เอพี (ไทยแลนด์) เดินหน้าโอนฯ Life ลาดพร้าว คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่บนทำเลทอง ห้าแยกลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 8,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 4.59 ล้านบาท หรือ 131,000 บาท/ตร.ม. ผลตอบแทนการเช่า 4-5% ต่อปี พร้อมโชว์ยอดขาย 95%
วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ห้าแยกลาดพร้าวเป็นทำเลศักยภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และเปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีห้าแยกลาดพร้าว ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง 30% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ราคาซื้อขายปี 2560 ประมาณ 6 แสนบาท/ตร.ว.) โดยในอนาคตจะโซนนี้จะกลายเป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่ และอยู่ใกล้ทำเลสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์รวมระบบรางของประเทศไทย
สำหรับเอพีเริ่มต้นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมแรกบนทำเลนี้ คือ Life ลาดพร้าว จำนวน 1,615 ยูนิต ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการส่งมอบให้ลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์โปรเจคร่วมทุนระหว่างเอพีและพันธมิตรญี่ปุ่น มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) และปัจจุบันลูกค้าเข้าตรวจห้องชุดในเฟสแรกตามแผนที่วางไว้ (14-15 มีนาคมที่ผ่านมา) โดยคาดว่าจะสามารถโอนฯ ห้องได้ในปีนี้ประมาณ 5,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดโครงการใหม่บนทำเลห้าแยกลาดพร้าวอีก 1 โครงการคือ Life ลาดพร้าว-จตุจักร มูลค่าร่วม 14,400 ล้านบาท โดยมองว่าทำเลนี้ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมา
ทั้งนี้เอพีใช้ประสบการณ์และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงแต่ละอินไซต์และรูปแบบการใช้ชีวิต ที่มีความเจาะจงของลูกค้าในแต่ละแปลงที่ดิน โดย Life ลาดพร้าว ถือเป็นโครงการแรกในย่านนี้ที่จะมาตอบโจทย์อินไซต์จริงของลูกค้ากลุ่ม ‘อะแดปทีฟ เจเนอเรชั่น’ (Adaptive Generation) คนเมืองรุ่นใหม่วัยทำงานที่มีเป้าหมายในการใช้ชีวิต (Life Purpose) ที่จัดเต็มทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดย LIFE ลาดพร้าว พร้อมเอ็มพาวเวอร์การใช้ชีวิต เติมเต็มความปรารถนาของลูกค้าให้เกิดขึ้นจริงในวันนี้ ผ่าน 3 จุดเด่นหลัก ดังนี้
(1) การส่งมอบสเปซและประสบการณ์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ (Creative Solutions) ที่มีคุณค่าและยกระดับชีวิตของลูกค้าในวันนี้ให้ดียิ่งขึ้น ผ่านพื้นที่ส่วนกลางที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย รองรับการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย พร้อมทั้งการเชื่อมต่อโลกดิจิตอลได้อย่างไม่สะดุดด้วยโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง รองรับทั้งการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวและเทรนด์การทำงานที่บ้าน (Work from Home) อาทิ Iconic Lobby ที่มีการติดตั้ง Sound Dome และ USB Charger System พร้อมให้ลูกบ้านใช้งานได้ทั้งการนั่งฟังเพลงหรือนัดประชุม Conference Call หรือ Intelligent Co-Thinking Space สเปซรองรับการประชุมอย่างเป็นทางการ พร้อมระบบ Digital Touch Panel เต็มรูปแบบที่สามารถควบคุมการเชื่อมต่อระบบจอทีวี ระบบไฟ ระดับเสียง ม่านและอุณหภูมิภายในห้องได้อย่างสะดวกสบายด้วยปลายนิ้วสัมผัส หรือ Sky Social Club การทำงานในออฟฟิศชิดขอบฟ้าบนชั้น Rooftop เพิ่มสีสันและความครีเอทีฟให้การทำงานไม่ซ้ำซากจำเจ และครั้งแรกกับการเปิดตัว Panoramic Health Club แบบ 24 ชั่วโมง ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายพร้อมวิวเมืองลาดพร้าวที่สวยที่สุดของลูกบ้านใน LIFE ลาดพร้าวได้อย่างไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาอีกต่อไป 
(2) ยกระดับการทำงานร่วมกับ SMART Property Management เพื่อประสิทธิภาพในการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ ‘SMART WORLD PLATFORM’ ที่นอกจากจะเชื่อมต่อความสะดวกสบายทั้งพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ในยูนิตพักอาศัย ยังมีระบบรักษาความปลอดภัย ที่เปรียบเสมือนคีย์การ์ดของคอนโดมิเนียม สำหรับใช้ในการเข้า-ออก ตั้งแต่ทางเข้าหลัก เรสซิเดนท์โซน ลิฟท์และประตูห้องพัก รวมถึงควบคุมระบบบ้านอัจฉริยะภายในยูนิตพักอาศัย อาทิ ระบบไฟและเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ส่งเสริมให้การใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียม LIFE ลาดพร้าว สะดวกสบายและปลอดภัยกว่าเดิม พร้อมทั้งบริการพิเศษต่างๆ ผ่านพันธมิตรของเอพี
(3) แนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่พื้นที่สีเขียวสำหรับอนาคต (Green Design Approach) ด้วยการบริหารมาสเตอร์แพลนโครงการที่ผสานพื้นที่ธรรมชาติ สายน้ำและต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์อย่างลงตัว อาทิ The Evergreen Path ทางเดินเข้าสู่โครงการใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่และพันธุ์ไม้หลากหลายสายพันธุ์ พร้อมทั้งมุมสวนแบบเอาท์ดอร์ที่มีสเปซฟังก์ชั่นรองรับทั้งการพักผ่อนและการทำงานในร่มเงาของธรรมชาติ เป็นต้น” วิทการ กล่าวเพิ่มเติม
ขยล ตันติชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ บริษัท บางกอกซิตี้สมาร์ท จำกัด (บีซี) กล่าวว่า “ทำเลลาดพร้าวปี 2020 ถือเป็นทำเลแห่งอนาคตของวันนี้อย่างแท้จริง (Ladprao 2020 – The Future is Now) โดยเฉพาะ 5 ปัจจัยหลักสำคัญ ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดทั้งผู้ประกอบการให้เข้ามาลงทุน รวมถึงกระตุ้นความคึกคักตลาดคอนโดมิเนียม ทั้งลูกค้าเรียลดีมานด์รวมถึงความสามารถในการต่อยอดของกลุ่มนักลงทุน ได้แก่
(1) เป็นศูนย์กลางของการเดินทางและระบบขนส่งมวลชน นอกจากการเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและรถไฟใต้ดินสายน้ำเงินแล้วที่ปัจจุบัน ยังเป็นที่ตั้งของสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางสายรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่กำลังจะสร้างเสร็จในปี 2564 ซึ่งถือเป็นเสมือนตัวผลักดันให้พื้นที่โดยรอบ เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งยังเป็น
(2) ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ ที่มีความพร้อมของพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอและบีครอบคลุมกว่า 3 แสนตารางเมตร และเมื่อสถานีกลางบางซื่อสร้างเสร็จจะส่งผลให้เกิดพื้นที่อาคารสำนักงานแห่งใหม่อีกกว่า 1 แสนตารางเมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของพนักงานออฟฟิศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 40,000 คน ทำให้มีผู้สนใจลงทุนในย่านนี้จำนวนมาก
(3) ศูนย์กลางของสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าวที่มีผู้ใช้บริการมากกว่า 150,000 คน/วัน นอกจากนี้ยังมี
(4) พื้นที่สีเขียวที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ถึง 3 แห่ง เป็นปอดของกรุงเทพฯ โดยเมื่อนับพื้นที่รวมกันถึง 700 ไร่ หรือ 1.12 ล้านตารางเมตร และที่สำคัญทำเลลาดพร้าวยังถูกยกให้เป็นทำเลแห่งโอกาสของ
(5) ตลาดคอนโดมิเนียมในแพ็คเกจราคาที่คุ้มค่า จับต้องและต่อยอดได้ทั้งลูกค้าเรียลดีมานด์และกลุ่มนักลงทุน
