สูตรลับทำเงินกับคอนโดฯ แบบปิดประตูขาดทุน

 ปริมาณคอนโดฯ ที่ล้นตลาด และอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำมากในขณะนี้ คงทำให้หลายคนคิดอยากจะช็อบคอนโดฯ ของดีราคาถูก เพื่อลงทุนระยะยาว แต่ด้วยเหตุที่คอนโดฯ ประกาศขาย มีอยู่มหาศาล ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี
ในทางการเงิน มีวิธีง่ายๆ ที่สามารถนำมาใช้ประเมินดีกรีความน่าสนใจของคอนโดฯ และยังให้ภาพในแง่การลงทุนชัดเจนมากยิ่ง นั่นคือ วิเคราะห์โดยดูจากรายได้ หรือค่าเช่าที่พึงได้รับนั่นเอง ด้วยข้อมูลนี้เองทำให้เราทราบว่าคอนโดฯ นั้น เมื่อลงทุนแล้ว จะได้อัตราผลตอบแทนมากน้อยเพียงใด? มีความคุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่ ?

สูตรลับทำเงินกับคอนโดฯ แบบปิดประตูขาดทุน

สำหรับสูตรการเงินสำหรับวิเคราะห์ความน่าสนใจของคอนโดฯ รวมถึงใช้วิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์สร้างรายได้(Income Producing Property) ประเภทอื่น อาทิ โรงแรม และอพาร์ตเม้นต์ ฯลฯ ได้ด้วย  ที่นิยมใช้กันแพร่หลาย มีอยู่ด้วยกัน  3 สูตร ดังต่อไปนี้
สูตรที่ 1 คิดแบบก่อนหักค่าใช้จ่าย (Gross Rental Yield) คือ รายได้จากค่าเช่า/ปี หารด้วยราคาห้องชุด และคูณ 100 เท่ากับอัตราผลตอบแทน/ปี เช่น ห้องชุดราคา 3 ล้านบาท พื้นที่ 30 ตารางเมตร ปล่อยเช่าได้ 20,000 บาท/เดือน รายได้ 240,000 บาท/ปี เท่ากับ จะมีอัตราผลตอบแทน 8% ต่อปี
ถ้าเลือกใช้สูตร 1 ผลตอบแทนควรต้องสูงกว่าต้นทุนกู้ยืมอย่างน้อย 2% เพื่อคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายดำเนินการต่างๆ เช่น หากกู้ดอกเบี้ย 7% ก็ต้องได้ผลตอบแทนอย่างน้อย 9%
สูตรที่ 2 คิดแบบหักค่าใช้จ่ายแล้ว (Net Rental Yield) คือ รายได้จากค่าเช่า/ปี หักค่าใช้จ่าย/ปี หารด้วยราคาห้องชุด และคูณ 100 เท่ากับอัตราผลตอบแทน/ปี เช่น ห้องชุดราคา 3 ล้านบาท พื้นที่ 30 ตารางเมตร ปล่อยเช่าได้ 20,000 บาท/เดือน รายได้ 240,000 บาท/ปี หักค่าส่วนกลาง 45 บาท/ต.ร.ม./เดือน หรือ 16,200 บาท/ปี เท่ากับ จะมีอัตราผลตอบแทน 7.46% ต่อปี
หากเลือกใช้สูตร 2 ที่หักค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำมาเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยกู้แบงค์ได้ตรงๆ เลย
สูตรที่ 3 คิดจากเงินกู้ที่จ่ายจริง (Cash on Cash Rental Yield) คือ รายได้จากค่าเช่า/ปี หักค่าใช้จ่าย/ปี หักค่าผ่อนแบงก์/ปี หารด้วยเงินจอง+เงินดาวน์+เงินค่าตกแต่ง และคูณ 100 เท่ากับอัตราผลตอบแทน/ปี จะเห็นว่า สูตรนี้จะคิดค่าผ่อนแบงก์เป็นค่าใช้จ่าย และไม่ได้หารต้นทุนห้องชุดทั้งหมด แต่จะหารจากเงินที่จ่ายไปก็คือ เงินจอง เงินดาวน์ต่างๆ ต้นทุนในการตกแต่ง หรือผู้ลงทุนจะคิดต้นทุนด้านภาษีเข้าไปด้วยก็ได้

สูตรลับทำเงินกับคอนโดฯ แบบปิดประตูขาดทุน

ยกตัวอย่างจากสูตรที่ 3 ห้องชุดราคา 3 ล้านบาท จ่ายเงินจองและเงินดาวน์ประมาณ 10% เท่ากับ 300,000 บาท กู้แบงก์ 2.7 ล้านบาท ผ่อนแบงก์ประมาณ 13,000 บาท/เดือน ค่าตกแต่งประมาณ 100,000 บาท พื้นที่ 30 ตารางเมตร  ปล่อยเช่าได้ 20,000 บาท/เดือน รายได้ 240,000 บาท/ปี หักค่าส่วนกลาง 45 บาท/ต.ร.ม./เดือนหรือ 16,200 บาท/ปี หารด้วยต้นทุนในการลงทุนต่างๆ เท่ากับ จะมีอัตราผลตอบแทน 16.95% ต่อปี
สำหรับคนที่เลือกสูตรยาก เป็นสูตร 3 ที่คิดในลักษณะการลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ อัตราผลตอบแทนที่หาได้สามารถนำไปเปรียบเทียบกับค่าเสียโอกาสในการลงทุนอื่นๆ ได้ทันที เช่นหากนำไปเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคาร แล้วพบว่าสูงกว่า ก็แสดงว่าคอนโดฯ นั้น มีความน่าสนใจในการลงทุน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าทั้ง 3 สูตรก็คือ ตัวเลขค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับที่จะนำไปคิดตามสูตรเหล่านี้ เพราะหากคำนวณค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับก่อนการลงทุนสูงเกินไป จะทำให้เมื่อลงทุนจริงแล้ว จะไม่ได้อัตราผลตอบแทนตามที่เคยคาดการณ์ไว้
และในความเป็นจริง ส่วนใหญ่ใน 1 ปี เราอาจจะไม่สามารถปล่อยเช่าได้เต็ม 12 เดือน ดังนั้น ในการคำนวณอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ควรคิดจากค่าเช่าเพียง 10 เดือน/ปี ถือเป็นการลดความเสี่ยงโอกาสพลาดในการประเมินเพื่อลงทุนได้ 
 
ที่สำคัญกว่าสูตรก็คือ “ตัวเลขค่าเช่าที่จะนำไปคิดตามสูตร” ซึ่งควรคิดจากค่าเช่าเพียง 10 เดือนก็พอ เพื่อลดโอกาสผิดพลาดในการประเมิน

**คอลัมน์ financial Advise เขียนโดย อาจารย์อนุชา กุลวิสุทธิ์ จบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโท MBA ด้านการเงิน ม.เกษตรศาสตร์ ทำงานในแวดวงธนาคารบริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์ เป็นที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล ที่ปรึกษาทางการเงินและนักวิชาการร่วม 30 ปี

ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ 
www.home.co.th หรือ
 www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือสั่งซื้อออนไลน์ราคาพิเศษ---> www.home.co.th/home/bookclub

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง