บ่อยครั้งที่คนซื้อบ้านไม่อยากผ่อนดาวน์ต่อไปอีกแล้วด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งหากจะหยุดผ่อนดาวน์ไปดื้อๆ โดนที่ฝ่ายผู้ขายไม่ได้ทำอะไรผิดคงไม่ได้เพราะจะกลายเป็นว่าเราคนซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา แม้กระทั้งบางครั้งฝ่ายผู้ขายจะเป็นฝ่ายที่ไม่ทำตามสัญญา เช่น แบบไม่สร้างบ้าง หรือดูแล้วคงจะสร้างเสร็จไม่ทันตามสัญญาบ้าง ถึงจะเป็นแบบนี้ก็เถอะ หากจะหยุดผ่อนดาวน์ดื้อๆ อาจมีปัญหาได้
โดยหลักแล้วก่อนที่ผู้ซื้อจะหยุดการชำระเงินค่างวดซื้อบ้านจะต้องมีหนังสือ ลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับถึงผู้ขาย โดยให้มีข้อความในหนังสือว่าขอหยุดชำระเงินค่างวดไว้ชั่วคราวได้ หากมีคำตอบเช่นนั้นแล้วผู้ซื้อจึงจะหยุดการชำระเงินค่างวดซื้อไว้ชั่วคราวได้
แต่ถ้าผู้ขายไม่ได้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะอนุญาตให้หยุดชำระเงินค่างวดซื้อไว้ชั่วคราวได้ ขอแนะนำให้ผู้ซื้อทำหนังสือว่าให้ผู้ขายสร้างบ้านหลังที่ซื้อไว้ให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด 30 วัน หากพ้นกำหนดไม่สร้างบ้านหรือสร้างไว้แต่ไม่สำเร็จให้ใช้หนังสือฉบับนี้เป็นการบอกเลิกสัญญากับผู้ขาย
ย้ำว่าต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เราตกเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง
ยังมีอีกกรณีหนึ่งที่มักเป็นปัญหาบ่อย นั่นคือผู้ขายส่งหนังสือ/เอกสารให้ไปรับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่ซื้อ (ภายในเวลาที่กำหนด) พร้อมระบุหากผู้ซื้อไม่ไปรับโอนตามกำหนดเวลานัดให้ถือว่าหนังสือฉบับนี้เป็นหนังสือบอกเลิกสัญญา
หากเจอจดหมายให้ไปรับโอนในลักษณะนี้ทั้งๆ ที่บ้านยังไม่เรียบร้อย และเราตั้งใจว่าจะไม่ไปรับโอน
ข้อควรปฏิบัติคือเราต้องไปพบผู้ขายตามกำหนดเวลานัด พร้อมนำหลักฐานดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า การที่ผู้ซื้อไม่รับโอนบ้านนั้นมีเหตุผลที่ไม่สามารถรับโอนได้ วิธีปฏิบัติแบบนี้จะทำให้ผู้ขายไม่มีเหตุผลหรือไม่มีสิทธิที่บอกเลิกสัญญาได้ และผู้ซื้อยังไม่ใช่เป็นผู้ผิดสัญญา
เรื่องนี้เป็นวิธีปฏิบัติสำหรับผู้ซื้อที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เป็นผู้ผิดสัญญากับผู้ขาย และเป็นการสนับสนุนว่าผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือบังคับให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญาได้