จะเปลี่ยนวัสดุโครงสร้าง คิดดีแล้วหรือยัง

แบบโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างที่ผ่านการออกแบบโดยวิศวกรโครงสร้าง เป็นเอกสารที่แสดง เพื่อกำหนดให้ใช้วัสดุชนิดใด โดยจะกำหนดทั้งคุณสมบัติและขนาดของวัสดุที่ต้องนำไปใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งผู้ทำการก่อสร้างต้องทำตาม ไม่ควรที่จะเปลี่ยนแปลงเองโดยไม่ได้ถามจากผู้ออกแบบหรือวิศวกรผู้ควบคุมงาน เพราะอาจก่อให้เกิดผลเสียที่คาดไม่ถึงต่อโครงสร้างดังกล่าวได้

ฉบับนี้ผมขอเขียนถึงเรื่องการใช้วัสดุสำหรับงานโครงสร้างที่บางครั้งเจ้าของบ้านเอง หรือผู้รับเหมาทำการเปลี่ยนผิดไปจากแบบเนื่องจากต้องการประหยัด หรือในกรณีของผู้รับเหมาอาจเป็นการทุจริตเพื่อหาทางลดต้นทุนการก่อสร้าง

ผมขอเล่าเรื่องที่เคยมีผู้ต้องการสร้างบ้านรายหนึ่งได้สอบถามผมว่า ผู้รับเหมาที่เขาคัดเลือกได้แนะนำว่าน่าจะเปลี่ยนขนาดเหล็กเสริมจากที่แบบกำหนดให้ใช้เหล็กข้ออ้อย 16 มิลลิเมตร เป็น 12 มิลลิเมตร ที่ใช้เป็นเหล็กเสริมของเสาเพื่อความประหยัดของเจ้าของ เพราะผู้รับเหมาบอกว่าเคยสร้างมาแล้ว และใช้เหล็กขนาด 12 มิลลิเมตรก็พอ

ผมก็ได้บอกไปว่าไม่สามารถทำได้ เพราะจะทำให้คุณสมบัติการรับน้ำหนักของโครงสร้างคานลดลงถึง 50% และถ้าเป็นเสาจะทำให้การรับน้ำหนักลดลงประมาณ 20% เหตุการณ์นี้เป็นความหวังดีของผู้รับเหมาที่อยากให้เจ้าของประหยัดค่าวัสดุลง เพราะเจ้าของอาจเป็นผู้ซื้อวัสดุให้

ความจริงของระบบก่อสร้างคือมีผู้รับเหมาก่อสร้างที่เรียกว่าช่าง ซึ่งมีประสบการณ์เคยทำงานก่อสร้างมาแล้ว แต่ไม่เข้าใจถึงเรื่องการรับแรงของโครงสร้างอย่างแท้จริง เคยเห็นหรือทำมาก็เลยคิดว่าเคยทำมาแล้ว

ซึ่งผู้รับเหมาลักษณะนี้มีอยู่ไม่น้อย และเจ้าของบ้านเองยิ่งไม่มีความรู้ทางช่าง จึงเป็นเรื่องที่น่าเชื่อผู้รับเหมา ยิ่งเป็นการลดต้นทุนก่อสร้างด้วยแล้วก็อาจทำตามคำแนะนำที่ผิดๆ ได้ง่าย

อีกกรณีตัวอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดเป็นประจำโดยที่เจ้าของไม่ทราบคือการลดขนาดของโครงเหล็กสำหรับทำหลังคา ซึ่งตามแบบระบุให้ใช้เหล็กตัว C ขนาด 150x50x20x2.3 มิลลิเมตร

จะเปลี่ยนวัสดุโครงสร้าง คิดดีแล้วหรือยัง

ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงขนาดของความลึกxความกว้างxหางที่โค้งxความหนา มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ซึ่งวิศวกรได้คำนวณและกำหนดขนาดของวัสดุที่รับแรงไว้แล้ว ถ้าเปลี่ยนให้ขนาดเล็กลงอาจเกิดผลร้ายแรงตามมาภายหลังได้

โครงสร้างเหล็กดังกล่าวเป็นเหล็กจันทัน(ตามรูปตัวอย่าง) ที่กำหนดให้มีระยะห่าง 1 เมตร และมีแปวางทับอยู่ด้านบนที่ระยะประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อรับกระเบื้องประเภทโมเนียร์ ซึ่งน้ำหนักกระเบื้องโมเนียร์ประมาณ 44 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร และความยาวทั่วไปของจันทัน หลังคาประมาณ 5 เมตร

ดังนั้นจันทันต่อเส้นต้องรับน้ำหนักประมาณ 220 กิโลกรัม เพื่อให้เห็นภาพผมมักจะเปรียบเทียบกับข้าวสาร ซึ่งเท่ากับข้าวสาร 2 กระสอบครับ

กรณีปัญหานี้มักเกิดจากผู้รับเหมาซื้อวัสดุไม่ใช่เจ้าของบ้าน และผู้รับเหมามักจะซื้อเหล็กที่มีความหนาน้อยกว่ากำหนด คือซื้อที่ความหนาเพียง 1.8 มิลลิเมตร ผลที่จะเกิดขึ้นคือเมื่อสร้างเสร็จแล้วหลังคาจะแอ่นโค้งให้เห็น

ทั้งนี้และทั้งนั้นการเปลี่ยนขนาดของวัสดุโครงสร้างที่กำหนดไว้ในแบบจึงไม่ควรทำอย่างยิ่ง หากไม่ได้สอบถามจากวิศวกรโครงสร้าง และประเด็นที่สำคัญยิ่งของการสร้างบ้านคือการได้ผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้

ข้อเขียนในฉบับนี้คงให้ความรู้บางอย่างแก่ท่านที่คิดจะเปลี่ยนแบบเองได้นำไปคิดก่อนทำครับ

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง