที่มีศักยภาพสูง

สำหรับคำว่า CBD นี้เรามักได้ยินกันบ่อยๆ เวลาพูดถึงศักยภาพของทำเลที่เหมาะสำหรับการลงทุนอสังหาประเภทคอนโดมิเนียม คำว่า CBD นั้นย่อมาจาก Central Business District ซึ่งถ้าแปลแบบตรงตัวคงต้องหมายถึงพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางเขตธุรกิจ

สำหรับกรุงเทพมหานคร เมืองใหญ่ของเรานั้น ปัจจุบัน มี CBD ทั้งที่มีอยู่แล้วและกำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ ดังนี้ครับ

ที่แรก ย่านสีลม สาทร โดยอาคารสำนักงานทั้งหมดจะขึ้นอยู่หนาแน่นตามแนวถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกสะพานไทย เบลเยี่ยม ไปจนถึงถนนสีลม ต่อเนื่องไปจนถึงแยกตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์จากนั้นวิ่งตามถนนนราธิวาสราชนครินทร์ไปจนถึงถนนสาทร ซึ่งศูนย์กลางสำคัญของย่านนี้คงจะอยู่ตรงตำแหน่งนี้ครับ คือถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตัดกับถนนสาทร

ส่วนย่านที่สอง ถือว่ากำลังเป็นน้องใหม่มาแรง คือ ย่านอโศกพระราม 9 โดยเริ่มตั้งแต่ถนนอโศกมนตรี ตัดกับถนนสุขุมวิท วิ่งตามถนนอโศกไปจนถึงแยกตัดถนนพระราม 9 และต่อเนื่องไปตามถนนรัชดาภิเษกไปจนถึง แยกศูนย์วัฒนธรรมฯ

และสุดท้ายทำเลที่ในอนาคตอันใกล้กำลังจะเติบโตขึ้นเป็น CBD ใหญ่ต่อไป คือย่านจตุจักร บางซื่อ ที่เป็นศูนย์คมนาคมระบบรางของประเทศไทยที่กำลังก่อสร้างกันอยู่อย่างขะมักเขม้น คาดว่าอีกไปเกิน 5 ปี ย่านนี้คงมีความเจริญในทุกๆด้านสมกับเป็น CBD ใหม่ของประเทศ

ที่นี่ถ้าเรามาดูในแง่ขององค์ประกอบร่วมที่ทำในพื้นที่แต่ละแห่งได้รับการขนานนามว่าเป็น CBD นั้น แน่นอนครับสิ่งแรกที่มีความจำเป็นสำหรับพื้นที่นั้นๆก็คือ อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประกอบธุรกิจการค้าของบริษัทน้อยใหญ่ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ซึ่งแน่นอนครับการที่ในพื้นที่นั้นจะมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ไปสร้างขึ้นรวมกันอยู่ได้ พื้นที่นั้นๆคงต้องมีระบบขนส่งมวลชนระบบรางที่จะรองรับการเดินทางสำหรับพนักงานจำนวนมหาศาลที่จะไปทำงานในอาคารสำนักงานเหล่านั้น ซึ่งการเดินทางคงต้องรวมถึงเส้นทางด่วนจุดขึ้นลงที่สะดวกในการเชื่อมต่อกับศูนย์กลางความเจริญ ภาคธุรกิจทั้งหลาย ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งการใช้รถยนต์ส่วนตัว และรถสาธารณะรับจ้าง

สุดท้ายเมื่อพื้นที่นั้นๆได้กลายเป็น CBD ที่มีคนมากมายมาใช้ชีวิตในช่วงการทำงานแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกที่จะรองรับการใช้ชีวิตสมัยใหม่ในด้านต่างๆของผู้คนคงต้องพร้อมสรรพตามมา ทั้งห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร สถานบันเทิง สำหรับพักผ่อนหย่อนใจในยามค่ำคืน รวมไปถึง สถานที่พักอาศัยแบบ lifestyle สมัยใหม่ประเภทคอนโดมิเนียม ที่จะรองรับการย้ายถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยของ พนักงาน ผู้บริหาร เจ้าของกิจการร้านค้า นักลงทุน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

และเมื่อดูความพร้อมทุกด้านที่ผมกล่าวมาแล้ว CBD ทั้ง 3 แห่ง คงจะไม่มีที่ไหนมีคุณสมบัติครบน่าสนใจในการลงทุนสินค้าอสังหาเท่า CBD อโศก พระราม 9 อีกแล้วครับ

ถ้าเราพูดถึง CBD อโศกพระราม 9 ศูนย์กลางย่านธุรกิจที่ถือเป็นไข่แดงของ CBD นี้ คงต้องบอกว่า จะเป็น ช่วงถนนอโศกมนตรี ตั้งแต่ต้นถนนตรงจุดตัดสุขุมวิทไปจนถึงจุดตัดถนนเพชรบุรี เพราะพื้นที่ตรงนี้ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมอาคารสำนักงานขนาดใหญ่แล้ว ยังมีทั้งสถานีรถไฟฟ้าอินเตอร์เชนจ์ BTS กับ MRT สุขุมวิท สถานี MRT เพชรบุรี อินเตอร์เชนจ์ Airport Link จุดขึ้นลงทางด่วน ซึ่งสามารถเดินทางไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้ใกล้และสะดวกที่สุด เมื่อเทียบกับ CBD ย่านอื่น

โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และในอนาคตอันใกล้นี้ยังจะมี Mega Project การพัฒนาพื้นที่รถไฟ 497 ไร่ ให้เป็นพื้นที่สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ และพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

ด้วยองค์ประกอบต่างๆเหล่านี้ ทำให้ราคาของคอนโด High-Rise ในย่านนี้และย่านใกล้เคียง พระราม 9- รัชดา ตอนนี้วิ่งอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท – 160,000 บาทต่อตร.ม.แล้วสำหรับย่านพระราม 9 ในขณะที่ย่านอโศกสุขุมวิท ราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบันก็ทะลุ 200,000 บาทไปแล้ว

ล่าสุด บริษัท ไรมอนแลนด์ ซึ่งถือเป็น player หลักของตลาดคอนโดระดับ Hi-End มือต้นๆของประเทศได้เปิดตัวคอนโดหรู แบบ Luxury ในพื้นที่ไข่แดงอโศก โดยโครงการใหม่นี้พัฒนาภายใต้ชื่อ The lofts Asoke บนทำเลติดถนนอโศกมนตรีห่างจากสถานีรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี เพียง 150 เมตร

The lofts Asoke ยังถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดหลักของบริษัทในการพัฒนาคอนโดหรูกลางเมืองเช่นเดิม ด้วยสไตล์การออกแบบ Chic Industrial Loft ที่เน้นจับกลุ่มนักธุรกิจคนรุ่นใหม่แบบ Young Executive ผู้ชื่นชอบในสไตล์การออกแบบในแนวนี้

สำหรับสไตล์การออกแบบ Chic Industrial Loft โด่งดังมาในช่วงไม่เกิน 30-40 ปีมานี้ในต่างประเทศ หลังจากที่ศิลปินย่านโซโหของเมืองนิวยอร์กนิยมมี Loft ของตัวเองโดยดัดแปลงมาจากโกดังเก่าหรือโรงงานเก่า ที่ถูกทิ้งร้างนำมาปรับเปลี่ยนนำมาดัดแปลงเป็นที่พักอาศัย โดยข้อดีของโกดังเก่าเหล่านี้ก็คือมีสเปซกว้างขวางและมีเพดานสูงเปิดโล่ง (High Ceiling)

เมื่อศิลปินเลือกใช้อาคารแบบนี้มาเป็นสตูดิโอทำงานและพักอาศัยของตนเอง จีงเกิดเป็นกระแสความนิยมที่เปลี่ยนโถงโรงงานให้น่าสนใจและสวยงามแบบมีรสนิยมสไตล์ดิบๆ แนว Industrial

สำหรับการตกแต่งสไตล์นี้ จะเน้นสีเทา ดำ ขาว น้ำตาลเน้นมูดโทนสีธรรมชาติของไม้ เหล็ก สนิม ปูน อิฐ รวมไปถึงความโปร่งใสของวัสดุแก้วและกระจก ทั้งโครงเหล็ก ท่อ Pipe น้ำที่โผล่ให้เห็นทุกๆที่ ฝาผนังที่ไม่ได้ฉาบปูนเห็นเป็นเนื้ออิฐเรียงราย ส่วนพื้นห้องก็นิยมใช้เป็นปูนเปลือยไม่ปูกระเบื้อง กระจกบานใหญ่ตีตารางเป็นช่องๆแบบโรงงาน ทำให้ความรู้สึกดิบตามสไตล์ Industrial

สำหรับการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์นั้นจะเน้นการจัดวาง เฟอร์นิเจอร์แบบที่มีน้ำหนักเบาที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของสไตล์นี้เพราะเราสามารถ เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ในแบบที่เราต้องการเป็นชิ้นๆมาจัดวางได้ตามความต้องการและอารมณ์สนุกในการแต่งบ้านของผู้อยู่อาศัย

เราสามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ทั้งตู้ โต๊ะ เก้าอี้และชั้นวางของรวมถึงเฟอร์นิเจอร์ติดล้อที่ยกย้ายไปวางตามมุมต่างๆของบ้านได้ง่าย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความเป็นไปได้ที่หลากหลายของการจัดการพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์จะเน้นที่มีดีไซน์เรียบๆ เท่ห์ อาจเป็นวัสดุที่ผลิตจากไม้ หรือ เหล็ก เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งโดยรวม

ดังนั้นจะเห็นว่า สำหรับสไตล์การออกแบบ Chic Industrial Loft นี้ถือเป็นแนวการออกแบบที่ร่วมสมัย มีสไตล์เฉพาะตัวที่โดดเด่น สวยงาม และยืดหยุ่นอย่างมาก เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยสามารถ เติมเต็มห้องพักของตนเองให้สะท้อนความเป็นตัวตนของตนได้มากที่สุดตามความต้องการแบบไม่มีขีดจำกัด ซึ่งจุดเด่นนี้ น่าจะเหมาะกับ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่แบบ Young executive ผู้ชื่นชอบการมีที่พักอาศัยในสไตล์ของตนเองอย่างยิ่ง

โครงการ เดอะ ลอฟท์ อโศก เป็นคอนโดมิเนียมหรูแบบ high rise สูง 45 ชั้น พัฒนาบนพื้นที่ 1.5 ไร่ โครงการถูกออกแบบพัฒนาภายใต้แนวคิดอันโดดเด่นตามสไตล์ไรมอนแลนด์ แบรนด์ ลอฟท์ คือการออกแบบโครงการหรูหราแบบ ชิค อินดัสเตรียล ลอฟท์ อย่างที่กล่าวมาแล้ว

ทั้งยังเสริมจุดเด่น ในเรื่องการใช้พื้นที่ส่วนกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพักผ่อนหย่อนใจและทำงาน ภายใต้แนวคิด co working space ซึ่งถือเป็นเทรนใหม่ที่เป็นที่ชื่นชอบของนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่นิยมประชุมงาน พบปะสังสรรค์ และทำงานที่บ้าน

โครงการมีความส่วนตัวสูงด้วย ห้องพักเพียง 211 ยูนิต โดยเน้นขนาดของห้องแต่ละ Type ที่มีขนาดที่ใหญ่กว่าห้องใน Type เดียวกันของตลาด เพื่อความอยู่สบาย และเพื่อให้ห้องมีความรู้สึกโปร่งโล่งสูงสุด โครงการจึงออกแบบให้ห้องมีเพดานสูงถึง 3.2 เมตร ในห้องแบบมาตรฐาน และเพดานสูง 6 เมตร ในส่วนของ สกาย ลอฟท์ ดูเพล็กซ์ ไฮโซน อีกทั้งยังออกแบบให้มีส่วนตัวสูงสุดด้วยจำนวนห้องในแต่ละชั้นเพียงไม่เกิน 7 ยูนิตเท่านั้น

