มีปัญหา “ซื้อขายบ้าน”กับโครงการ ฟ้อง “คดีผู้บริโภค” ดีกว่า

การเป็นคดีความ  แน่นอนว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น  แต่เมื่อมีปัญหา เช่น การทำสัญญาซื้อขายบ้านในโครงการ หรือเมื่อเข้าไปอยู่แล้วเกิดปัญหา หากอีกฝ่ายไม่ยอมรับผิดชอบ  ก็คงต้องขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง

ปัจจุบันมีกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค  ใช้มาตั้งแต่วันที่  24  สิงหาคม  2551 แล้ว เจตนารมณ์ของคดีผู้บริโภคเพื่อให้การดำเนินคดีรวดเร็ว  ไม่มีค่าใช้จ่าย  ไม่ต้องใช้ทนายความก็ได้ และผู้บริโภคไม่ต้องไปหาข้อเท็จจริงมาสืบ

คดีผู้บริโภคคือ???
คดีผู้บริโภค  คือ คดีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บริโภค ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจ  เช่น คดีที่ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการจัดสรรต่างๆ เพื่ออยู่อาศัยเอง แต่ถ้าผู้ซื้อประกอบธุรกิจในการซื้อห้องชุดให้เช่า  อย่างนี้ก็ถือว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจด้วย  ถ้าจะฟ้องผู้ขายก็ต้องฟ้องเป็นแบบคดีธรรมดา

ความแตกต่าง
ผู้ฟ้องไม่ต้องมีทนายความก็ได้  เราสามารถเดินไปที่ศาลในเขตอำนาจนั้นพร้อมหลักฐานต่างๆ เช่น  สัญญาที่ทำ แผ่นพับโฆษณา  ภาพถ่าย  ฯลฯ  แล้วไปติดต่อเจ้าพนักงานคดี  จะเป็นผู้ร่างคำฟ้องให้เสร็จเรียบร้อย  โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลเลย  สะดวกรวดเร็วดีมาก (แต่หากผู้บริโภคประสงค์จะแต่งตั้งทนายความฟ้องเองก็สามารถทำได้ตามปกติ)

การพิจารณาคดี
ศาลจะนัดพิจารณาคดีไม่เกิน  30 วัน   เพื่อให้คดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว  เป็นการเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภค  แต่บางศาลที่มีคดีค้างพิจารณาอยู่มาก เพราะจำนวนผู้พิพากษาไม่เพียงพอในการทำคดี  ก็อาจนัดพิจารณาเกินกว่านี้บ้างเล็กน้อย
เมื่อถึงวันนัดพิจารณาครั้งแรกศาลจะทำการไกล่เกลี่ยให้ก่อน  ถ้าตกลงกันได้ก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ  แล้วศาลตัดสินตามที่ตกลงกัน   ถ้าตกลงกันไม่ได้  ก็เข้าสู่ขั้นตอนของการสืบพยาน ซึ่งตรงนี้ผู้บริโภคก็ต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ว่าเป็นไปตามที่ฟ้อง ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจมีภาระการพิสูจน์หรือมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าไม่เป็นไปตามฟ้อง

ตัวอย่าง
เช่น   ผู้ซื้อไปฟ้องว่าผู้ขายผิดสัญญาไม่ใช้เหล็กตามขนาดที่เหมาะสมหรือตามที่กำหนดไว้    คานก็เล็กลง  แถมยังทำงานช้ามาก  หรือไม่สามารถส่งมอบบ้านหรือห้องชุดในกำหนด   หรือบ้านที่ส่งมอบมีความชำรุดบกพร่อง  อย่างนี้ผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจก็จะต้องมาแก้ข้อกล่าวหา  โดยต้องนำพยานมาสืบว่าผู้ประกอบธุรกิจผิดสัญญาหรือไม่  เหล็กที่ใช้เป็นไปตามขนาดไหม  คานมีขนาดไม่เล็กเพราะยังไง   ทำงานไม่ช้า  ไม่ได้ผิดสัญญาเรื่องการส่งมอบบ้านหรือห้องชุดเพราะสัญญากำหนดไว้อย่างไร  ไม่ชำรุดบกพร่องอย่างไร
“ในส่วนของผู้ซื้อก็ไม่ต้องกังวล  เพราะศาลจะสอบถามพยานให้เองเลย  เพราะคดีผู้บริโภคผู้พิพากษามีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงได้เอง “

นอกจากนี้ ผู้พิพากษามีอำนาจพิพากษาในเชิงลงโทษต่อผู้ประกอบธุรกิจได้ด้วย  โดยอาจกำหนดค่าเสียหายให้มากกว่าที่โจทก์ขอหรือมากกว่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้ ในกรณีที่มีความชำรุดบกพร่องอันไม่อาจซ่อมแซมแก้ไข  ก็อาจขอให้เปลี่ยนสินค้าให้ใหม่ได้

คดีผู้บริโภคใช้ได้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า หรือบริการ


ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง