ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่แล้ว

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้า พ.ศ. .... ซึ่งจะนำมาบังคับใช้แทนพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475  และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508  ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

สำหรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้

1.ยกเลิกพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475  และพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 
2.ผู้มีหน้าที่เสียภาษี  ได้แก่  บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล  ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง  หรือเป็นผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพยฺ์สินของรัฐ
3.ทรัพยฺ์สินที่ต้องเสียภาษี  ได้แก่  ที่ดิน  สิ่งปลูกสร้าง  และห้องชุด
4.จัดแบ่งอัตราภาษีออกเป็น 3 กลุ่ม  ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน  คือ

-กรณีใช้เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ให้จัดเก็บภาษีในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.2
-กรณีใช้เพื่อเป็นที่พักอาศัย  ให้จัดเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.5
-กรณีใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ  เช่น พาณิชยกรรม, อุตสาหกรรม เป็นต้น  ให้จัดเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 2  
ในส่วนของที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า  หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภพที่ดิน  กำหนดอัตราภาษีสูงสุดไม่เกินร้อยละ 5 ของฐานภาษี

สำหรับอัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บจริงจะกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา  โดยกำหนดเป็นอัตราก้าวหน้าเพิ่มขึ้นตามมูลค่าของฐานภาษี  ดังนี้
1.เกษตรกรรม  ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 0.1 ของฐานภาษี
2.ที่พักอาศัยหลัก  ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป  ตั้งแต่ร้อยละ 0.05  ถึงร้อยละ 0.1  และที่พักอาศัยหลังอื่น  ตั้งแต่ร้อยละ 0.03  ถึงร้อยละ 0.3 ของฐานภาษี
3.ประเภทอื่นๆ  ตั้งแต่ร้อยละ 0.3  ถึงร้อยละ 1.5 ของฐานภาษี
4.ที่ดินว่างเปล่า  หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน  จะจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี  ตั้งแต่ร้อยละ 1 ถึงร้อยละ 3 ของฐานภาษี

ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่แล้ว



ทั้งนี้  จะมีการบรรเทาภาระให้กับเจ้าของบ้านพักอาศัยหลักที่ได้รับมาจากการรับมรดก  ผู้ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์  สถาบันการเงินที่มีอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชำระหนี้ และกิจการสาธารณะ  ดังนี้
-กรณีเจ้าของบ้านพักอาศัยหลัก  ที่ได้รับกรรมสิทธิ์บ้านหลังดังกล่าวมาจากการรับมรดก  ก่อนที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้  จะมีการบรรเทาภาษีให้โดยการลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างร้อยละ 50  ของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย
-ยกเว้นการจัดเก็บภาษีเป็นเวลา 1 ปี  ให้กับที่ดินที่อยู่ระหว่างการปลูกสร้างบ้านที่เจ้าของใช้เป็นบ้านของตนเอง
-ให้จัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 0.05 ของฐานภาษี  สำหรับที่ดินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อจัดทำเป็นโครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย  ที่นิติบุคคลที่ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์เป็นเจ้าของ  เป็นเวลา 3 ปี  นับตั้งแต่เจ้าของที่ดินได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน
-ให้จัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 0.05  ของฐานภาษี  สำหรับอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชำระหนี้ของสถาบันการเงิน  เป็นระยะเวลา 5 ปี
-ให้ลดภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่เกินร้อยละ 75  ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสียสำหรับกิจการสาธารณะ  เช่น โรงพยาบาล และโรงเรียน  เป็นต้น
นอกจากนี้  กฎหมายยังให้อำนาจผู้บริหารท้องถิ่นสามารถขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด  หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เพื่อลด  หรือยกเว้นภาษีให้กับเจ้าของอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนได้  เช่น  เกิดภัยพิบัติ  หรืออาคารบ้านเรือนเกิดเสียหายหรือถูกทำลาย
ซึ่งขั้นตอนต่อไป  จะส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ  ก่อนจะส่งเข้าที่ประชุมสนช.พิจารณาต่อไป 





ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง