สำหรับคนที่กำลังหาซื้อบ้านหรือจะสร้างบ้านที่สามารถประหยัดพลังงานได้มากเป็นพิเศษ เร็วๆ นี้ กระทรวงพลังงานเพิ่งเผยแพร่ชุดแบบบ้านประหยัดพลังงานซึ่งมีถึง 12 แบบให้เป็นทางเลือก ภายใต้ชื่อ “บ้านต้นแบบดีดี DEDE รักษ์พลังงาน”

แบบบ้านนี้เป็นผลงานภายใต้การทำงานของคณะสถาปัตย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง โดยใช้ 4 แนวคิดหลักในการออกแบบ ได้แก่
* ลดปริมาณรังสีจากแสงอาทิตย์เข้าสู่ตัวบ้าน
* แบ่งโซนพื้นที่ใช้พลังงานและช่วงเวลาการใช้พลังงานที่แตกต่างกันออกจากกัน
* เลือกใช้วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างดี เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากประหยัดพลังงานรับรอง
* แผงพลังงานทดแทน (โซลาร์เซลล์) บนหลังคาจะออกแบบติดตั้งให้มีมุมเอียง 20 องศา ซึ่งเป็นมุมที่สามารถติดตั้งได้ทุกภูมิประเทศ และยังทำให้แผงโซลาเซลล์มีประสิทธิภาพการทำงานสูงไม่ว่าจะหันหน้าบ้านไปทิศทางใด
ทั้งนี้แบบบ้านเพื่อประหยัดพลังงานตามแนวคิดดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนสูงในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10-15% ของค่าก่อสร้างปกติ แต่ข้อดีคือเจ้าของบ้านสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการประหยัดพลังงานได้ถึง 20-50% เมื่อเทียบกับบ้านทั่วไป จึงทำให้สามารถคืนทุนจากการลงทุนได้ในระยะเวลาเพียง 4-5 ปีเท่านั้น
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแบบบ้านต้นแบบได้ที่เว็บไซต์กระทรวงพลังงาน www.dede.go.th
บ้านต้นแบบ Pruksa Plus House มาตรฐานอาคารเขียว รองรับสังคมผู้สูงอายุ
ทางฝั่งเอกชนก็ตื่นตัวในเรื่องนี้ไม่น้อย เพราะระยะหลังๆ เริ่มมีโครงการบ้านแนวนี้ให้เห็นมากขึ้น บางโครงการอาจเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่ง เช่น บ้านเพื่อคนทุกวัย (Universal Design), บ้านฉลาด (Smart Home) หรือบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และบางโครงการอาจพัฒนาเต็มรูปแบบ ซึ่งในที่นี้จะยกตัวอย่างบ้านต้นแบบของพฤกษาฯ “Pruksa Plus House” ที่โครงการเดอะ แพลนท์ เอสทีค พัฒนาการ
โครงการนี้พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “อาคารเขียว” ตามมาตรฐานของเยอรมนี การออกแบบจะครอบคลุม 4 แนวคิดหลัก
* แข็งแรงปลอดภัย (Safety Home) เช่น ใช้ระบบผนังสำเร็จรูป (พรีคาสท์), ยกระดับบ้านเหนือถนนโครงการ 60 เซนติเมตรในโซนเสี่ยงต่อน้ำท่วม, ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันในครัวเพื่อป้องกันไฟไหม้
* ใส่ใจสุขภาพและผู้สูงอายุ (Healthy Home) เช่น ที่จอดรถกว้าง 3.5 เมตรต่อคัน เพื่อสะดวกในการใช้วีลแชร์, เนินทางลาดขึ้นลงจากที่จอดรถสู่ตัวบ้าน, ประตูทางเข้ากว้างขึ้น, เปลี่ยนจากประตูสวิงเป็นประตูบานเลื่อน ฯลฯ
* ประหยัดพลังงาน (Green Home) เช่น ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเชื่อมต่อกับระบบ Ice Storage และ Hot Water Storage, แผงบังแดดป้องกันแสงแดดกระทบตัวบ้านโดยตรง, ฉนวนกันความร้อนยิปซั่มที่ผนังบ้าน, เพิ่มช่องแสงของตัวบ้านให้สูงขึ้น, ใช้ไฟ LED ฯลฯ
* ทันสมัย (Smart Home) เช่น ระบบ Home Automation เปิดปิดสวิตช์ไฟและเครื่องปรับอากาศผ่านแอพพลิเคชั่น, ระบบป้องกันขโมย ฯลฯ
แนวคิดบ้าน Pruksa Plus House แบบเต็มรูปแบบจะมีเทคโนโลยีใหม่ 20 กว่ารายการที่จะถูกติดตั้งเข้าไป แต่ขณะนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นการวิจัยพัฒนาและทดลองตลาด เทคโนโลยีและฟังก์ชั่นที่ติดตั้งไป 8 รายการอาจเพิ่มเติมหรือลดทอนเป็นไปได้ทั้งสองทาง ทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความต้องการของตลาดด้วย 
ฟังก์ชั่นพิเศษ Pruksa Plus House
1.ประตูทางเข้ากว้างสำหรับวีลแชร์
2.ประตูปรับเป็นบานเลื่อน
3.ไฟ LED
4.สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ
5.ระบบ Home Automation
6.ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา
7.ฉนวนกันความร้อนฝ้า
8.ระบบรักษาความปลอดภัย
และปีนี้อาจมีฟังก์ชั่นเพิ่ม เช่น เนินทางลาดขึ้นลงจากที่จอดรถสู่ตัวบ้าน, ห้องน้ำชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ ไร้ธรณีประตู มีราวจับและเก้าอี้นั่งอาบน้ำ, ระบบระบายอากาศและควบคุมอุณหภูมิ และฉนวนกันความร้อนในผนัง
ถ้าดูนโยบายของพฤกษาฯ แนวคิดบ้าน Pruksa Plus House สามารถเป็นไปได้ทั้งบ้านประเภททาวเฮhาส์ บ้านแฝด หรือบ้านเดี่ยว โดยอาจต่างที่ฟังก์ชั่นและความครบถ้วน
ข้อพึงระวังเกี่ยวกับการออกแบบบ้าน
- ที่นี่ประเทศไทย ระวังการใช้ Bay Window
หน้าต่างแบบ Bay Window เป็นหน้าต่างที่เหมาะสมกับประเทศในเขตภูมิอากาศหนาวซึ่งต้องการรับแสงแดดและแสงสว่างเพื่อสร้างความอบอุ่นภายในบ้าน ซึ่งตรงข้ามกับบ้านเรา ดังนั้นถ้าจะต้องมี Bay Window ต้องดูทิศทางและตำแหน่งให้สอดคล้องกับทิศแดดและลมด้วย
- มีครัวไทยต้องไม่เชื่อมติดตัวบ้าน
การทำครัวแบบไทยทำให้เกิดความร้อนสะสมในห้องครัว ความร้อนในห้องนี้สามารถถ่ายเทเข้าสู่พื้นที่ใกล้เคียงได้ ยิ่งถ้าห้องติดกันเป็นพื้นที่ปรับอากาศก็จะยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานในการทำความเย็น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมระหว่างห้องครัวกับตัวบ้าน
คอลัมน์ Innovation นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560