ที่นี่เรามาดูรายละเอียดโครงการกันครับ โครงการ The lofts Asoke จะมีจุดเด่นที่บริเวณด้านหน้าตึกที่ออกแบบในสไตล์แวร์เฮ้าส์ เปิดโล่งสู่ โถงทางเข้าด้านใน ที่เป็นเพดานสูงแบบ Triple height โดยจะมีพื้นที่แบบโคเวิร์กกิ้ง เลาจน์สเปซ และห้องฟิตเนสแบบ Double height อยู่ในชั้นสองของอาคาร ซึ่งพื้นที่นี้ถือเป็นจุดเด่นของโครงการ เนื่องจากพื้นที่นี้นอกจากสมาชิกในโครงการสามารถจะใช้พักผ่อนหย่อนใจ พบปะเพื่่อนฝูงแล้ว สมาชิกในโครงการยังสามารถใช้พื้นที่นี้เป็น พื้นที่ประชุมย่อย เพื่อธุรกิจการค้า นั่งทำงาน คุยพบปะกันทางธุรกิจ อีกทั้งโครงการยังได้จัดเตรียม facilities ต่างๆที่จะอำนวยความสะดวกและรองรับในวัตถุประสงค์การใช้งานของพื้นที่นี้อย่างพร้อมสรรพและสะดวกสบาย

ในส่วนของชั้นที่ 31 โครงการจัดไว้เป็นสวนลอยฟ้า สกาย การ์เดน แบบ Double height พร้อมกับสระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร ที่เปิดมุมมองให้เห็นทิวทัศน์เมืองในมุมกว้างแบบ 180 องศา

ในส่วนของห้องชุดพักอาศัยนั้น โครงการมีห้องแบบมาตรฐาน จำนวน 184 ยูนิต ขนาด 35-87 ตารางเมตร แบบ 1 และ 2 ห้องนอน ตั้งแต่ชั้น 3-30

ชั้น 31-44 เป็นแบบดูเพล็กซ์ รวม 27 ยูนิต แบบ 1-2-3 ห้องนอน มีขนาด 76-145 ตารางเมตร

สำหรับพื้นที่จอดรถนั้นโครงการเตรียมให้แบบ100%ด้วยระบบจอดรถแบบอัตโนมัติ

ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัย นอกจากเจ้าหน้าที่ จะรปภดูแล ตลอด 24 ชั่วโมง แล้ว สมาชิกทุกคนในโครงการ ยังสามารถใช้ระบบคีย์การ์ด ควบคุมการเข้าออก และใช้กับระบบลิฟท์แบบล็อคชั้น เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย ส่วนบริเวณภายในอาคารพื้นที่ส่วนกลางและบริเวณรอบๆโครงการ ก็จะมีระบบกล้องวงจรปิด CCTV เพื่อดูแลความปลอดภัยอีกชั้น

โครงการ เดอะ ลอฟท์ อโศก ขายแบบ Fully Fitted ในราคาเริ่มต้นที่ 6.1 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 35 ตารางเมตร ตกตารางเมตรเริ่มต้นที่ 175,000 บาทต่อตารางเมตร โดยราคาที่โครงการเปิดขายนี้ ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะในย่านนี้ ค่าเช่าห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนในอนาคต น่าจะไปถึง 40,000 บาท ซึ่งจะให้ผลตอบแทนการลงทุนกรณีที่ซื้อลงทุน เพื่อปล่อยเช่ามากกว่า 6 %

อีกทั้งยังมีกำไรจากส่วนต่างราคาในอนาคต ซึ่งสำหรับทำเลนี้ราคาขายต่อตารางเมตร น่าจะทะลุ 200,000 บาทต่อตารางเมตรแน่นอน เพราะปัจจุบันก็มีโครงการใหม่ขายอยู่ในราคานี้แล้ว

ลองแวะไปชมโครงการกันครับสำหรับผู้ที่สนใจ ที่ เดอะ ลอฟท์ เอกมัย เซลล์ แกลอรี่ หรือโทร 02-651-9600 เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง