รู้ทันกฏหมายเพื่อรับมือค่ามัดจำเช่าบ้านโหดๆ

หลายคนประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย บางคนมีบ้านแต่ไกลจากที่ทำงาน บางคนบ้านอยู่ต่างจังหวัดแต่ต้องเดินทางมาเรียน มาทำงานในกรุงเทพฯ จึงมีความจำเป็นต้องหาบ้านเช่า 

แรกเริ่มเมื่อผู้เช่าย้ายเข้าไปอยู่บ้านเช่า ก็เหมือนจะไม่มีปัญหา แต่ผู้เช่าบ้านส่วนใหญ่มักเจอกับปัญหาตอนย้ายออก ส่วนใหญ่เจ้าของบ้านเช่า มักจะหาวิธีที่จะริบเงินมัดจำเช่าบ้านของผู้เช่าให้ได้มากที่สุด แล้วเราควรมีวิธีรับมือปัญหานี้อย่างไร ลองมาฟังคำแนะนำจากทนายกันดูเลยค่ะ

คำแนะนำทนายคลายทุกข์

1. เนื่องจากการทำสัญญาเช่าที่พักอาศัยหรือบ้าน  ตามกฎหมายกำหนดหน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่าบ้านไว้  ว่าจะต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว  เพราะหากผู้ให้เช่าบ้านส่งมอบทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น  โดยสภาพไม่เหมาะสมแก่การที่จะใช้เพื่อประโยชน์ที่เช่ามา  ผู้เช่าบ้านย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้  ตามความ ป.พ.พ. มาตรา 546,548

2. ท่านย่อมมีสิทธิที่จะถ่ายรูปบ้านที่เช่าไว้เป็นหลักฐานถึงสภาพของทรัพย์ที่เช่าก่อนทำสัญญาได้ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร  แต่จะนำมาเป็นหลักฐานการโต้แย้งข้ออ้างกับหักค่าวางมัดจำของผู้ให้เช่า เมื่อผู้เช่าออกจากบ้านเช่าไปเห็นทีทางฝ่ายผู้ให้เช่า  คงไม่ยินยอมให้ท่านกระทำหรือให้ท่านเช่า  แต่ถ้าหากผู้ให้เช่าได้กำหนดเงื่อนไขที่จะนำมาอ้างเป็นเหตุริบเงินมัดจำมีลักษณะหรือมีผลให้ผู้เช่า ต้องรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้  ตามปกติ  จึงย่อมเป็นเหตุริบมัดจำมีลักษณะหรือมีผลให้ผู้เช่าบ้าน  เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม  กฎหมายจึงกำหนดให้ข้อสัญญานั้นมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น  ตามมาตรา 4 วรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 546  ผู้ให้เช่าจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว

มาตรา 548  ถ้าผู้ให้เช่าส่งมอบทรัพย์สินซึ่งเช่านั้นโดยสภาพไม่เหมาะแก่การที่จะใช้เพื่อประโยชน์ที่เช่ามา ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

มาตรา 4  ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งมิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปนั้น

ข้อตกลงที่มีลักษณะหรือมีผลให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ เป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น

(1)  ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญา
(2)  ข้อตกลงให้ต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
(3)  ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ
(4)  ข้อตกลงให้สิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือปฏิบัติตามสัญญาในระยะเวลาที่ล่าช้าได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(5)  ข้อตกลงให้สิทธิคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเรียกร้องหรือกำหนดให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระเพิ่มขึ้นมากกว่าภาระที่เป็นอยู่ในเวลาทำสัญญา
(6)  ข้อตกลงในสัญญาขายฝากที่ผู้ซื้อฝากกำหนดราคาสินไถ่สูงกว่าราคาขายบวกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละสิบห้าต่อปี
(7)  ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดราคาค่าเช่าซื้อ หรือกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
(8)  ข้อตกลงในสัญญาบัตรเครดิตที่กำหนดให้ผู้บริโภคต้องชำระดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายหรือประโยชน์อื่นใดสูงเกินกว่าที่ควรในกรณีที่ผิดนัดหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการผิดนัดชำระหนี้
(9)  ข้อตกลงที่กำหนดวิธีคิดดอกเบี้ยทบต้นที่ทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร

ในการพิจารณาข้อตกลงที่ทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามวรรคสาม จะเป็นการได้เปรียบเกินสมควรหรือไม่ ให้นำมาตรา 10 มาใช้โดยอนุโลม

ที่มา : www.decha.com

บ้าน,บ้านเช่า,เช่าบ้าน

>>อ่านกฎหมาย บ้าน คอนโด ที่นี่<<

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง